ราคา Radiesse ต้องใช้กี่หลอด? เทียบจากขนาดหลอดและจำนวนต่อจุด
คำว่าหนึ่งหลอดของ Radiesse อาจหมายถึง 1.5 mL หรือ 0.8 mL สรุปวิธีอ่านใบเสนอราคาจากจำนวนหลอดต่อจุด รอบเติม การฉีดซ้ำ การวางแผนตามทริปมาเกาหลี และอาการหลังฉีดที่ควรรู้

Wi Young-jin
ผู้อำนวยการแพทย์หลัก/CEO สาขาเมียงดง
ราคารวมของ Radiesse ขึ้นอยู่กับขนาดหลอด จำนวนหลอดต่อจุด และแผนการเติม มากกว่าราคาต่อหลอด
คำว่า “หนึ่งหลอด” อาจหมายถึงหลอด 1.5 mL หรือหลอด 0.8 mL ก็ได้ ส่วนกรอบหน้าข้างเดียว กรอบหน้าสองข้าง และหลังมือ ก็ใช้ปริมาณต่างกันมาก ราคาหลอดเดียวที่ดูถูกกว่าจึงอาจกลายเป็นราคารวมที่สูงกว่า
บทความนี้เขียนให้คนที่วางแผนมาเกาหลีหรืออยู่เกาหลีแล้ว ใช้อ่านใบเสนอราคา Radiesse ให้เทียบกันได้จริงค่ะ
สรุปสั้น ๆ ก่อนอ่าน
- ราคารวมมาจากขนาดหลอด จำนวนหลอดของแต่ละจุด และรอบเติมหรือฉีดซ้ำ ไม่ได้มาจากราคาหลอดเดียว
- ขนาดหลอด: ถามก่อนว่า “1 หลอด” ในใบเสนอราคาเป็นขนาดไหน เพราะ Radiesse มีมากกว่าหนึ่งขนาด
- กรอบหน้าข้างเดียว: ในการศึกษา ครั้งแรกใช้ค่ามัธยฐาน 1.8 mL และมีรอบเติมที่ 4 สัปดาห์
- ใบเสนอราคาที่เทียบได้ ควรบอกจำนวนหลอดแยกตามจุด และรวมรอบเติมไว้หรือไม่
ราคา Radiesse หนึ่งหลอดของแต่ละคลินิก ได้ปริมาณเท่ากันไหม?
ไม่จำเป็นต้องเท่ากัน นอกจากหลอดขนาด 1.5 mL แล้ว Radiesse ยังมีหลอดขนาด 0.8 mL ที่ US FDA อนุมัติแยกไว้ตั้งแต่ปี 2009 ถ้าใบเสนอราคาเขียนแค่ “1 หลอด” ควรถามก่อนว่าเป็นขนาดไหน หลอดเล็กที่ราคาต่อหลอดดูถูกกว่า อาจต้องใช้จำนวนหลอดมากขึ้นสำหรับจุดเดียวกัน
พูดง่าย ๆ คือ Radiesse เป็นอนุภาคแคลเซียมเล็ก ๆ (calcium hydroxylapatite หรือ CaHA) ที่ผสมอยู่ในเจล เจลช่วยค้ำบริเวณที่ฉีดไว้ตั้งแต่ฉีดเสร็จ พอเจลถูกดูดซึมไป ร่างกายจะสร้างเนื้อเยื่อขึ้นรอบอนุภาคที่เหลืออยู่ เหมือนปักเสาเต็นท์ไว้ก่อน แล้วค่อย ๆ มีผ้าใบมาคลุมรอบเสาให้ทรงอยู่ตัว
สำหรับกรอบหน้า แพทย์จะฉีดในชั้นลึก คือชั้นไขมันใต้ผิวส่วนลึกหรือวางบนกระดูกโดยตรง ปริมาณที่ต้องใช้จึงขึ้นกับว่าต้องค้ำโครงยาวและกว้างแค่ไหน

กรอบหน้าสองข้างหรือหลังมือ ต้องใช้ Radiesse กี่หลอด?
ยิ่งบริเวณกว้างและต้องค้ำมาก ปริมาณก็ยิ่งเพิ่ม ในการศึกษาที่สหรัฐฯ ใช้ขออนุมัติ ครั้งแรกใช้ค่ามัธยฐาน 1.8 mL ต่อกรอบหน้าหนึ่งข้าง ส่วนหลังมือกำหนดให้ฉีดได้ไม่เกิน 3.0 mL ต่อมือหนึ่งข้าง และใช้จริงเฉลี่ย 2.5 mL
| จุดที่ฉีด (ตามการศึกษา) | ครั้งแรก | ครั้งต่อไป |
|---|---|---|
| กรอบหน้า 1 ข้าง | ค่ามัธยฐาน 1.8 mL | เติมที่ 4 สัปดาห์ ค่ามัธยฐาน 1.1–1.25 mL / ฉีดซ้ำ ค่ามัธยฐาน 1.4–1.5 mL |
| หลังมือ 1 ข้าง | เฉลี่ย 2.5 mL (ไม่เกิน 3.0 mL) | ครั้งที่สองที่ 6 เดือน เฉลี่ย 1.6 mL |
ตัวเลขในตารางเป็นค่ามัธยฐานและค่าเฉลี่ยจากการศึกษา ไม่ใช่ปริมาณที่ทุกคนต้องใช้ กรอบหน้ามักทำทั้งสองข้าง ถ้าดูตัวเลขข้างเดียวแล้วนับหลอด ราคารวมจะออกมาต่ำกว่าความจริง ควรดูว่าใบเสนอราคาเขียนจำนวนหลอดของสองข้างรวมกัน หรือเปล่า จำนวนหลอดอาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล แพทย์จะเป็นผู้ประเมินเป็นรายบุคคล
ที่ Beautystone ตอนปรึกษา คุณหมอจะแยกก่อนว่าจุดไหนต้องการค้ำโครงหน้า จุดไหนเป็นเรื่องคุณภาพผิว แล้วจึงกำหนดชั้นที่ฉีดและปริมาณของแต่ละจุด

ต้องนับรอบเติมและการฉีดซ้ำเข้าไปในราคารวมด้วยไหม?
ควรนับด้วย เพราะแผนของ Radiesse มักไม่ได้จบที่ครั้งแรก งานวิจัยที่แบ่งคนไข้กรอบหน้าเป็นกลุ่มที่ได้ฉีดกับกลุ่มที่รอฉีดทีหลัง พบว่าที่สัปดาห์ที่ 12 กลุ่มที่ได้ฉีดดีขึ้นอย่างน้อยหนึ่งระดับ 75.6% เทียบกับ 8.8% และในคนที่ดีขึ้นที่สัปดาห์ที่ 12 มี 67.3% ที่ยังดีขึ้นอยู่ถึงสัปดาห์ที่ 48
เมื่อติดตามต่อไปอีก คนที่ได้ฉีดซ้ำราวสัปดาห์ที่ 48 ยังดีขึ้นอยู่ 74.6% ที่สัปดาห์ที่ 60 ส่วนคนที่ได้แค่ครั้งแรกกับรอบเติม อยู่ที่ 43.5%
วิธีคิดที่ง่ายคือแบ่งราคารวมเป็นสามช่อง ได้แก่ ครั้งแรก รอบเติม และการฉีดซ้ำราวหนึ่งปี ส่วนจังหวะที่จะกลับมาฉีดซ้ำ ควรดูจากรูปถ่ายแสงและมุมเดียวกับก่อนฉีดมากกว่าดูจากวันที่ในปฏิทิน ผลลัพธ์ที่ได้อาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล ขึ้นอยู่กับสภาพผิวและการดูแลตัวเอง

มาเกาหลีช่วงสั้น ๆ จะวางแผนฉีด Radiesse กับรอบเติมยังไง?
ถ้ามาเกาหลีแค่ไม่กี่วัน ควรคิดตั้งแต่แรกว่าจะกลับมาเติมได้หรือเปล่า เพราะรอบเติมมักพิจารณากันราว 4 สัปดาห์หลังฉีดครั้งแรก ถ้าอยู่เกาหลีนานกว่าหนึ่งเดือน อาจฉีดครั้งแรกและประเมินการเติมได้ในทริปเดียว ถ้าเป็นทริปสั้น อาจแบ่งแผนเป็นครั้งแรกในทริปนี้ แล้วค่อยดูเรื่องเติมในทริปถัดไป
ตอนขอใบเสนอราคา ควรถามด้วยว่าราคานั้นรวมรอบเติมไว้หรือไม่ และถ้ากลับมาเติมไม่ทันนัด แผนจะปรับยังไง
หลังฉีด ควรเลี่ยงแดดจัดและความร้อน เช่น ซาวน่า เป็นเวลา 24 ชั่วโมง หรือจนกว่าอาการบวมแดงช่วงแรกจะยุบ ถ้าจะบินกลับใกล้วันฉีด ควรเผื่อเวลาให้อาการบวมและรอยช้ำ ซึ่งในบางคนอาจอยู่นานเกินหนึ่งสัปดาห์

ผลข้างเคียงหลังฉีด Radiesse อาการไหนรอได้ อาการไหนต้องรีบพบแพทย์?
อาการที่พบบ่อยคือบวม แดง ปวด ช้ำ และคัน ในคนที่ฉีดกรอบหน้า อาการเหล่านี้ยุบภายใน 7 วัน 57% ใช้เวลา 8–14 วัน 26% และใช้เวลา 15–28 วัน 17% บริเวณที่ฉีดอาจคลำแล้วรู้สึกแข็งอยู่ระยะหนึ่ง ความรู้สึกนี้มักค่อย ๆ หายไปในเวลาหลายสัปดาห์
ก่อนฉีด ควรบอกแพทย์เรื่องประวัติแพ้ยาชา โรคเริม และการตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร
ตามคำเตือนของ US FDA การที่ฟิลเลอร์ (Filler) ถูกฉีดเข้าหลอดเลือดโดยไม่ตั้งใจพบได้น้อย แต่ถ้าเกิดขึ้นอาจร้ายแรงและแก้กลับคืนไม่ได้ เช่น เนื้อเยื่อตาย ปัญหาการมองเห็นไปจนถึงตาบอด และโรคหลอดเลือดสมอง (stroke) ถ้ามีอาการต่อไปนี้ ให้ไปพบแพทย์ทันที
- ปวดผิดปกติ
- การมองเห็นเปลี่ยนไป
- ผิวใกล้จุดที่ฉีดกลายเป็นสีขาว สีเทา หรือสีน้ำเงิน
- สัญญาณของโรคหลอดเลือดสมอง: พูดลำบากขึ้นมาทันที ชาหรืออ่อนแรงที่ใบหน้า แขน หรือขา เดินลำบาก การมองเห็นเปลี่ยน หน้าเบี้ยว ปวดศีรษะรุนแรง เวียนศีรษะ หรือสับสน
ถ้ามีอาการทางสายตาหรือสัญญาณของโรคหลอดเลือดสมอง ให้ไปห้องฉุกเฉินที่อยู่ใกล้คุณทันที การทักแชตทาง LINE ใช้แทนการไปพบแพทย์ไม่ได้

สรุป: ก่อนเทียบราคา Radiesse ควรถามคุณหมอเรื่องอะไร
สิ่งที่ควรถือติดมือไปเทียบคือขนาดหลอดกับจำนวนหลอดของแต่ละจุด รวมทั้งว่ารอบเติมอยู่ในราคาแล้วหรือยัง
ก่อนตัดสินใจ ลองถามคุณหมอว่า “กรอบหน้าทั้งสองข้างของฉันควรใช้หลอดขนาดไหน กี่หลอด และควรกลับมาเติมเมื่อไร” Beautystone Clinic อยู่ย่านฮับจอง กรุงโซล ไม่ไกลจากฮงแด แอด LINE มาสอบถามได้ และที่คลินิกมีเจ้าหน้าที่ที่พูดภาษาไทยได้ จึงปรึกษาเป็นภาษาไทยได้โดยตรงค่ะ ข้อความแรกช่วยเล่าว่าอยากทำจุดไหน เคยฉีดฟิลเลอร์หรือ Radiesse มาก่อนไหมและเมื่อไร แล้วแนบขนาดและจำนวนหลอดจากใบเสนอราคาที่อื่น หรือช่วงวันที่จะมาเกาหลีมาด้วยนะคะ
แหล่งข้อมูลอ้างอิง
- บันทึกการอนุมัติหลอด Radiesse ขนาด 0.8 mL — US FDA, 2009
- งานวิจัย Radiesse ที่กรอบหน้าเทียบกับกลุ่มที่รอฉีด — J Drugs Dermatol, 2021
- การติดตามผลระยะยาวและการฉีดซ้ำที่กรอบหน้า — J Cosmet Dermatol, 2024
- อาการที่ต้องรีบพบแพทย์หลังฉีดฟิลเลอร์ — US FDA
คำถามที่พบบ่อย
Q. ฉีด Radiesse เจ็บไหม?
A. เจ็บได้บ้างค่ะ แต่ชนิดที่ผสมยาชาลิโดเคน (Radiesse (+)) ช่วยได้มาก ในการทดสอบที่ฉีดสองข้างของหน้าเทียบกัน คะแนนความเจ็บหลังฉีดอยู่ราว 2.3 จาก 10 เทียบกับ 6.7 จาก 10 ของชนิดที่ไม่มีลิโดเคน ถ้าเคยแพ้ลิโดเคนต้องแจ้งแพทย์ก่อนฉีดค่ะ
Q. Radiesse อยู่ได้นานแค่ไหน?
A. ขึ้นอยู่กับจุดที่ฉีดและแต่ละคนค่ะ ในการศึกษาร่องแก้ม (ร่องจมูกถึงมุมปาก) 117 คน มี 78.6% ที่ดีขึ้นที่ 6 เดือน และในจำนวนนี้ 35 คนยังดีขึ้นอยู่เมื่อผ่านไป 30 ถึง 39 เดือนหลังฉีดครั้งสุดท้าย ผลลัพธ์ที่ได้อาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล ขึ้นอยู่กับสภาพผิวและการดูแลตัวเองค่ะ
Q. ฉีด Radiesse ที่ริมฝีปากหรือรอบดวงตาได้ไหม?
A. สองบริเวณนี้ยังไม่มีข้อมูลยืนยันทั้งความปลอดภัยและประสิทธิผลของ Radiesse ค่ะ ที่ริมฝีปากมีโอกาสเกิดตุ่มก้อนใต้ผิว ถ้ากังวลเรื่องริมฝีปากหรือใต้ตา ควรให้แพทย์ประเมินก่อนว่าวิธีอื่นเหมาะกว่าหรือเปล่าค่ะ
Q. เคยฉีด Radiesse แล้วไปตรวจเอกซเรย์หรือ CT ได้ไหม?
A. ตรวจได้ค่ะ แต่ควรบอกแพทย์หรือเจ้าหน้าที่รังสีว่าเคยฉีด Radiesse ที่จุดไหน เพราะอนุภาคแคลเซียมของ Radiesse มองเห็นได้ในภาพ CT และอาจเห็นในภาพเอกซเรย์ด้วย การแจ้งไว้ช่วยไม่ให้อ่านภาพผิดค่ะ
Q. เคยเป็นเริม ฉีด Radiesse ได้ไหม?
A. ควรแจ้งแพทย์ก่อนฉีดทุกครั้งค่ะ เพราะการฉีดอาจกระตุ้นให้เริมกำเริบขึ้นมาได้ แพทย์จะใช้ข้อมูลนี้ประกอบการวางแผนและการดูแลก่อนหลังฉีดค่ะ
Q. กำลังตั้งครรภ์หรือให้นมลูก ฉีด Radiesse ได้ไหม?
A. ยังไม่มีข้อมูลยืนยันความปลอดภัยของ Radiesse ในคนที่กำลังตั้งครรภ์หรือให้นมบุตรค่ะ จึงควรแจ้งแพทย์ตั้งแต่ตอนปรึกษา และส่วนใหญ่จะเลื่อนการฉีดออกไปก่อนค่ะ
Q. ฉีด Radiesse ที่หลังมือ ต้องฉีดกี่ครั้ง?
A. ในการศึกษาที่สหรัฐฯ ใช้ขออนุมัติ ครั้งแรกใช้เฉลี่ย 2.5 mL ต่อมือหนึ่งข้าง (ไม่เกิน 3.0 mL) และมีการฉีดครั้งที่สองที่ 6 เดือน เฉลี่ย 1.6 mL ต่อมือค่ะ จำนวนครั้งและปริมาณจริงแพทย์จะเป็นผู้ประเมินเป็นรายบุคคลค่ะ








