ภาพปกอธิบายจำนวนครั้งและระยะเวลาที่คอลลาเจนใช้ในการขึ้นของ Sculptra
ผิวหนัง

Sculptra ต้องทำกี่ครั้ง? คอลลาเจนใช้เวลานานแค่ไหนกว่าจะขึ้น

Sculptra ไม่ใช่หัตถการที่เติมเต็มทันที แต่กระตุ้นให้ร่างกายสร้างคอลลาเจนขึ้นเองอย่างค่อยเป็นค่อยไป บทความนี้สรุประยะเวลาที่คอลลาเจนใช้ในการขึ้น รวมถึงจำนวนครั้งและระยะห่างที่เหมาะสม

ติดตาม Hongdae Beautys Doctors YouTube

เคยสงสัยไหมว่าฉีด Sculptra แล้วจะเห็นวอลลุ่มขึ้นทันทีในวันนั้นเลยหรือเปล่า และทำครั้งเดียวจะจบหรือไม่ หลายคนที่กำลังศึกษาข้อมูลก่อนตัดสินใจมักมีคำถามสองข้อนี้เป็นอันดับแรก เพราะถ้าเข้าใจผิดว่าเป็นหัตถการที่เติมเต็มทันทีเหมือนฟิลเลอร์ HA ทั่วไป ก็อาจรู้สึกว่าผลลัพธ์มาช้ากว่าที่คาดไว้

ปัญหาปริมาตรใต้ผิวที่ลดลงตามวัยเกิดจากคอลลาเจนที่ค่อย ๆ ลดลง การดูแลผิวด้วยตัวเองเพียงอย่างเดียวมักช่วยได้จำกัดเมื่อการสูญเสียปริมาตรลึกขึ้น Sculptra จึงเป็นหัตถการที่ไม่ได้เติมเต็มบริเวณนั้นโดยตรง แต่กระตุ้นให้ร่างกายสร้างคอลลาเจนขึ้นเอง ผลจึงค่อย ๆ ปรากฏตามเวลา และโดยทั่วไปต้องแบ่งทำหลายครั้ง บทความนี้ BeautyStone Clinic จะพาคุณไปเจาะลึกว่าคอลลาเจนใช้เวลานานแค่ไหนกว่าจะขึ้น และควรทำกี่ครั้ง เว้นระยะห่างเท่าไหร่ พร้อมแนะนำแนวทางการดูแล ไปดูกันเลยค่ะ

Sculptra คืออะไร? ต่างจากฟิลเลอร์ทั่วไปอย่างไร

Sculptra (สกัลป์ทรา) มีส่วนประกอบหลักคือ Poly-L-Lactic Acid (PLLA)* ซึ่งเป็นสารกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนที่ร่างกายสามารถสลายได้เอง ต่างจากฟิลเลอร์ HA ทั่วไปที่อุ้มน้ำและเติมเต็มบริเวณที่ฉีดในทันที โดย Sculptra จะซึมเข้าสู่ชั้นหนังแท้และค่อย ๆ กระตุ้นให้ผิวสร้างคอลลาเจนของตัวเองขึ้นมาแทน

Poly-L-Lactic Acid (PLLA)*: สารกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนที่สลายตัวได้เองในร่างกายอย่างช้า ๆ ไม่ได้เติมเต็มบริเวณนั้นโดยตรง แต่ทำงานในชั้นหนังแท้เพื่อกระตุ้นให้ร่างกายสร้างคอลลาเจนของตัวเองขึ้นมา

มีข้อมูลอ้างอิงที่อธิบายว่า Poly-L-Lactic Acid กระตุ้นไฟโบรบลาสต์ให้สร้างคอลลาเจนเพิ่มขึ้น และการเปลี่ยนแปลงนี้ไม่ได้เกิดขึ้นทันที แต่ค่อย ๆ ปรากฏตามเวลา จึงช่วยอธิบายได้ชัดเจนว่าทำไม Sculptra ถึงไม่ใช่หัตถการแบบ "ฉีดแล้วเห็นผลทันที" อาการบวมเล็กน้อยที่เห็นหลังฉีดในวันแรกนั้นเกิดจากน้ำที่ฉีดเข้าไปพร้อมกัน ซึ่งจะค่อย ๆ ยุบลงภายในไม่กี่วัน ส่วนวอลลุ่มที่แท้จริงจะค่อย ๆ ปรากฏขึ้นหลังจากคอลลาเจนเริ่มถูกสร้างและติดอยู่ในชั้นผิว

ภาพแสดงกลไกของ Sculptra ที่ต่างจากฟิลเลอร์ HA ทั่วไป

คอลลาเจนใช้เวลานานแค่ไหนกว่าจะเห็นผล?

การสร้างคอลลาเจนไม่ใช่กระบวนการที่จบในครั้งเดียว แต่ค่อย ๆ สะสมขึ้นตลอดหลายสัปดาห์ไปจนถึงหลายเดือน มีงานวิจัยที่รายงานว่าปริมาณคอลลาเจนเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัดเมื่อถึงช่วง 3 เดือนหลังทำ โดยทั่วไปการเปลี่ยนแปลงมักเริ่มรู้สึกได้อย่างค่อยเป็นค่อยไปตั้งแต่ไม่กี่สัปดาห์แรก และจะชัดเจนขึ้นเรื่อย ๆ ในช่วง 2-3 เดือน

ด้วยช่วงเวลาที่ต่างกันนี้ เกณฑ์การประเมินผลลัพธ์จึงต่างจากฟิลเลอร์ HA ทั่วไปด้วย ฟิลเลอร์ HA สามารถส่องกระจกดูผลได้ทันทีหลังฉีด แต่ Sculptra เป็นหัตถการที่ควรประเมินผลจาก "ตัวเองในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า" มากกว่า การตัดสินผลลัพธ์ทันทีหลังทำเพียงครั้งเดียวจึงยังเร็วเกินไป ควรให้เวลาจนถึงช่วงนัดติดตามผลครั้งถัดไปก่อน

ภาพแสดงระยะเวลาที่คอลลาเจนใช้ในการขึ้นหลังทำ Sculptra

ต้องทำกี่ครั้ง? ควรเว้นระยะห่างเท่าไหร่?

Sculptra ไม่ใช่หัตถการที่ทำครั้งเดียวจบ แต่โดยทั่วไปต้องแบ่งทำหลายครั้ง งานทบทวนวรรณกรรมอย่างเป็นระบบเกี่ยวกับ Poly-L-Lactic Acid ก็สรุปไว้ว่าส่วนใหญ่มีการรักษาแบบหลายเซสชัน และผลลัพธ์สามารถคงอยู่ได้เป็นระยะเวลานาน เนื่องจากคอลลาเจนไม่สามารถสร้างขึ้นได้เพียงพอจากการกระตุ้นเพียงครั้งเดียว จึงต้องเว้นระยะห่างแล้วกระตุ้นซ้ำเพื่อสะสมผลลัพธ์ขึ้นทีละขั้น

จำนวนครั้งและระยะห่างไม่มีสูตรตายตัว เพราะขึ้นอยู่กับสภาพผิว ปริมาตรที่ต้องการ และบริเวณที่ทำ โดยทั่วไปแพทย์จะดูผลลัพธ์ที่ติดอยู่หลังทำแต่ละครั้งก่อนกำหนดครั้งถัดไป ทำให้แผนการรักษาทั้งหมดมักใช้เวลาหลายเดือน ปัจจัยหลักที่มีผลต่อจำนวนครั้งและระยะห่าง มีดังนี้

  • สภาพผิวและความสามารถในการสร้างคอลลาเจน : แตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล มีผลต่อจำนวนครั้ง
  • ปริมาตรที่ต้องการ : ต้องการการเปลี่ยนแปลงแบบธรรมชาติหรือชัดเจน การออกแบบจะต่างกัน
  • บริเวณที่ทำ : บางบริเวณอย่างแก้มหรือขมับอาจต้องการจำนวนครั้งต่างกัน
  • ระยะห่างโดยประมาณ : มักเว้นอย่างน้อย 1 เดือน โดยดูการติดของคอลลาเจนก่อนกำหนดครั้งถัดไป

ที่ BeautyStone Clinic เมื่อแนะนำ Sculptra ให้กับคนไข้ มักอธิบาย "แผนหลายเดือน" ก่อนพูดถึงปริมาณต่อครั้ง เพราะเป็นหัตถการที่คอลลาเจนต้องใช้เวลาสร้างขึ้น การรู้ล่วงหน้าว่าผลจะค่อย ๆ ปรากฏช่วยให้คนไข้ประเมินผลลัพธ์ได้อย่างเหมาะสมมากขึ้น

ภาพแสดงจำนวนครั้งและระยะห่างที่เหมาะสมของการทำ Sculptra

อะไรบ้างที่ทำให้จำนวนครั้งและระยะห่างต่างกัน

ยิ่งปริมาตรที่หายไปลึกมากเท่าไหร่ มักต้องแบ่งทำหลายครั้งมากขึ้นเพื่อค่อย ๆ เติมทีละขั้น แทนการทำครั้งเดียวในปริมาณมาก ซึ่งช่วยให้ผลลัพธ์ออกมาเป็นธรรมชาติกว่า ความสามารถในการสร้างคอลลาเจนก็มีผลไม่น้อยเช่นกัน บางคนอาจเห็นผลชัดเจนตั้งแต่ 2 ครั้งแรก ในขณะที่บางคนอาจต้องใช้จำนวนครั้งมากกว่านั้น ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญในการประเมินเป็นรายบุคคล บทความนี้เป็นการรวบรวมข้อมูลทั่วไป ความเหมาะสมและจำนวนครั้งที่แน่นอนควรปรึกษาแพทย์ที่ตรวจดูอาการจริงก่อนตัดสินใจ

ผลข้างเคียงและใครที่ไม่เหมาะกับการทำ

หลังทำ Sculptra ในช่วงไม่กี่วันแรกอาจมีปฏิกิริยาเล็กน้อยเกิดขึ้นได้ ซึ่งส่วนใหญ่มักหายไปเองโดยไม่ต้องดูแลเป็นพิเศษ

  • รอยแดง อาการเจ็บเล็กน้อย หรือรอยช้ำบริเวณที่ฉีด — มักหายได้เองภายในไม่กี่วัน
  • อาการบวมเล็กน้อย — เกิดจากน้ำที่ฉีดเข้าไปพร้อมกัน มักยุบภายในไม่กี่วัน
  • ความรู้สึกเป็นตุ่มเล็ก ๆ เมื่อสัมผัส — ค่อย ๆ ลดลงเมื่อคอลลาเจนติดตัวมากขึ้น

หากพบอาการต่อไปนี้ ควรรีบปรึกษาแพทย์ที่ทำหัตถการให้ทันที

  • มีก้อนแข็งที่คลำได้ชัดเจนแม้เวลาผ่านไปนาน
  • บวมหรือเจ็บมากขึ้นเรื่อย ๆ ในบริเวณใดบริเวณหนึ่ง
  • มีอาการร้อนร่วมกับรอยแดงที่ลามขยายออก

ผู้ที่เข้าข่ายต่อไปนี้อาจไม่สามารถเข้ารับการทำได้ ควรแจ้งให้แพทย์ทราบก่อนเสมอ

  • ผู้ที่ตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร
  • ผู้ที่มีแนวโน้มเป็นแผลคีลอยด์ หรือมีการอักเสบ ติดเชื้อในบริเวณที่จะทำ
  • ผู้ที่มีประวัติแพ้ส่วนประกอบของผลิตภัณฑ์

ค่าใช้จ่ายแตกต่างกันไปตามแต่ละคลินิก โดยขึ้นอยู่กับจำนวนครั้งและบริเวณที่ทำ ก่อนตัดสินใจควรได้รับคำอธิบายเรื่องความเสี่ยงและผลที่คาดหวังจากการตรวจประเมิน และแจ้งความกังวลของตนเองให้แพทย์ทราบอย่างชัดเจน

สรุป

Sculptra ไม่ใช่หัตถการที่เติมเต็มทันที แต่กระตุ้นให้ร่างกายสร้างคอลลาเจนขึ้นเองอย่างค่อยเป็นค่อยไปตลอดหลายสัปดาห์ถึงหลายเดือน และโดยทั่วไปต้องแบ่งทำหลายครั้งเว้นระยะห่างกัน ทั้งนี้ผลลัพธ์อาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคลและมีความเสี่ยงร่วมด้วย จำนวนครั้งและระยะห่างที่เหมาะสมจึงควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อประเมินก่อนตัดสินใจเสมอ

การเปลี่ยนแปลงของปริมาตรที่การดูแลด้วยตัวเองช่วยได้จำกัด สามารถค่อย ๆ ปรับดูแลเป็นขั้นตอนได้โดยดูจากผลลัพธ์ในแต่ละครั้ง หากคุณกำลังกังวลเรื่อง Sculptra ว่าต้องทำกี่ครั้งและใช้เวลานานแค่ไหนกว่าจะเห็นผล ทักมาปรึกษาคุณหมอที่ BeautyStone Clinic ย่านฮับจอง กรุงโซล ได้เลยนะคะ ปรึกษาฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย

คำถามที่พบบ่อย

Q1. Sculptra ต้องทำทั้งหมดกี่ครั้งโดยทั่วไป?

จำนวนครั้งขึ้นอยู่กับสภาพผิวและปริมาตรที่ต้องการ จึงไม่มีตัวเลขตายตัวที่ใช้ได้กับทุกคน โดยทั่วไปแพทย์จะดูผลลัพธ์ที่ติดอยู่หลังทำแต่ละครั้งก่อนวางแผนครั้งถัดไปร่วมกัน แผนการรักษาทั้งหมดจึงมักใช้เวลาหลายเดือนค่ะ

Q2. คอลลาเจนเริ่มขึ้นตอนไหน?

โดยทั่วไปเริ่มรู้สึกได้อย่างค่อยเป็นค่อยไปตั้งแต่ไม่กี่สัปดาห์แรก และชัดเจนขึ้นในช่วง 2-3 เดือน อาการบวมที่เห็นทันทีหลังฉีดเกิดจากน้ำที่ฉีดเข้าไปพร้อมกัน ซึ่งจะยุบลงภายในไม่กี่วัน ส่วนวอลลุ่มที่แท้จริงจะค่อย ๆ ปรากฏขึ้นหลังจากนั้นค่ะ

Q3. ทำ Sculptra เจ็บมากไหม?

ความรู้สึกเจ็บแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล อาจมีอาการเจ็บเล็กน้อยหรือรอยช้ำบริเวณที่ฉีด ซึ่งมักหายได้เองภายในไม่กี่วัน หากมีอาการเจ็บมากผิดปกติหรืออาการยืดเยื้อ ควรรีบปรึกษาแพทย์ที่ทำหัตถการให้ทันทีค่ะ

Q4. ราคา Sculptra ประมาณเท่าไหร่?

ค่าใช้จ่ายแตกต่างกันไปตามจำนวนครั้ง บริเวณที่ทำ และคลินิกแต่ละแห่ง จึงไม่สามารถระบุตัวเลขตายตัวได้ แนะนำให้เข้ารับการปรึกษาเพื่อประเมินสภาพผิวก่อน แล้วแพทย์จะอธิบายจำนวนครั้งและค่าใช้จ่ายโดยประมาณให้ทราบค่ะ

บทความแนะนำ

ภาพหน้าปกเรื่องอาการบวมหลังทำหัตถการกับการดูแลด้วยอาหารผิวหนัง

อาการบวมหลังทำหัตถการ ลดได้ด้วยอาหารและโซเดียมไหม

อาการบวมที่เกิดขึ้นหลังทำหัตถการความงามอาจบรรเทาลงหรือยืดเยื้อได้ตามอาหารที่เรากิน บทความนี้ชวนดูเรื่องโซเดียม น้ำ และอาหารที่ช่วย จากมุมมองการดูแลตัวเองอย่างใจเย็น

ผู้หญิงกังวลว่าทำเลเซอร์โทนนิงแล้วผิวดูเข้มขึ้นหรือเป็นด่างผิวหนัง

เลเซอร์โทนนิงแล้วทำไมสีผิวถึงเข้มขึ้นหรือเป็นด่างชั่วคราว?

หลายคนทำเลเซอร์โทนนิงเพื่อให้ฝ้าหรือจุดด่างจางลง แต่กลับเห็นผิวเข้มขึ้นหรือเป็นด่างในช่วงแรก บทความนี้จะพาไปดูว่าทำไมถึงเป็นแบบนี้

ผู้หญิงกังวลเรื่องการเลือกหัวทิป Potenza ให้เหมาะกับผิวผิวหนัง

Potenza มีหัวทิปหลายแบบ แต่ละหัวต่างกันยังไง แล้วผิวเราเหมาะกับหัวไหน?

Potenza เป็นเครื่อง RF ไมโครนีดเดิลที่หัวทิปแต่ละแบบทำหน้าที่ต่างกัน บทความนี้จะพาไปดูว่าหัวแบบไหนเหมาะกับปัญหาผิวแบบไหน เพื่อให้เข้าใจก่อนตัดสินใจ

บทความล่าสุด

ภาพหน้าปกเรื่องอาการบวมหลังทำหัตถการกับการดูแลด้วยอาหารผิวหนัง

อาการบวมหลังทำหัตถการ ลดได้ด้วยอาหารและโซเดียมไหม

อาการบวมที่เกิดขึ้นหลังทำหัตถการความงามอาจบรรเทาลงหรือยืดเยื้อได้ตามอาหารที่เรากิน บทความนี้ชวนดูเรื่องโซเดียม น้ำ และอาหารที่ช่วย จากมุมมองการดูแลตัวเองอย่างใจเย็น

ภาพหน้าปกเรื่องดาวน์ไทม์ Potenza และการฟื้นตัววันต่อวันลิฟติ้ง

ดาวน์ไทม์ Potenza นานแค่ไหน ฟื้นตัววันต่อวันอย่างไร

หลังทำ Potenza รอยแดง สะเก็ดเล็ก ๆ และบวมจะค่อย ๆ ยุบลงตามวันอย่างไร บทความนี้เรียบเรียงไทม์ไลน์การฟื้นตัวและจุดดูแลในแต่ละช่วงให้เข้าใจแบบสบายใจ

ภาพหน้าปกเรื่องการทำ InMode FX ในหน้าร้อนและการดูแลผิวจากแดดลิฟติ้ง

InMode FX หน้าร้อนทำได้ไหม ดูแลผิวจากแดดหลังทำอย่างไร

หน้าร้อนทำ InMode FX ได้ไหม และหลังทำควรจัดการกับแดด เหงื่อ และการออกไปข้างนอกอย่างไรเพื่อเลี่ยงรอยคล้ำ บทความนี้ค่อย ๆ เรียบเรียงให้เข้าใจแบบสบายใจ

ภาพหน้าปกอธิบายว่าผลของ Oligio X อยู่ได้นานแค่ไหนและควรทำซ้ำเมื่อไหร่ลิฟติ้ง

Oligio X ผลอยู่ได้นานแค่ไหน ควรทำซ้ำเมื่อไหร่

หลังทำ Oligio X หลายคนสงสัยว่าความกระชับจะอยู่ได้นานแค่ไหน และควรกลับมาทำซ้ำเมื่อไหร่ดี บทความนี้จะช่วยแยกให้เห็นชัดจากมุมของการสร้างคอลลาเจนใหม่ค่ะ

ภาพหน้าปกอธิบายความต่างของความลึกที่ความร้อนจาก Onda และ Shurink ลงถึงลิฟติ้ง

Onda กับ Shurink ต่างกันอย่างไร ความร้อนลงลึกแค่ไหน

Onda และ Shurink เป็นทรีตเมนต์กระชับผิวเหมือนกัน แต่วิธีส่งผ่านความร้อนและความลึกที่ลงถึงต่างกันมาก บทความนี้จะช่วยแยกให้เห็นชัดว่าแต่ละเครื่องเหมาะกับใครค่ะ

ผู้หญิงกังวลว่าทำเลเซอร์โทนนิงแล้วผิวดูเข้มขึ้นหรือเป็นด่างผิวหนัง

เลเซอร์โทนนิงแล้วทำไมสีผิวถึงเข้มขึ้นหรือเป็นด่างชั่วคราว?

หลายคนทำเลเซอร์โทนนิงเพื่อให้ฝ้าหรือจุดด่างจางลง แต่กลับเห็นผิวเข้มขึ้นหรือเป็นด่างในช่วงแรก บทความนี้จะพาไปดูว่าทำไมถึงเป็นแบบนี้

ติดตามเราใน Instagram

@beautysdoctors