ภาพแสดงการเปรียบเทียบ Rejuran i กับ Rejuran สูตรปกติสำหรับผิวรอบดวงตา
ผิวหนัง

Rejuran i กับ Rejuran ปกติ ต่างกันยังไง? ทำกี่ครั้งถึงเห็นผล

หลายคนเข้าใจว่า Rejuran ทุกสูตรใช้แทนกันได้ แต่ผิวรอบดวงตาบางและเคลื่อนไหวต่างจากผิวหน้าส่วนอื่น จึงต้องใช้สูตร Rejuran i ที่ออกแบบมาเฉพาะจุด

ติดตาม Hongdae Beautys Doctors YouTube
วียองจิน

วียองจิน

ผู้อำนวยการ

ตรวจสอบโดยแพทย์ นพ. วียองจิน
2นาที

อัปเดตล่าสุด: กรกฎาคม 2026

เคยไหมคะ ที่ทาครีมรอบดวงตาทุกคืนก่อนนอน แต่พอยิ้มทีไรริ้วรอยเล็ก ๆ ก็ยังโผล่มาให้เห็นเหมือนเดิม

ผิวรอบดวงตาบางกว่าผิวหน้าส่วนอื่นมาก แถมต้องเคลื่อนไหวตลอดเวลาเวลาพูดหรือยิ้ม คอลลาเจนใต้ผิวจึงเสื่อมเร็วกว่าจุดอื่นและเห็นริ้วรอยชัดตั้งแต่อายุยังไม่มากนัก ครีมบำรุงอย่างเดียวจึงมักตอบโจทย์ไม่พอ หลายคนเลยเริ่มมองหาทางเลือกที่เจาะจงกว่าเดิมอย่าง Rejuran i

บทความนี้ BeautyStone Clinic จะพาคุณไปเจาะลึกว่า Rejuran i ต่างจาก Rejuran สูตรปกติตรงไหน เหมาะกับใคร และต้องทำกี่ครั้งถึงจะเริ่มเห็นความเปลี่ยนแปลง ไปดูกันเลยค่ะ

Rejuran i กับ Rejuran ปกติ ต่างกันตรงไหน

Rejuran (รีจูรัน) คือการฉีดสาร PN หรือโพลีนิวคลีโอไทด์ ซึ่งสกัดมาจาก DNA ปลาแซลมอน เข้าสู่ผิวเพื่อกระตุ้นการฟื้นฟูของชั้นหนังแท้ ส่วน Rejuran i คือสูตรเดียวกันแต่ปรับให้เหมาะกับผิวรอบดวงตาโดยเฉพาะ ไม่ใช่การเอาสูตรเดียวกันไปฉีดคนละตำแหน่งเฉย ๆ

ความต่างหลัก ๆ อยู่ที่ความเข้มข้นของ PN ความหนืดของเนื้อสาร และความลึกที่ฉีด เพราะผิวใต้ตาบางเพียงประมาณ 0.5 มิลลิเมตร ถ้าใช้สูตรปกติที่เข้มข้นกว่าฉีดลงไปตรง ๆ มักเกิดตุ่มก้อนค้างอยู่นานกว่าปกติ

ลักษณะRejuran สูตรปกติRejuran i
ความเข้มข้นของ PNเข้มข้นกว่าเจือจางกว่า เหมาะกับผิวบาง
ความหนืดของเนื้อสารหนืดกว่าเหลวกว่า กระจายตัวง่าย
ความลึกที่ฉีดประมาณ 1-2 มม.ตื้นกว่า ประมาณ 0.3-0.5 มม.
บริเวณที่ใช้ผิวหน้าโดยรวมรอบดวงตาโดยเฉพาะ

พูดง่าย ๆ คือถ้าอยากได้ผลกับผิวรอบดวงตาโดยเฉพาะ ควรเลือก Rejuran i ไม่ใช่เอา Rejuran สูตรปกติมาฉีดตำแหน่งเดียวกัน

ภาพแสดงความแตกต่างของความเข้มข้นและความลึกในการฉีด Rejuran i

ทำไมผิวรอบดวงตาต้องใช้สูตรเฉพาะ

ลองนึกภาพผิวรอบดวงตาเหมือนกระดาษบางที่วางซ้อนอยู่บนกล้ามเนื้อที่ขยับตลอดเวลาเวลาพูดหรือยิ้ม ถ้าฉีดสารที่ข้นและปริมาณมากเกินไปลงไป จะเหมือนวางก้อนแป้งไว้บนกระดาษนั้น สารจะจับตัวเป็นก้อนแทนที่จะกระจายตัวเรียบเนียนไปกับผิว

ในทางคลินิก เคสที่ใช้ Rejuran สูตรปกติฉีดบริเวณใต้ตามักเกิดตุ่มนูนเล็ก ๆ ค้างอยู่นานกว่าปกติ เพราะผิวโดยรอบไม่สามารถกระจายสารที่เข้มข้นได้ทันเวลา นอกจากนี้ถ้าฉีดลึกเกินไปยังมีโอกาสเข้าใกล้ชั้นไขมันรอบดวงตามากเกินความจำเป็น Rejuran i จึงถูกออกแบบให้ตื้นกว่าและเบากว่าตั้งแต่ต้น เพื่อลดความเสี่ยงเหล่านี้

พูดอีกแบบคือ ถ้าใครเคยฉีด Rejuran สูตรปกติแล้วรู้สึกว่ารอบดวงตาไม่ค่อยเปลี่ยนไปเลย ส่วนใหญ่มักเป็นเพราะใช้สูตรที่ไม่ได้ออกแบบมาสำหรับจุดนี้ตั้งแต่แรก ไม่ใช่เพราะตัวยาไม่ได้ผล

ภาพแสดงชั้นผิวรอบดวงตาที่บางกว่าผิวหน้าส่วนอื่น

Rejuran i เหมาะกับใครบ้าง

โดยทั่วไป Rejuran i เหมาะกับคนที่เริ่มมีริ้วรอยตื้น ๆ รอบดวงตา โดยเฉพาะตอนยิ้มหรือขยับกล้ามเนื้อรอบตา ผิวรอบดวงตาเริ่มแห้งกร้าน หรือรู้สึกว่าผิวบางลงและไม่เด้งเหมือนก่อน

  • ริ้วรอยตื้นที่ชัดเฉพาะตอนยิ้มหรือขยับกล้ามเนื้อ
  • ผิวรอบดวงตาแห้ง บางลง ไม่ค่อยมีน้ำมีนวล
  • อยากปรับพื้นผิวและความยืดหยุ่นของผิวโดยรวม ไม่ใช่แค่ริ้วรอยเส้นเดียว

ส่วนคนที่ริ้วรอยลึกและชัดแม้ตอนหน้านิ่ง ๆ Rejuran i เพียงอย่างเดียวอาจยังไม่พอ มักต้องพิจารณาทำร่วมกับโบท็อกซ์หรือฟิลเลอร์ถึงจะเห็นความเปลี่ยนแปลงชัดเจนขึ้น ทั้งนี้ควรแจ้งประวัติสุขภาพและยาที่ใช้อยู่ให้แพทย์ผู้เชี่ยวชาญทราบก่อนทำหัตถการทุกครั้ง เพื่อให้แพทย์ประเมินความเหมาะสมเป็นรายบุคคล

ผลข้างเคียงและข้อควรระวังของ Rejuran i

หลังฉีดอาจมีตุ่มบวมเล็กน้อยตรงจุดที่ฉีด ซึ่งมักยุบภายใน 2-4 ชั่วโมง คนที่ผิวบอบบางอาจใช้เวลานานขึ้นถึงราวหนึ่งวัน หากมีอาการผิดปกติ เช่น บวมแดงมากผิดสังเกตหรือรู้สึกเจ็บมากผิดปกติ ควรรีบปรึกษาแพทย์ทันที

อีกจุดที่ควรรู้คือรอบดวงตามีเส้นเลือดฝอยเยอะ จึงมีโอกาสเกิดรอยช้ำได้มากกว่าจุดอื่นบนใบหน้า รอยช้ำเล็ก ๆ มักอยู่ประมาณหนึ่งสัปดาห์ก่อนจางลง ถ้ามีนัดสำคัญ แนะนำให้เว้นระยะทำล่วงหน้าอย่างน้อยสองสัปดาห์ ผลลัพธ์และระยะเวลาฟื้นตัวอาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล ขึ้นอยู่กับสภาพผิวและการดูแลตัวเอง

ภาพแสดงอาการบวมช้ำเล็กน้อยหลังฉีด Rejuran i บริเวณรอบดวงตา

ทำกี่ครั้งถึงเห็นผล อยู่ได้นานแค่ไหน

โดยทั่วไปแพทย์มักแนะนำให้ทำต่อเนื่องเป็นคอร์ส 3 ครั้ง ห่างกันครั้งละประมาณ 3-4 สัปดาห์ เพื่อให้ผิวค่อย ๆ ฟื้นฟูตัวเองอย่างสม่ำเสมอ ไม่ใช่ทำครั้งเดียวจบ

ผลลัพธ์จะค่อย ๆ ชัดขึ้นทีละนิด ทั้งเรื่องริ้วรอยตื้นและสีผิวรอบดวงตาที่ดูสว่างขึ้น ส่วนระยะเวลาที่ผลลัพธ์อยู่ได้นานแค่ไหนขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล แต่โดยเฉลี่ยมักอยู่ได้ประมาณ 6 เดือน หลังจากนั้นแพทย์อาจแนะนำให้ทำซ้ำเพื่อรักษาผลลัพธ์ต่อเนื่อง

ส่วนเรื่องค่าใช้จ่าย คลินิกส่วนใหญ่มักมีแพ็กเกจสำหรับคอร์ส 3 ครั้งโดยเฉพาะ แต่ราคาที่แน่นอนจะแตกต่างกันไปตามแต่ละคลินิกและจำนวนครั้งที่ทำ แนะนำให้สอบถามรายละเอียดราคาโดยตรงจากคลินิกก่อนตัดสินใจค่ะ

สรุป

Rejuran i ไม่ใช่ Rejuran สูตรปกติที่เอามาฉีดรอบดวงตาเฉย ๆ แต่เป็นสูตรที่ปรับความเข้มข้น ความหนืด และความลึกในการฉีดให้เหมาะกับผิวบางบริเวณนี้โดยเฉพาะ เหมาะกับคนที่เริ่มมีริ้วรอยตื้นและอยากปรับพื้นผิวรอบดวงตาให้ดูสดใสขึ้น

ทั้งนี้ผลลัพธ์อาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล ควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อประเมินก่อนตัดสินใจ หากคุณกำลังกังวลเรื่องริ้วรอยรอบดวงตาที่เริ่มชัดขึ้นทุกครั้งที่ยิ้ม ทักมาปรึกษาคุณหมอที่ BeautyStone Clinic ย่านฮับจอง กรุงโซล ได้เลยนะคะ ปรึกษาฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย แอด LINE มาคุยกันได้เลยค่ะ

คำถามที่พบบ่อย

Q1. Rejuran i เจ็บไหมคะ

ระหว่างฉีดอาจรู้สึกตึงหรือเจ็บเล็กน้อยตรงจุดที่เข็มสัมผัส แต่ส่วนใหญ่ทำได้โดยไม่ต้องพักฟื้นนาน หากรู้สึกไม่สบายตัวมากผิดปกติระหว่างทำ ควรแจ้งแพทย์ทันที

Q2. Rejuran i กับโบท็อกซ์หรือฟิลเลอร์ ต้องเลือกอย่างใดอย่างหนึ่งไหม

ไม่จำเป็นต้องเลือกอย่างใดอย่างหนึ่งค่ะ Rejuran i เน้นปรับพื้นผิวและความยืดหยุ่นของผิวรอบดวงตา ส่วนโบท็อกซ์หรือฟิลเลอร์เหมาะกับริ้วรอยลึกหรือปริมาตรที่หายไป หลายคนเลือกทำร่วมกันเพื่อผลลัพธ์ที่ครบถ้วนกว่า

Q3. ทำ Rejuran i แล้วแต่งหน้าได้เลยไหม

วันที่ทำไม่แนะนำให้แต่งหน้าทันที เพราะจุดที่ฉีดยังต้องการเวลาสมานตัว โดยทั่วไปวันถัดไปสามารถแต่งหน้าตามปกติได้

Q4. เป็นคนช้ำง่าย ทำ Rejuran i ได้ไหม

ยังทำได้ค่ะ แต่ควรแจ้งแพทย์ล่วงหน้าว่าเป็นคนช้ำง่าย เพราะรอบดวงตามีเส้นเลือดฝอยเยอะ มีโอกาสเกิดรอยช้ำเล็ก ๆ ได้มากกว่าจุดอื่น ถ้ามีนัดสำคัญ แนะนำให้เว้นระยะทำล่วงหน้าอย่างน้อยสองสัปดาห์

บทความแนะนำ

Potenza กับผิวมันรูขุมขนกว้างและรอยหลุมสิวในผู้ชายผิวหนัง

Potenza กับผิวมันรูขุมขนกว้างในผู้ชาย จำเป็นต้องทำจริงไหม?

ผิวของผู้ชายหนากว่าและต่อมไขมันทำงานมากกว่า ทำให้รูขุมขนกว้างและรอยหลุมสิวลึกกว่า เป็นเรื่องที่ครีมหรือโทนเนอร์แก้ได้ยาก บทความนี้ BeautyStone Clinic จะพาไปดูว่า Potenza Microneedle RF ทำงานกับผิวผู้ชายอย่างไร และคาดหวังผลได้แค่ไหนค่ะ

ผู้หญิงที่มีโรคประจำตัวกำลังพิจารณาการทำหัตถการความงามผิวหนัง

มีโรคประจำตัวหรือกินยาอยู่ ทำหัตถการความงามได้ไหม?

ถ้าคุณเป็นเบาหวาน ความดันสูง หรือกินยาละลายลิ่มเลือดอยู่ แล้วอยากทำหัตถการความงาม บทความนี้จะพาไปดูว่าต้องระวังอะไร และควรบอกคลินิกเรื่องอะไรบ้าง

ผู้หญิงกำลังปรึกษาแพทย์เรื่องสกินบูสเตอร์กับการสูบบุหรี่ก่อนทำผิวหนัง

สูบบุหรี่ทำ Rejuran เห็นผลช้าลงจริงไหม?

ถ้าคุณสูบบุหรี่แล้วกำลังคิดจะทำสกินบูสเตอร์อย่าง Rejuran คำถามที่ว่าคอลลาเจนจะฟื้นตัวช้าลงไหมเป็นเรื่องที่หลายคนกังวลใจ บทความนี้จะพาไปดูว่าบุหรี่ส่งผลต่อการสร้างคอลลาเจนยังไง และจะดูแลให้ผลลัพธ์ดีขึ้นได้อย่างไร

บทความล่าสุด

ฉีดฟิลเลอร์แล้วทำทันตกรรมได้เลยไหม ต้องเว้นระยะเท่าไหร่ BeautyStone Clinicรูปหน้าและวอลุ่ม

ฉีดฟิลเลอร์แล้วทำทันตกรรมได้เลยไหม? เว้นระยะเท่าไหร่ถึงปลอดภัย

หลายคนไม่รู้ว่าทำทันตกรรมหลังฉีดฟิลเลอร์มีความเสี่ยงจริง ทั้งเรื่องการติดเชื้อและการกดดันที่ฟิลเลอร์ บทความนี้ BeautyStone Clinic จะพาคุณไปเจาะลึกว่าควรเว้นระยะนานแค่ไหน และทำไมถึงต้องระวังค่ะ

มีเครื่องกระตุ้นหัวใจหรือโลหะในร่างกาย ทำ RF Lifting ได้ไหม BeautyStone Clinicลิฟติ้ง

มีเครื่องกระตุ้นหัวใจหรือโลหะในร่างกาย ทำ RF Lifting ได้ไหม?

เครื่องกระตุ้นหัวใจ รากฟันเทียม และโลหะในร่างกายมีผลต่อการทำ RF Lifting ต่างกัน บทความนี้ BeautyStone Clinic จะพาคุณไปเจาะลึกว่าสิ่งใดเป็นข้อห้ามจริง สิ่งใดทำได้ด้วยความระมัดระวัง และต้องแจ้งแพทย์เรื่องใดบ้างก่อนทำค่ะ

ผู้ชายผิวหนาหน้าตก Sofwave Ultrasound Lifting ที่คลินิก BeautyStoneผู้ชาย

ผู้ชายผิวหนาหน้าตก Sofwave ช่วยได้ไหม?

ผิวผู้ชายหนากว่าและต่อมไขมันทำงานมากกว่า ทำให้หน้าตกมีลักษณะต่างจากผู้หญิง บทความนี้ BeautyStone Clinic จะพาไปดูว่า Sofwave ซึ่งเป็น Ultrasound Lifting แบบใหม่ ทำงานกับผิวผู้ชายได้ดีไหม และควรคาดหวังอะไรได้บ้างค่ะ

ใบหน้ายุบหลังลดน้ำหนัก รักษาด้วย Collagen Booster ที่คลินิกผิวหนังรูปหน้าและวอลุ่ม

หน้าแฟบหลังลดน้ำหนักเร็ว แก้ได้ด้วย Collagen Booster จริงไหม?

ลดน้ำหนักเร็วแล้วหน้ายุบทั้งที่ไม่ได้แก่เลย เป็นเพราะไขมันใต้ผิวหนังหายเร็วกว่าที่โครงสร้างจะรับมือได้ บทความนี้ BeautyStone Clinic จะพาคุณไปเจาะลึกว่า Collagen Booster ช่วยฟื้นคืนวอลลุ่มบนใบหน้าได้อย่างไร และต่างจากฟิลเลอร์อย่างไรบ้างค่ะ

Potenza กับผิวมันรูขุมขนกว้างและรอยหลุมสิวในผู้ชายผิวหนัง

Potenza กับผิวมันรูขุมขนกว้างในผู้ชาย จำเป็นต้องทำจริงไหม?

ผิวของผู้ชายหนากว่าและต่อมไขมันทำงานมากกว่า ทำให้รูขุมขนกว้างและรอยหลุมสิวลึกกว่า เป็นเรื่องที่ครีมหรือโทนเนอร์แก้ได้ยาก บทความนี้ BeautyStone Clinic จะพาไปดูว่า Potenza Microneedle RF ทำงานกับผิวผู้ชายอย่างไร และคาดหวังผลได้แค่ไหนค่ะ

ผู้หญิงที่มีโรคประจำตัวกำลังพิจารณาการทำหัตถการความงามผิวหนัง

มีโรคประจำตัวหรือกินยาอยู่ ทำหัตถการความงามได้ไหม?

ถ้าคุณเป็นเบาหวาน ความดันสูง หรือกินยาละลายลิ่มเลือดอยู่ แล้วอยากทำหัตถการความงาม บทความนี้จะพาไปดูว่าต้องระวังอะไร และควรบอกคลินิกเรื่องอะไรบ้าง

ติดตามเราใน Instagram

@beautysdoctors