Shurink Universe 300 ช็อตพอไหม และเห็นผลเมื่อไหร่
ลิฟติ้ง

Shurink Universe 300 ช็อตพอไหม และเห็นผลเมื่อไหร่

300 ช็อตของ Shurink Universe จะพอหรือไม่ ไม่ได้ขึ้นกับตัวเลขรวมอย่างเดียว แต่ขึ้นกับการแบ่งช็อตตามบริเวณและความลึก ส่วนการเปลี่ยนแปลงมักค่อย ๆ ปรากฏหลังทำ ไม่ใช่วันรุ่งขึ้น

ไม่แน่ใจว่าเหมาะกับตัวเองไหมดูจากรูปหรือบทความอย่างเดียวบอกได้ยาก ปรึกษาเป็นภาษาไทยได้ แผนการรักษาจะสรุปหลังพบแพทย์ที่คลินิก* มีเจ้าหน้าที่ภาษาไทย · ถามได้โดยตรงทาง LINEถามคุณหมอ

300 ช็อตของ Shurink Universe จะพอหรือไม่ ขึ้นกับว่าช็อตเหล่านั้นถูกแบ่งไปที่บริเวณไหนของใบหน้าและลงที่ความลึกระดับใด มากกว่าตัวเลขรวมเพียงอย่างเดียว ส่วนการเปลี่ยนแปลงของความกระชับมักค่อย ๆ ปรากฏหลังทำ เพราะผิวต้องใช้เวลาซ่อมแซมและสร้างคอลลาเจนใหม่

หลายคนที่วางแผนมาเกาหลีมักเจอคำถามเดียวกัน เห็นแพ็กเกจ 300 ช็อตแล้วไม่แน่ใจว่าน้อยไปหรือเปล่า กลัวทำไปแล้วไม่เห็นอะไร เสียทั้งเงินและเวลาในทริป บทความนี้จะพาไปดูว่าอะไรทำให้ 300 ช็อตเดียวกันให้ผลต่างกัน ควรถามอะไรตอนปรึกษา และจะวางแผนในตารางเที่ยวอย่างไรดีค่ะ

Shurink Universe 300 ช็อตพอไหม? ตัวเลขเดียวยังตอบไม่ได้

คำตอบตรง ๆ คือ 300 ช็อตไม่ใช่เส้นแบ่งตายตัวว่าพอหรือไม่พอ ตัวเลขนี้เป็นแค่ปริมาณพลังงานรวม แต่ผลที่รู้สึกได้ขึ้นกับว่าพลังงานนั้นไปอยู่ตรงไหน

ลองนึกภาพการรดน้ำต้นไม้ น้ำหนึ่งถังเท่ากัน ถ้าเทลงโคนต้นที่ต้องการน้ำ ต้นไม้ก็ได้ประโยชน์ แต่ถ้าสาดกระจายทั่วสนาม ต้นที่ต้องการจริง ๆ อาจได้น้ำไม่ถึง ช็อตของ HIFU ก็คล้ายกัน ถ้าใบหน้าหย่อนที่กรอบหน้าและใต้คาง แต่ช็อตถูกเกลี่ยเท่า ๆ กันทั้งหน้า บริเวณที่กังวลอาจได้รับพลังงานน้อยกว่าที่ควร

สิ่งที่มักกำหนดว่าจำนวนช็อตควรเป็นเท่าไหร่ มีอยู่สามเรื่อง คือขนาดพื้นที่ที่จะทำ ความหนาของผิวและชั้นไขมันในแต่ละบริเวณ และเป้าหมายว่าอยากได้ความกระชับที่กรอบหน้า ร่องแก้ม หรือใต้คาง

ถ้าคุณมาเที่ยวเกาหลีครั้งเดียวและกังวลเรื่องกรอบหน้าหย่อนเป็นหลัก การถามว่าช็อตจะถูกแบ่งไปที่กรอบหน้ากี่ช็อตและที่ความลึกระดับไหน จะช่วยตัดสินใจได้ชัดกว่าการถามว่า 300 พอไหม แพทย์จะเป็นผู้ประเมินจำนวนที่เหมาะเป็นรายบุคคลหลังดูผิวจริง

Shurink Universe 300 ช็อตพอไหม? ตัวเลขเดียวยังตอบไม่ได้

ช็อตลงที่ชั้นไหน สำคัญพอ ๆ กับจำนวนช็อต

Shurink Universe ใช้หัวยิงหรือตลับ (คาร์ทริดจ์) หลายแบบ แต่ละแบบส่งพลังงานไปที่ความลึกต่างกัน พูดง่าย ๆ คือเปลี่ยนหัวเพื่อเลือกว่าจะให้ความร้อนไปถึงชั้นผิวตื้นหรือชั้นที่ลึกลงไป ความร้อนที่จุดนั้นทำให้เนื้อเยื่อหดตัวและกระตุ้นการซ่อมแซม ซึ่งเป็นที่มาของความกระชับที่ค่อย ๆ เพิ่มขึ้น

มีงานศึกษาที่ใช้ Ultraformer-MPT วัดใบหน้าด้วยเครื่องสแกนสามมิติก่อนและหลังทำ โดยวางแผนหัวยิงตามโครงสร้างที่เห็นจากอัลตราซาวด์ของแต่ละบริเวณ งานนี้แบ่งใบหน้าเป็นหลายส่วนและพบว่าแต่ละส่วนตอบสนองไม่เท่ากัน ซึ่งสะท้อนว่าการวางแผนตามโครงสร้างของแต่ละจุดเป็นตัวแปรที่ถูกนำมาศึกษาจริง

อีกงานหนึ่ง เปรียบเทียบความถี่ของ HIFU ที่ต่างกันโดยดูจากเนื้อเยื่อ และเทียบกับความรู้สึกของผู้รับการรักษา

ในทางปฏิบัติ สิ่งที่มักทำให้คนรู้สึกว่าทำแล้วไม่เห็นผล จึงไม่ได้มีแค่จำนวนช็อตน้อย แต่รวมถึงช็อตไม่ได้ลงที่ชั้นและบริเวณที่ตรงกับปัญหา คาดหวังให้เห็นผลเร็วเกินไป และประเมินผลด้วยรูปที่ถ่ายคนละแสงคนละมุม ทั้งสามเรื่องนี้ป้องกันได้ตั้งแต่ตอนปรึกษา

ช็อตลงที่ชั้นไหน สำคัญพอ ๆ กับจำนวนช็อต

Shurink กับ Ulthera ต่างกันยังไง

ทั้งสองเครื่องใช้คลื่นอัลตราซาวด์แบบโฟกัสส่งความร้อนลงใต้ผิวเหมือนกัน ความต่างที่ควรรู้คือวิธีมองเห็นชั้นผิวระหว่างทำ และการเลือกหัวยิงตามความลึก ไม่ใช่ว่าเครื่องไหนดีกว่าเครื่องไหนแบบตายตัว

Ulthera เป็นเครื่องที่มีภาพอัลตราซาวด์ให้เห็นชั้นผิวระหว่างทำ งานศึกษาเนื้อเยื่อของ Ulthera ระบุว่าหัว 1.5 มม. ทำงานที่ชั้นหนังแท้ส่วนตื้น และหัว 3.0 มม. ทำงานที่ชั้นหนังแท้ส่วนลึก ความลึกจึงเป็นตัวแปรที่ต้องจับคู่กับความหนาของผิวแต่ละคน ไม่ใช่ยิ่งลึกยิ่งดี

ส่วน Shurink Universe เป็นเครื่องจากเกาหลี ใช้หลักการ HIFU เช่นกันและมีหัวยิงหลายความลึกให้เลือก ข้อมูลจากผู้ผลิตระบุว่าเครื่องนี้อยู่บนแพลตฟอร์มเดียวกับ Ultraformer MPT ที่ใช้ในต่างประเทศ แต่การอนุมัติและหัวยิงในแต่ละประเทศอาจไม่เหมือนกัน

ถ้าตอนนี้ยังเลือกไม่ได้ ให้เริ่มจากคำถามว่าปัญหาหลักอยู่ที่ชั้นไหนและบริเวณไหน แล้วค่อยให้แพทย์อธิบายว่าเครื่องใดและการแบ่งช็อตแบบใดตอบโจทย์นั้น

Shurink กับ Ulthera ต่างกันยังไง

ผลข้างเคียงและข้อควรระวังก่อนทำ

ระหว่างทำ ส่วนใหญ่จะรู้สึกร้อนหรือเหมือนถูกจี๊ดเป็นจุด ๆ บริเวณที่ใกล้กระดูก เช่น กรอบหน้าและขากรรไกร มักรู้สึกชัดกว่าแก้มที่มีเนื้อมาก และความรู้สึกจะต่างกันไปตามความลึกของหัวยิงที่ใช้ ถ้ากังวลเรื่องความเจ็บ บอกแพทย์ตั้งแต่ตอนปรึกษาเพื่อปรับวิธีดูแลระหว่างทำได้

หลังทำอาจมีรอยแดงหรือบวมเล็กน้อย และรู้สึกตึงหรือกดเจ็บบางจุดได้ อาการเหล่านี้มักค่อย ๆ ลดลงเอง แต่ถ้ามีอาการชา ปวดมากขึ้นเรื่อย ๆ มีตุ่มน้ำ หรือรอยไหม้ที่ผิว ควรรีบปรึกษาแพทย์ทันที

ก่อนทำ ควรแจ้งแพทย์ถ้ากำลังตั้งครรภ์ มีแผลหรือการอักเสบบริเวณที่จะทำ เคยฉีดฟิลเลอร์หรือร้อยไหมไว้ในบริเวณนั้น หรือมีโรคประจำตัวและยาที่ใช้อยู่ ข้อมูลเหล่านี้มีผลต่อการตัดสินใจว่าจะทำได้หรือไม่ และควรเลี่ยงจุดไหน

ผลข้างเคียงและข้อควรระวังก่อนทำ

ในตารางเดินทาง: บินกลับ ถ่ายรูป และหลังกลับไทย

เรื่องเที่ยวบิน ถ้าวันนั้นไม่ได้ใช้ยาสลบแบบหลับ (sedation) ก็ไม่มีเหตุผลต้องเลื่อนไฟลต์เพราะการทำหัตถการนี้ ส่วนวันที่ใช้ยาสลบแบบหลับให้แยกพิจารณาต่างหาก

เรื่องเที่ยวและถ่ายรูปหลังทำ ขึ้นกับว่าวันนั้นทำบริเวณไหนและมีรอยแดงหรือบวมมากน้อยแค่ไหน ถ้ามีนัดถ่ายรูปสำคัญ แนะนำให้ถามแพทย์ตอนปรึกษาว่าควรวางวันทำไว้ช่วงไหนของทริป

การมาครั้งเดียวก็มีความหมาย การรักษาแบบนี้ไม่ได้เปลี่ยนหน้าแบบหักมุมในครั้งเดียว แต่ค่อย ๆ พาผิวกลับไปใกล้ความกระชับแบบเดิมทีละน้อย จึงควรคุยกับแพทย์ด้วยว่าถ้าจะกลับมาอีก ระยะห่างที่เหมาะกับผิวของคุณเป็นอย่างไร

หลังกลับไทยแล้ว ถ้าสังเกตเห็นอะไรผิดปกติ สามารถส่งรูปบริเวณที่ทำมาสอบถามทาง LINE ได้ แต่ถ้าเป็นสัญญาณที่ชัด เช่น ปวดมากขึ้น มีตุ่มน้ำ หรือชาไม่หาย ควรไปพบแพทย์ใกล้บ้านที่ไทยก่อน

ในตารางเดินทาง: บินกลับ ถ่ายรูป และหลังกลับไทย

สรุป: ถามการแบ่งช็อตตามความลึก ก่อนถามว่า 300 พอไหม

300 ช็อตจะพอหรือไม่ ตอบได้เมื่อรู้ว่าช็อตถูกแบ่งไปที่บริเวณที่หย่อนและลงที่ความลึกที่ตรงกับผิวของคุณ และการเปลี่ยนแปลงเป็นแบบค่อยเป็นค่อยไป จึงควรประเมินด้วยรูปที่ถ่ายเงื่อนไขเดียวกัน ทั้งนี้ผลลัพธ์อาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล ขึ้นอยู่กับสภาพผิวและการดูแลตัวเอง

ตอนปรึกษา ลองขอให้แพทย์บอกสามอย่าง คือแต่ละบริเวณจะได้กี่ช็อต แต่ละส่วนใช้หัวยิงความลึกเท่าไหร่ และควรถ่ายรูปเทียบกันหลังทำเมื่อไหร่ ถ้าคำตอบชัดทั้งสามข้อ คุณจะรู้ได้เองว่า 300 ช็อตนั้นถูกวางแผนมาเพื่อหน้าของคุณหรือไม่

ถ้ากำหนดวันมาโซลแล้ว ส่งข้อความหา Beautystone ทาง LINE ได้เลยนะคะ เช่น "จะมาโซลวันที่ ○ กลับวันที่ ○ อยากทำ Shurink Universe กังวลกรอบหน้าหย่อน" พร้อมแนบรูปหน้าตรงและด้านข้าง จะช่วยให้คุยเรื่องการแบ่งช็อตได้ตรงขึ้นค่ะ

คำถามที่พบบ่อย

Q. ราคา Shurink Universe 300 ช็อตคิดอย่างไรคะ

A. ราคาขึ้นกับจำนวนช็อตและบริเวณที่ทำ บทความนี้จึงไม่ระบุตัวเลข หากอยากรู้รายละเอียด ส่งรูปและบริเวณที่กังวลมาทาง LINE เพื่อสอบถามวิธีคิดราคาก่อนตัดสินใจได้ค่ะ

Q. เคยฉีดฟิลเลอร์หรือร้อยไหมมาก่อน ทำ Shurink ได้ไหมคะ

A. ควรแจ้งแพทย์ก่อนเสมอว่าเคยทำอะไร ที่บริเวณไหน และนานแค่ไหนแล้ว เพราะมีผลต่อการตัดสินใจว่าจะทำได้หรือควรเลี่ยงจุดใด แพทย์จะเป็นผู้ประเมินเป็นรายบุคคลค่ะ

Q. ทำครั้งเดียวคุ้มไหม หรือต้องทำหลายครั้งคะ

A. การมาครั้งเดียวก็มีความหมาย เพราะผิวจะค่อย ๆ กระชับขึ้นทีละน้อยหลังทำ ส่วนจะกลับมาทำอีกเมื่อไหร่ ควรคุยกับแพทย์ตามสภาพผิวและเป้าหมายของคุณค่ะ

Q. ก่อนมาเกาหลี ควรเตรียมข้อมูลอะไรบ้างคะ

A. เตรียมวันที่มาถึงและวันกลับ บริเวณที่กังวล ประวัติการทำหัตถการที่ผ่านมา และรูปหน้าตรงกับด้านข้างในแสงธรรมชาติ ส่งมาทาง LINE ล่วงหน้าจะช่วยวางแผนได้ง่ายขึ้นค่ะ

บทความแนะนำ

Titanium Lifting เห็นผลเมื่อไหร่ ต้องทำกี่ครั้ง ทำซ้ำตอนไหน?ลิฟติ้ง

Titanium Lifting เห็นผลเมื่อไหร่ ต้องทำกี่ครั้ง ทำซ้ำตอนไหน?

ทำ Titanium Lifting แล้วหน้ายังเหมือนเดิม? ผลของเลเซอร์ยกกระชับแบบนี้มักค่อย ๆ ขึ้นในช่วง 2-6 เดือนหลังครั้งสุดท้าย ดูจำนวนครั้ง อาการที่ต้องรีบติดต่อ และวิธีตัดสินใจทำซ้ำจากรูปถ่าย

Titanium Lifting เจ็บไหม? ทาครีมชาอย่างเดียวพอหรือเปล่าลิฟติ้ง

Titanium Lifting เจ็บไหม? ทาครีมชาอย่างเดียวพอหรือเปล่า

Titanium Lifting กระจายความร้อนผ่านหลายรอบด้วยพลังงานต่ำ จึงรู้สึกร้อนมากกว่าเจ็บแปลบ อ่านว่างานวิจัยบอกอะไรเรื่องครีมชา น้ำแข็ง และการปรับพลังงาน

ร้อยไหมหน้าราคาต่างกันทำไม? ใบเสนอราคาต้องดูอะไรนอกจากจำนวนเส้นลิฟติ้ง

ร้อยไหมหน้าราคาต่างกันทำไม? ใบเสนอราคาต้องดูอะไรนอกจากจำนวนเส้น

ราคาร้อยไหมหน้าที่ต่างกันระหว่างคลินิกมักมาจากชนิดไหม บริเวณที่ทำ การวางแนวไหม และสิ่งที่รวมในราคา มากกว่าจำนวนเส้น แต่ก่อนเทียบราคา ควรแยกให้ได้ก่อนว่าปัญหาคือหน้าหย่อนหรือหน้าตอบ

บทความล่าสุด

หลังฉีดฟิลเลอร์ปาก ล้างหน้า แต่งหน้า ออกกำลัง ดื่มเหล้าได้เมื่อไหร่?รูปหน้าและวอลุ่ม

หลังฉีดฟิลเลอร์ปาก ล้างหน้า แต่งหน้า ออกกำลัง ดื่มเหล้าได้เมื่อไหร่?

บวมและช้ำหลังฉีดฟิลเลอร์ปากมักยุบภายใน 1 ถึง 2 สัปดาห์ รวมสิ่งที่ทำได้ตั้งแต่วันแรกถึงสัปดาห์ที่สอง เวลาที่แต่งหน้า ออกกำลังกาย ดื่มแอลกอฮอล์ได้ และอาการที่ต้องรีบไปหาหมอ

ร่องแก้มลึก ยกกระชับอย่างเดียวพอไหม? วิธีแยกหน้าหย่อนกับหน้าตอบรูปหน้าและวอลุ่ม

ร่องแก้มลึก ยกกระชับอย่างเดียวพอไหม? วิธีแยกหน้าหย่อนกับหน้าตอบ

ร่องแก้มลึกจากหน้าหย่อนกับหน้าตอบต้องแก้ต่างกัน รวมวิธีเช็กด้วยการดันแก้มหน้ากระจก สิ่งที่ HIFU และร้อยไหมทำได้ เมื่อไหร่ควรใช้ฟิลเลอร์ และอาการที่ต้องรีบไปหาหมอ

ลบรอยสักบางส่วน ลบตัวอักษรแค่ตัวเดียว ราคาและจำนวนครั้งคิดยังไง?ลบรอยสัก

ลบรอยสักบางส่วน ลบตัวอักษรแค่ตัวเดียว ราคาและจำนวนครั้งคิดยังไง?

อยากลบรอยสักแค่ตัวอักษรเดียวหรือคำเดียว บทความนี้รวมวิธีลบบางส่วน สิ่งที่อยู่ในใบเสนอราคา เหตุผลที่จำนวนครั้งต่างกัน และวิธีแยกอาการปกติกับอาการที่ต้องระวัง

Juvelook Volume แพ็กเกจ 3 ครั้ง ทำ 1 ครั้งก่อนได้ไหม?รูปหน้าและวอลุ่ม

Juvelook Volume แพ็กเกจ 3 ครั้ง ทำ 1 ครั้งก่อนได้ไหม?

แพ็กเกจ Juvelook Volume 3 ครั้ง ลองทำ 1 ครั้งก่อนได้ไหม รวมเหตุผลที่ไม่ควรตัดสินจากหน้าหลังฉีดทันที วิธีเทียบใบเสนอราคา และอาการที่ควรรีบติดต่อแพทย์

CO2 Fraxel ทำครบ 3 ครั้งแล้ว ผลอยู่ได้นานแค่ไหน ควรทำซ้ำเมื่อไหร่?ผิวหนัง

CO2 Fraxel ทำครบ 3 ครั้งแล้ว ผลอยู่ได้นานแค่ไหน ควรทำซ้ำเมื่อไหร่?

ทำ CO2 Fraxel ครบคอร์สแล้ว ผลกับหลุมสิวจะอยู่ได้นานแค่ไหน? ดูข้อมูลติดตาม 1-2 ปีและ 3 ปี วิธีเทียบรูปเพื่อเลือกเวลาทำซ้ำ และอาการที่ต้องรีบติดต่อ สำหรับคนที่วางแผนบินมาโซลอีกรอบ

Potenza รักษารูขุมขน เห็นผลเมื่อไหร่ ต้องทำกี่ครั้ง?ผิวหนัง

Potenza รักษารูขุมขน เห็นผลเมื่อไหร่ ต้องทำกี่ครั้ง?

ทำ Potenza ครั้งแรกแล้วรูขุมขนกลับมาเหมือนเดิมหลังอาการบวมยุบ? ดูว่าแต่ละช่วงหลังทำควรเห็นอะไร ควรวางแผนเป็นชุดกี่ครั้ง อาการแบบไหนต้องรีบติดต่อ และวิธีถ่ายรูปเทียบผลสำหรับคนที่มาทำที่เกาหลี

ติดตามเราใน Instagram

@beautysdoctors