ภาพปกเปรียบเทียบ Rejuran Healer กับ HB Plus ว่าต่างกันอย่างไรและตัวไหนเจ็บน้อยกว่า
ผิวหนัง

Rejuran Healer กับ HB Plus ต่างกันอย่างไร ตัวไหนเจ็บน้อยกว่า

Rejuran Healer และ HB Plus ใช้ส่วนประกอบหลักกลุ่มเดียวกัน แต่ HB Plus เพิ่มสารเติมความชุ่มชื้นและสารช่วยลดความเจ็บ บทความนี้รวมความต่างและแนวทางเลือกไว้ให้

ไม่แน่ใจว่าเหมาะกับตัวเองไหมดูจากรูปหรือบทความอย่างเดียวบอกได้ยาก ปรึกษาเป็นภาษาไทยได้ แผนการรักษาจะสรุปหลังพบแพทย์ที่คลินิก* มีเจ้าหน้าที่ภาษาไทย · ถามได้โดยตรงทาง LINEถามคุณหมอ

เคยไหมคะ เวลาหาข้อมูลเรื่อง Rejuran (รีจูรัน) แล้วเจอทั้งชื่อ Healer และ HB Plus พร้อมกัน จนสับสนว่าตกลงสองตัวนี้ต่างกันตรงไหน แล้วตัวไหนที่ว่าเจ็บน้อยกว่ากันแน่

พอเป็น Rejuran เหมือนกัน แต่กลับบอกว่าให้ผลและความเจ็บต่างกัน หลายคนเลยยิ่งรู้สึกว่าเลือกยากขึ้นไปอีก ความจริงแล้วทั้งสองตัวใช้ส่วนประกอบหลักกลุ่มเดียวกัน เพียงแต่ Healer จะเน้นการปรับสภาพผิวเรื่องเนื้อผิวและความยืดหยุ่น ส่วน HB Plus เพิ่มสารเติมความชุ่มชื้นและสารที่ช่วยลดความเจ็บเข้าไปด้วย

บทความนี้ Beautystone Clinic จะพาคุณไปเจาะลึกว่า Rejuran Healer กับ HB Plus ต่างกันตรงไหน ตัวไหนเจ็บน้อยกว่าและเพราะอะไร ปัญหาผิวแบบไหนเหมาะกับตัวใด พร้อมแนะนำแนวทางการดูแลหลังทำและสัญญาณที่ควรระวังในช่วงพักฟื้น ไปดูกันเลย

Rejuran คืออะไร ทำงานกับผิวอย่างไร

หัวใจของ Rejuran ในกลุ่มนี้คือสารที่เรียกว่าพอลินิวคลีโอไทด์ (Polynucleotide: PN) ซึ่งเป็นชิ้นส่วนของ DNA ที่สกัดและทำให้บริสุทธิ์มาจากปลาแซลมอน เมื่อเข้าสู่ผิวจะช่วยกระตุ้นให้ผิวของคุณเองค่อย ๆ จัดระเบียบเนื้อผิวและฟื้นความยืดหยุ่นกลับคืนมา แนวทางการทำงานจึงเป็นการช่วยให้ผิวฟื้นฟูตัวเอง มากกว่าการเติมบางอย่างเข้าไปเพื่อเพิ่มปริมาตร

จากการศึกษาที่อธิบายว่าพอลินิวคลีโอไทด์มีโครงสร้างเป็นสายยาวที่ช่วยอุ้มน้ำและสนับสนุนการฟื้นตัวของเนื้อเยื่อ (ข้อมูลอ้างอิงเพิ่มเติม) จะเห็นได้ชัดขึ้นว่าทำไมหัตถการนี้จึงเน้นการช่วยให้ผิวฟื้นฟูตัวเอง ไม่ใช่การเติมเต็มแบบฟิลเลอร์ ผลลัพธ์จึงมักค่อย ๆ ปรากฏและตั้งตัวอย่างช้า ๆ ตามการสร้างใหม่ของผิว

Healer กับ HB Plus ต่างกันที่ส่วนประกอบอย่างไร

Rejuran Healer เป็นสูตรที่เน้นไปที่พอลินิวคลีโอไทด์เป็นหลัก จุดโฟกัสจึงอยู่ที่การปรับ "สภาพผิวของตัวเอง" อย่างเนื้อผิว ริ้วรอยตื้น ๆ และความยืดหยุ่น เหมาะกับคนที่อยากดูแลคุณภาพผิวโดยรวมให้แน่นและเรียบเนียนขึ้น

ส่วน Rejuran HB Plus เป็นสูตรไฮบริดที่เพิ่มกรดไฮยาลูโรนิก (Hyaluronic Acid: HA) เข้ามาด้วย ในขณะที่พอลินิวคลีโอไทด์ช่วยให้ผิวฟื้นตัว กรดไฮยาลูโรนิกก็จะเข้ามาเติมความชุ่มชื้นไปพร้อมกัน จึงเป็นแนวทางที่มุ่งทั้งการปรับเนื้อผิวและเติมน้ำให้ผิวในคราวเดียว นอกจากนี้ HB Plus ยังมีส่วนประกอบของยาชาเฉพาะที่อยู่ในสูตร ซึ่งเป็นจุดที่ทำให้ความรู้สึกระหว่างทำต่างจาก Healer

ภาพแสดงความต่างของส่วนประกอบระหว่าง Rejuran Healer กับ HB Plus

ตัวไหนเจ็บน้อยกว่า และเพราะอะไร

Rejuran เป็นหัตถการที่ฉีดแบบตื้น ๆ กระจายหลายจุดทั่วผิว ตัวหัตถการเองจึงมักมีความรู้สึกเจ็บจี๊ด ๆ ตามมาบ้างพอสมควร สิ่งที่ทำให้ความรู้สึกเจ็บต่างกันมากที่สุดคือ ในสูตรมีส่วนประกอบของยาชาอยู่ด้วยหรือไม่ HB Plus มีลิโดเคน (Lidocaine) ซึ่งเป็นยาชาเฉพาะที่ผสมอยู่ในสูตร ทำให้ความรู้สึกจี๊ดขณะฉีดมักน้อยกว่า Healer

ส่วน Healer ที่ไม่มียาชาในสูตร มักจะทาครีมยาชาก่อนเริ่มหัตถการแทน อย่างไรก็ตาม หากคุณอยากลดการระคายเคืองระหว่างฉีดให้มากขึ้น หลายคนก็รู้สึกว่า HB Plus ที่มีส่วนประกอบของยาชานั้นเบากว่า ทั้งนี้ความเจ็บมีความแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล และยังขึ้นอยู่กับตำแหน่งและความลึกของการฉีด จึงควรเข้าใจว่าเป็น "เจ็บน้อยกว่า" มากกว่าจะเป็นการปราศจากความรู้สึกโดยสิ้นเชิง

ภาพแสดงเหตุผลว่าทำไม HB Plus จึงเจ็บน้อยกว่าเพราะมียาชาในสูตร

ปัญหาผิวแบบไหนเหมาะกับตัวใด

เกณฑ์ในการเลือกคือ "อยากปรับเรื่องอะไร" หากเป้าหมายคือการดูแลสภาพผิวของตัวเองอย่างเนื้อผิว ริ้วรอยตื้น ๆ และความยืดหยุ่น Healer มักจะตอบโจทย์ แต่ถ้าอยากได้ความชุ่มชื้นและความอิ่มฟูเพิ่มเข้าไปด้วย หรืออยากลดความเจ็บระหว่างทำ HB Plus ก็จะเหมาะกว่า ทั้งสองตัวเป็นหัตถการที่มักแบ่งทำหลายครั้งเพื่อค่อย ๆ สะสมการเปลี่ยนแปลง มากกว่าจะจบในครั้งเดียว

หัวข้อRejuran HealerRejuran HB Plus
ส่วนประกอบหลักพอลินิวคลีโอไทด์ (PN)PN + กรดไฮยาลูโรนิก (HA)
จุดเด่นฟื้นเนื้อผิวและความยืดหยุ่นฟื้นเนื้อผิว + เติมความชุ่มชื้น
ความรู้สึกเจ็บมักมีจี๊ด ๆมักน้อยกว่าเพราะมียาชา
เหมาะกับริ้วรอยตื้น ความยืดหยุ่นอยากได้ความชุ่มชื้นและอิ่มฟูด้วย

สำหรับจังหวะของผลลัพธ์ มักไม่ได้เปลี่ยนแบบพลิกหน้ามือเป็นหลังมือในครั้งเดียว แต่จะค่อย ๆ เข้าที่ตามจำนวนครั้งที่ทำ ผลลัพธ์ที่ได้อาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล ขึ้นอยู่กับสภาพผิวและการดูแลตัวเอง โดยทั่วไปการเปลี่ยนแปลงเรื่องเนื้อผิวและความชุ่มชื้นมักค่อย ๆ รู้สึกได้ภายในไม่กี่สัปดาห์

ภาพแสดงการเลือกระหว่าง Healer กับ HB Plus ตามปัญหาผิว

ผลข้างเคียงและสัญญาณที่ควรระวังในช่วงพักฟื้น

เนื่องจาก Rejuran ฉีดแบบตื้น ๆ หลายจุด ในช่วงสองสามวันแรกหลังทำจึงมักมีปฏิกิริยาเล็กน้อยได้ ซึ่งส่วนใหญ่มักหายได้เองโดยไม่ต้องดูแลเป็นพิเศษ

  • ตุ่มนูนเล็ก ๆ ตรงจุดที่ฉีด — โดยทั่วไปมักยุบลงภายใน 1-2 วัน
  • รอยแดงจาง ๆ หรือความรู้สึกจี๊ด — พบได้บ่อยและมักหายเร็ว
  • รอยช้ำเล็ก ๆ — อาจเกิดตรงบริเวณที่ฉีดและมักจางลงภายใน 1-2 สัปดาห์

ในช่วงที่ผิวกำลังเข้าที่ ควรงดซาวน่า อบไอน้ำ ออกกำลังกายหนัก และงดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์สักสองสามวัน พร้อมทั้งดูแลเรื่องความชุ่มชื้นและการปกป้องผิวจากแสงแดดให้ดี อย่างไรก็ตาม หากพบสัญญาณต่อไปนี้ ควรรีบปรึกษาแพทย์ที่ทำหัตถการ

  • อาการบวมหรือเจ็บที่ไม่ยุบลงและกลับรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ
  • รอยแดงที่มีความร้อนร่วมด้วยและลามเป็นบริเวณกว้าง ซึ่งเป็นสัญญาณที่น่าสงสัยว่าอาจติดเชื้อ
  • จุดที่ฉีดแข็งเป็นก้อนและเป็นอยู่นาน

บทความนี้เป็นการรวบรวมข้อมูลทั่วไป สำหรับสูตรและจำนวนครั้งที่เหมาะกับสภาพผิวของคุณ ควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญที่ตรวจให้โดยตรงเพื่อประเมินก่อนตัดสินใจ จะปลอดภัยที่สุด

สรุป

Rejuran Healer และ HB Plus ต่างก็มีพอลินิวคลีโอไทด์เป็นแกนหลักเหมือนกัน แต่ Healer เน้นการปรับเนื้อผิวและความยืดหยุ่น ส่วน HB Plus เพิ่มกรดไฮยาลูโรนิกเพื่อความชุ่มชื้นและมียาชาที่ช่วยให้เจ็บน้อยลง การเลือกจึงขึ้นอยู่กับว่าคุณอยากดูแลเรื่องใดเป็นหลัก

ทั้งนี้หัตถการแบบฉีดย่อมมีความเสี่ยงและความแตกต่างในแต่ละบุคคล ผลลัพธ์อาจแตกต่างกันไป ควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อประเมินสภาพผิวก่อนตัดสินใจ

หากคุณกำลังกังวลว่า Healer กับ HB Plus แบบไหนเหมาะกับตัวเอง ที่ Beautystone Clinic ย่านฮับจอง กรุงโซล ยินดีให้คำปรึกษา แอด LINE มาปรึกษาคุณหมอได้เลยนะคะ

คำถามที่พบบ่อย

Q1. Rejuran Healer กับ HB Plus ทำพร้อมกันได้ไหม?

หากมีเป้าหมายต่างกัน บางครั้งก็แบ่งช่วงเวลาทำร่วมกันได้ แต่จะทำในรูปแบบใดต้องดูสภาพผิวและการฟื้นตัวเป็นหลัก จึงควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญที่ตรวจให้โดยตรงก่อน สำหรับคนที่เพิ่งเริ่ม การเลือกทำทีละสูตรแล้วดูปฏิกิริยาผิวมักจะปลอดภัยกว่าค่ะ

Q2. กังวลเรื่องเจ็บ ถ้าเลือก HB Plus จะไม่เจ็บเลยใช่ไหม?

HB Plus มีส่วนประกอบของยาชา จึงมักเจ็บจี๊ดน้อยกว่า Healer แต่ไม่ได้แปลว่าไม่เจ็บเลย ความเจ็บขึ้นอยู่กับตำแหน่ง ความลึก และแต่ละบุคคล หากกังวลเรื่องความเจ็บมาก แนะนำให้ปรึกษาแพทย์เรื่องวิธีลดความเจ็บก่อนทำ จะช่วยลดความกังวลได้ค่ะ

Q3. ต้องทำกี่ครั้งถึงจะเห็นการเปลี่ยนแปลง?

Rejuran มักไม่ได้จบในครั้งเดียว แต่แบ่งทำหลายครั้งเพื่อค่อย ๆ สะสมการเปลี่ยนแปลง จำนวนครั้งและระยะห่างขึ้นอยู่กับสภาพผิวและเป้าหมาย แพทย์จะเป็นผู้ประเมินเป็นรายบุคคล การวางแผนคร่าว ๆ ตั้งแต่ครั้งแรกที่ปรึกษาจะช่วยให้เห็นภาพชัดขึ้นค่ะ

Q4. หลังทำแต่งหน้าได้เลยไหม?

จุดที่ฉีดต้องใช้เวลาสงบตัว ในวันที่ทำจึงแนะนำให้เลี่ยงการแต่งหน้าที่อาจระคายเคือง โดยทั่วไปวันถัดไปมักกลับมาแต่งได้ตามปกติ แต่การฟื้นตัวของแต่ละคนไม่เท่ากัน ช่วงเวลาที่แน่นอนควรทำตามคำแนะนำของแพทย์ที่ทำหัตถการค่ะ

บทความแนะนำ

CO2 Fraxel ทำครบ 3 ครั้งแล้ว ผลอยู่ได้นานแค่ไหน ควรทำซ้ำเมื่อไหร่?ผิวหนัง

CO2 Fraxel ทำครบ 3 ครั้งแล้ว ผลอยู่ได้นานแค่ไหน ควรทำซ้ำเมื่อไหร่?

ทำ CO2 Fraxel ครบคอร์สแล้ว ผลกับหลุมสิวจะอยู่ได้นานแค่ไหน? ดูข้อมูลติดตาม 1-2 ปีและ 3 ปี วิธีเทียบรูปเพื่อเลือกเวลาทำซ้ำ และอาการที่ต้องรีบติดต่อ สำหรับคนที่วางแผนบินมาโซลอีกรอบ

Potenza รักษารูขุมขน เห็นผลเมื่อไหร่ ต้องทำกี่ครั้ง?ผิวหนัง

Potenza รักษารูขุมขน เห็นผลเมื่อไหร่ ต้องทำกี่ครั้ง?

ทำ Potenza ครั้งแรกแล้วรูขุมขนกลับมาเหมือนเดิมหลังอาการบวมยุบ? ดูว่าแต่ละช่วงหลังทำควรเห็นอะไร ควรวางแผนเป็นชุดกี่ครั้ง อาการแบบไหนต้องรีบติดต่อ และวิธีถ่ายรูปเทียบผลสำหรับคนที่มาทำที่เกาหลี

ดูแลหลังเลเซอร์แผลเป็น แต่งหน้า ออกกำลังกายได้เมื่อไหร่?ผิวหนัง

ดูแลหลังเลเซอร์แผลเป็น แต่งหน้า ออกกำลังกายได้เมื่อไหร่?

เพิ่งทำเลเซอร์แผลเป็นที่เกาหลี? ดูว่าสัปดาห์แรกควรล้างหน้าและทาครีมยังไง เมื่อไหร่กลับมาแต่งหน้าและออกกำลังกายได้ อาการแบบไหนต้องรีบติดต่อ และควรดูอะไรก่อนนัดครั้งถัดไป

บทความล่าสุด

หลังฉีดฟิลเลอร์ปาก ล้างหน้า แต่งหน้า ออกกำลัง ดื่มเหล้าได้เมื่อไหร่?รูปหน้าและวอลุ่ม

หลังฉีดฟิลเลอร์ปาก ล้างหน้า แต่งหน้า ออกกำลัง ดื่มเหล้าได้เมื่อไหร่?

บวมและช้ำหลังฉีดฟิลเลอร์ปากมักยุบภายใน 1 ถึง 2 สัปดาห์ รวมสิ่งที่ทำได้ตั้งแต่วันแรกถึงสัปดาห์ที่สอง เวลาที่แต่งหน้า ออกกำลังกาย ดื่มแอลกอฮอล์ได้ และอาการที่ต้องรีบไปหาหมอ

ร่องแก้มลึก ยกกระชับอย่างเดียวพอไหม? วิธีแยกหน้าหย่อนกับหน้าตอบรูปหน้าและวอลุ่ม

ร่องแก้มลึก ยกกระชับอย่างเดียวพอไหม? วิธีแยกหน้าหย่อนกับหน้าตอบ

ร่องแก้มลึกจากหน้าหย่อนกับหน้าตอบต้องแก้ต่างกัน รวมวิธีเช็กด้วยการดันแก้มหน้ากระจก สิ่งที่ HIFU และร้อยไหมทำได้ เมื่อไหร่ควรใช้ฟิลเลอร์ และอาการที่ต้องรีบไปหาหมอ

ลบรอยสักบางส่วน ลบตัวอักษรแค่ตัวเดียว ราคาและจำนวนครั้งคิดยังไง?ลบรอยสัก

ลบรอยสักบางส่วน ลบตัวอักษรแค่ตัวเดียว ราคาและจำนวนครั้งคิดยังไง?

อยากลบรอยสักแค่ตัวอักษรเดียวหรือคำเดียว บทความนี้รวมวิธีลบบางส่วน สิ่งที่อยู่ในใบเสนอราคา เหตุผลที่จำนวนครั้งต่างกัน และวิธีแยกอาการปกติกับอาการที่ต้องระวัง

Juvelook Volume แพ็กเกจ 3 ครั้ง ทำ 1 ครั้งก่อนได้ไหม?รูปหน้าและวอลุ่ม

Juvelook Volume แพ็กเกจ 3 ครั้ง ทำ 1 ครั้งก่อนได้ไหม?

แพ็กเกจ Juvelook Volume 3 ครั้ง ลองทำ 1 ครั้งก่อนได้ไหม รวมเหตุผลที่ไม่ควรตัดสินจากหน้าหลังฉีดทันที วิธีเทียบใบเสนอราคา และอาการที่ควรรีบติดต่อแพทย์

CO2 Fraxel ทำครบ 3 ครั้งแล้ว ผลอยู่ได้นานแค่ไหน ควรทำซ้ำเมื่อไหร่?ผิวหนัง

CO2 Fraxel ทำครบ 3 ครั้งแล้ว ผลอยู่ได้นานแค่ไหน ควรทำซ้ำเมื่อไหร่?

ทำ CO2 Fraxel ครบคอร์สแล้ว ผลกับหลุมสิวจะอยู่ได้นานแค่ไหน? ดูข้อมูลติดตาม 1-2 ปีและ 3 ปี วิธีเทียบรูปเพื่อเลือกเวลาทำซ้ำ และอาการที่ต้องรีบติดต่อ สำหรับคนที่วางแผนบินมาโซลอีกรอบ

Potenza รักษารูขุมขน เห็นผลเมื่อไหร่ ต้องทำกี่ครั้ง?ผิวหนัง

Potenza รักษารูขุมขน เห็นผลเมื่อไหร่ ต้องทำกี่ครั้ง?

ทำ Potenza ครั้งแรกแล้วรูขุมขนกลับมาเหมือนเดิมหลังอาการบวมยุบ? ดูว่าแต่ละช่วงหลังทำควรเห็นอะไร ควรวางแผนเป็นชุดกี่ครั้ง อาการแบบไหนต้องรีบติดต่อ และวิธีถ่ายรูปเทียบผลสำหรับคนที่มาทำที่เกาหลี

ติดตามเราใน Instagram

@beautysdoctors