Rejuran ทำไมต้องรอ 2-3 สัปดาห์ถึงจะเห็นผล?
ผิวหนัง

Rejuran ทำไมต้องรอ 2-3 สัปดาห์ถึงจะเห็นผล?

Rejuran ไม่ใช่การเติมอะไรลงไปให้ผิวดูอิ่มขึ้นทันที แต่เป็นการกระตุ้นให้เซลล์ในชั้นหนังแท้กลับมาทำงานเอง ความเปลี่ยนแปลงจึงมักเริ่มรู้สึกได้ราวสัปดาห์ที่ 2-3 และชัดขึ้นเมื่อทำครบรอบ

ไม่แน่ใจว่าเหมาะกับตัวเองไหมดูจากรูปหรือบทความอย่างเดียวบอกได้ยาก ปรึกษาเป็นภาษาไทยได้ แผนการรักษาจะสรุปหลังพบแพทย์ที่คลินิก* มีเจ้าหน้าที่ภาษาไทย · ถามได้โดยตรงทาง LINEถามคุณหมอ

เคยไหมคะ ฉีดไปแล้วส่องกระจกทุกเช้าแต่ยังไม่เห็นอะไรเปลี่ยน จนเริ่มสงสัยว่าครั้งนี้ไม่ได้ผลหรือเปล่า

จริง ๆ แล้วการที่ยังไม่เห็นความต่างในสัปดาห์แรกไม่ได้แปลว่าไม่ได้ผล เพราะ Rejuran ไม่ใช่การเติมอะไรลงไปให้ดูอิ่มขึ้นทันที แต่เป็นการปลุกให้เซลล์ผิวที่ทำงานได้ไม่เต็มที่กลับมาซ่อมตัวเอง ซึ่งต้องใช้เวลาของมัน

บทความนี้ Beautystone Clinic จะพาคุณไปดูว่า PN ทำงานกับผิวอย่างไร ทำไมความเปลี่ยนแปลงถึงมาช้ากว่าที่หลายคนคาด แต่ละครั้งควรเว้นระยะเท่าไหร่ พร้อมแนะนำแนวทางการดูแลผิวหลังฉีดค่ะ

Rejuran คืออะไร ต่างจากสกินบูสเตอร์ทั่วไปตรงไหน

Rejuran (รีจูรัน) คือการฉีดสาร PN หรือโพลีนิวคลีโอไทด์ (Polynucleotide) ที่สกัดจาก DNA ปลาแซลมอน ลงไปที่ชั้นหนังแท้โดยตรง

จุดที่ต่างจากสกินบูสเตอร์กลุ่มที่เน้นเติมความชุ่มชื้นคือ Rejuran ไม่ได้เข้าไปอุ้มน้ำหรือสร้างวอลลุ่มให้เห็นทันที แต่ไปทำงานกับตัวเซลล์ที่ทำหน้าที่สร้างคอลลาเจน พูดง่าย ๆ คือกลุ่มหนึ่งเติมของเข้าไป อีกกลุ่มหนึ่งซ่อมคนทำงาน

หัวข้อสกินบูสเตอร์กลุ่มเติมความชุ่มชื้นRejuran
สิ่งที่ใส่เข้าไปสารอุ้มน้ำเป็นหลักPN จาก DNA ปลาแซลมอน
สิ่งที่เกิดกับผิวผิวดูอิ่มน้ำขึ้นค่อนข้างเร็วเซลล์ในชั้นหนังแท้ค่อย ๆ กลับมาทำงาน
จังหวะที่รู้สึกได้มักรู้สึกได้ในไม่กี่วันมักเริ่มรู้สึกช่วงสัปดาห์ที่ 2-3

เพราะทำงานคนละแบบ การเทียบว่าตัวไหนดีกว่ากันจึงไม่ค่อยตอบโจทย์ คำถามที่ตรงกว่าคือตอนนี้ผิวขาดความชุ่มชื้น หรือขาดความสามารถในการซ่อมตัวเอง

Rejuran คืออะไร ต่างจากสกินบูสเตอร์ทั่วไปตรงไหน

กลไกของ PN ทำไมผลถึงค่อย ๆ ขึ้นใน 2-3 สัปดาห์

ลองนึกภาพโรงงานที่เครื่องจักรเริ่มเก่าจนกำลังผลิตตก ถ้าเราขนสินค้าสำเร็จรูปเข้าไปกองไว้ ชั้นวางก็ดูเต็มขึ้นทันที แต่โรงงานยังผลิตเองไม่ได้ ส่วน PN ทำหน้าที่คล้ายช่างที่เข้าไปซ่อมเครื่องจักร ผลจึงไม่โผล่มาในวันเดียว แต่เมื่อเครื่องกลับมาเดิน โรงงานก็ผลิตต่อได้เอง

ในผิวจริง เครื่องจักรที่ว่าคือเซลล์ไฟโบรบลาสต์ (Fibroblast) ซึ่งเป็นตัวสร้างคอลลาเจนและอีลาสติน PN เข้าไปช่วยให้เซลล์กลุ่มนี้ฟื้นสภาพและกลับมาทำงานได้ตามปกติ กระบวนการนี้ต้องใช้เวลา หลายคนจึงเริ่มรู้สึกว่าผิวเรียบขึ้นในช่วงสัปดาห์ที่ 2-3 และชัดขึ้นราวสัปดาห์ที่ 4

อีกจุดที่มักถามกันคือ PN ต่างจาก PDRN อย่างไร ความต่างหลักคือขนาดโมเลกุล PN มีสายยาวกว่า จึงทำหน้าที่คล้ายโครงค้ำเล็ก ๆ อยู่ในชั้นหนังแท้ด้วย และช่วยให้การฟื้นตัวเดินต่อได้ยาวราว 4-6 เดือน

เพราะกลไกเป็นแบบนี้ การประเมินผลตั้งแต่วันที่สามหรือวันที่ห้าจึงมักเร็วเกินไป ผลลัพธ์ที่ได้อาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล ขึ้นอยู่กับสภาพผิวและการดูแลตัวเอง

กลไกของ PN ทำไมผลถึงค่อย ๆ ขึ้นใน 2-3 สัปดาห์

ไทม์ไลน์รายครั้ง ครั้งไหนเริ่มรู้สึกถึงความต่าง

โดยทั่วไปแพทย์มักวางแผนเป็นรอบ เว้นระยะห่างประมาณ 3-4 สัปดาห์ต่อครั้ง เพื่อให้รอบการซ่อมตัวของผิวเดินต่อเนื่องโดยไม่กระตุ้นถี่เกินไป

ครั้งที่สิ่งที่มักสังเกตได้ระยะห่างถัดไป
ครั้งที่ 1ผิวดูเรียบขึ้นหลังผ่านไป 2-3 สัปดาห์ ริ้วรอยตื้น ๆ ดูจางลงบ้างประมาณ 3-4 สัปดาห์
ครั้งที่ 2เริ่มรู้สึกว่าผิวแน่นขึ้น ส่วนใหญ่เจ้าตัวสังเกตได้ก่อนคนอื่นประมาณ 3-4 สัปดาห์
ครั้งที่ 3ช่วงที่คนรอบตัวเริ่มทักว่าผิวดูดีขึ้นประมาณ 4 สัปดาห์
ดูแลต่อเนื่องผลสะสมอยู่ตัว เน้นรักษาสภาพที่ได้มาไว้ประมาณ 4-6 เดือน

คำถามที่เจอบ่อยคือถ้างบไม่พอ ทำแค่สองครั้งพอไหม ในทางปฏิบัติ คนที่หยุดที่ครั้งที่สองมักบอกว่ายังไม่ค่อยรู้สึกถึงความต่าง ถ้างบจำกัดจริง การยืดระยะห่างเป็น 5-6 สัปดาห์แต่ทำให้ครบสามครั้ง มักตอบโจทย์กว่าการหยุดกลางทาง

เมื่อผ่านรอบแรกไปแล้ว หลายคนเปลี่ยนมาเป็นการดูแลต่อเนื่องประมาณ 4-6 เดือนต่อครั้ง จำนวนครั้งที่เหมาะกับคุณจริง ๆ แพทย์จะเป็นผู้ประเมินเป็นรายบุคคล

ไทม์ไลน์รายครั้ง ครั้งไหนเริ่มรู้สึกถึงความต่าง

เหมาะกับใคร และใครที่ควรเลื่อนออกไปก่อน

  • ผิวดูโทรมและไม่เรียบทั้งที่ยังไม่ถึงวัยหย่อนคล้อยชัด — กลุ่มนี้มักได้ประโยชน์จากการซ่อมเซลล์มากกว่าการเติม
  • มีริ้วรอยตื้น ๆ โดยเฉพาะรอบดวงตา — ผิวบริเวณนี้บางและฟื้นตัวช้ากว่าที่อื่น
  • ผ่านการทำเลเซอร์หรือหัตถการมาถี่จนผิวไวต่อการระคายเคือง — ควรให้แพทย์ประเมินจังหวะก่อน
  • อยากดูแลไว้ก่อนแบบค่อยเป็นค่อยไป — ไม่ได้ต้องการเปลี่ยนหน้าทันที แต่ต้องการรักษาสภาพผิวไว้

ส่วนกลุ่มที่ควรเลื่อนออกไปก่อน หรือควรคุยกับแพทย์ให้ละเอียดก่อนตัดสินใจ มีดังนี้

  • กำลังตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร
  • มีประวัติแพ้ปลาหรืออาหารทะเล ควรแจ้งแพทย์ก่อนเสมอ
  • มีสิวอักเสบ แผลติดเชื้อ หรือเริมกำลังขึ้นในบริเวณที่จะฉีด
  • มีนัดสำคัญในไม่กี่วันข้างหน้า เพราะรอยเข็มอาจยังไม่ยุบ
  • อยู่ระหว่างใช้ยาที่มีผลต่อการแข็งตัวของเลือด
เหมาะกับใคร และใครที่ควรเลื่อนออกไปก่อน

ผลข้างเคียงและข้อควรระวังหลังฉีด Rejuran

หลังฉีดมักมีตุ่มนูนเล็ก ๆ ตามรอยเข็มที่หลายคนเรียกว่าเอ็มบอสซิ่ง ซึ่งมักยุบได้เองภายในประมาณ 2-3 วัน ส่วนอาการบวมในบางรายอาจอยู่ได้ถึง 4-5 วัน หากมีอาการผิดปกติ เช่น ปวดมากขึ้น บวมแดงลามกว้าง หรือมีหนอง ควรรีบปรึกษาแพทย์ทันที

รอยช้ำเล็ก ๆ ก็พบได้เช่นกัน โดยเฉพาะบริเวณรอบดวงตาที่มีเส้นเลือดฝอยหนาแน่น ถ้าคุณใช้ยาหรืออาหารเสริมที่มีผลต่อการแข็งตัวของเลือดอยู่ ควรแจ้งให้แพทย์ทราบก่อนถึงวันฉีด

  • วันแรกแนะนำให้งดแต่งหน้าบริเวณที่ฉีด และล้างหน้าเบามือ
  • เลี่ยงซาวน่า อบไอน้ำ และออกกำลังกายหนักในช่วงวันแรก ๆ
  • งดแอลกอฮอล์ในช่วงที่ยังบวมอยู่
  • ทาครีมกันแดดทุกวันและเน้นความชุ่มชื้นให้เพียงพอ

โดยรวมแล้วมีโอกาสเกิดผลข้างเคียงน้อยเมื่อทำในสถานพยาบาลและประเมินโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ แต่ก็ไม่ได้แปลว่าปราศจากความเสี่ยง การเล่าประวัติผิวและยาที่ใช้อยู่ให้ละเอียดช่วยลดความเสี่ยงได้ดี

ผลข้างเคียงและข้อควรระวังหลังฉีด Rejuran

สรุป Rejuran กับการรอ 2-3 สัปดาห์

สรุปสั้น ๆ Rejuran ทำงานโดยการช่วยให้เซลล์ในชั้นหนังแท้กลับมาซ่อมตัวเอง ไม่ใช่การเติมของเข้าไปให้เห็นผลทันที ความเปลี่ยนแปลงจึงมักเริ่มรู้สึกได้ช่วงสัปดาห์ที่ 2-3 ชัดขึ้นราวสัปดาห์ที่ 4 และต่อยอดได้เมื่อทำครบรอบ

ทั้งนี้ผลลัพธ์อาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล ควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อประเมินก่อนตัดสินใจ

หากคุณกำลังกังวลว่าฉีดไปแล้วยังไม่เห็นอะไรเปลี่ยน ทักมาเล่าให้ฟังก่อนได้นะคะ Beautystone Clinic อยู่ย่านฮับจอง กรุงโซล ปรึกษาฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย แอด LINE มาปรึกษาคุณหมอได้เลยค่ะ

บทความแนะนำ

แผลเป็นคีลอยด์ ฉีดจนยุบแล้วทำไมกลับมานูนอีก ต้องดูแลต่อนานแค่ไหน?ผิวหนัง

แผลเป็นคีลอยด์ ฉีดจนยุบแล้วทำไมกลับมานูนอีก ต้องดูแลต่อนานแค่ไหน?

คีลอยด์ฉีดจนแบนแล้วยังโตกลับได้ มาดูจำนวนครั้งที่ฉีด ผลข้างเคียงที่ควรบอกแพทย์ ผ่าตัดออกแล้วกลับมาไหม และการดูแลต่อหลังแผลยุบ

ราคาเลเซอร์รักษาฝ้า ดูราคาต่อครั้งพอไหม หรือต้องรวมค่ายา?ผิวหนัง

ราคาเลเซอร์รักษาฝ้า ดูราคาต่อครั้งพอไหม หรือต้องรวมค่ายา?

ราคาเลเซอร์รักษาฝ้าต่อครั้งยังไม่ใช่งบจริง มาดูว่าต้องรวมจำนวนครั้ง ยากิน ยาทา และกันแดดหลังฝ้าจางอย่างไร และควรถามอะไรก่อนเทียบใบเสนอราคาค่ะ

Fraxel รูขุมขน ทำกี่ครั้งถึงเห็นผล หลังครั้งแรกต้องรอดูนานแค่ไหน?ผิวหนัง

Fraxel รูขุมขน ทำกี่ครั้งถึงเห็นผล หลังครั้งแรกต้องรอดูนานแค่ไหน?

ทำ Fraxel ครั้งแรกแล้วรูขุมขนยังเหมือนเดิม ไม่ได้แปลว่าไม่ได้ผล มาดูว่าต้องทำกี่ครั้ง ควรดูผลสัปดาห์ไหน ผิวแบบไหนควรรอก่อน และถ้าอยู่เกาหลีไม่นานควรวางนัดยังไง

บทความล่าสุด

แผลเป็นคีลอยด์ ฉีดจนยุบแล้วทำไมกลับมานูนอีก ต้องดูแลต่อนานแค่ไหน?ผิวหนัง

แผลเป็นคีลอยด์ ฉีดจนยุบแล้วทำไมกลับมานูนอีก ต้องดูแลต่อนานแค่ไหน?

คีลอยด์ฉีดจนแบนแล้วยังโตกลับได้ มาดูจำนวนครั้งที่ฉีด ผลข้างเคียงที่ควรบอกแพทย์ ผ่าตัดออกแล้วกลับมาไหม และการดูแลต่อหลังแผลยุบ

Onda Lifting เห็นผลเมื่อไหร่ ควรดูผลที่ 1 เดือนหรือ 3 เดือน?ลิฟติ้ง

Onda Lifting เห็นผลเมื่อไหร่ ควรดูผลที่ 1 เดือนหรือ 3 เดือน?

หน้าที่ดูต่างในวันถัดไปหลังทำ Onda มักเป็นอาการบวมจากความร้อน มาดูว่าควรเทียบรูปที่ 1 เดือนหรือ 3 เดือน งานศึกษาบอกอะไร และอาการแบบไหนต้องติดต่อคลินิก

ราคาเลเซอร์โทนนิ่ง 10 ครั้ง ต้องทำกี่ครั้งและห่างกันแค่ไหนถึงคุ้ม?รูปหน้าและวอลุ่ม

ราคาเลเซอร์โทนนิ่ง 10 ครั้ง ต้องทำกี่ครั้งและห่างกันแค่ไหนถึงคุ้ม?

ราคาเลเซอร์โทนนิ่งต่อครั้งยังไม่ใช่งบจริง มาดูจำนวนครั้งและระยะห่างในงานศึกษา ความเสี่ยงเมื่อทำหลายครั้ง และงบที่ต้องเผื่อหลังทำครบ

ราคาเลเซอร์รักษาฝ้า ดูราคาต่อครั้งพอไหม หรือต้องรวมค่ายา?ผิวหนัง

ราคาเลเซอร์รักษาฝ้า ดูราคาต่อครั้งพอไหม หรือต้องรวมค่ายา?

ราคาเลเซอร์รักษาฝ้าต่อครั้งยังไม่ใช่งบจริง มาดูว่าต้องรวมจำนวนครั้ง ยากิน ยาทา และกันแดดหลังฝ้าจางอย่างไร และควรถามอะไรก่อนเทียบใบเสนอราคาค่ะ

Ulthera 600 ช็อต ราคาต่างกัน เช็กหัวทิปแท้และจำนวนช็อตยังไง?ลิฟติ้ง

Ulthera 600 ช็อต ราคาต่างกัน เช็กหัวทิปแท้และจำนวนช็อตยังไง?

600 ช็อตเท่ากัน แต่แบ่งลงแต่ละความลึกไม่เท่ากันก็เทียบราคาตรง ๆ ไม่ได้ มาดูช่องที่ควรมีในใบเสนอราคา และสองคำถามที่ควรถามก่อนทำ Ulthera ค่ะ

ติดตามเราใน Instagram

@beautysdoctors