ลบรอยสักด้วย PicoWay เจ็บไหม? เจาะลึกการวางยาชาและความต่างตามตำแหน่ง
หลายคนที่อยากลบรอยสักมักกังวลเรื่องความเจ็บเป็นอันดับแรก บทความนี้จะพาไปดูว่าความเจ็บจาก PicoWay ต่างกันตามตำแหน่งและสีอย่างไร พร้อมวิธีเตรียมยาชาให้พร้อมก่อนวันทำจริง

เคยไหม อยากลบรอยสักที่ทำไว้ตั้งแต่นานมาแล้ว แต่พอคิดถึงเลเซอร์ก็อดกังวลไม่ได้ว่าจะเจ็บมากแค่ไหน ยิ่งใครที่ยังจำความรู้สึกตอนสักได้ ก็มักคิดไปว่าตอนลบน่าจะเจ็บกว่าเดิม ความกังวลเรื่องความเจ็บจึงเป็นเรื่องที่หลายคนถามถึงบ่อยที่สุดก่อนตัดสินใจ
โดยทั่วไปการลบรอยสักด้วยเลเซอร์พิโควินาที เช่น PicoWay (พิโคเวย์) จะมีความรู้สึกแสบร้อนคล้ายถูกหนังยางดีดอยู่บ้าง แต่ความเจ็บนั้นถือว่าอยู่ในระดับที่เตรียมตัวแล้วรับมือได้ และการวางแผนเรื่องยาชากับการประคบเย็นจะช่วยให้ความรู้สึกในวันทำจริงต่างกันไปมาก บทความนี้ BeautyStone Clinic จะพาคุณไปเจาะลึกว่าความเจ็บต่างกันตามตำแหน่งและสีของหมึกอย่างไร พร้อมแนะนำแนวทางการเตรียมยาชา ขั้นตอนการทำ และการดูแลตัวเองหลังทำค่ะ
การลบรอยสักด้วย PicoWay เจ็บแค่ไหน?
PicoWay เป็นเลเซอร์ที่ยิงพลังงานเป็นช่วงสั้นระดับพิโควินาที (Picosecond) เพื่อกะเทาะเม็ดสีของรอยสักให้แตกเป็นชิ้นเล็ก ๆ ระหว่างทำผิวจะรู้สึกเหมือนถูกหนังยางดีดแบบแปล๊บ ๆ ร่วมกับความร้อนวูบ ๆ ซึ่งเป็นคนละแบบกับความเจ็บตอนสักที่เข็มขูดผิว หลายคนจึงอธิบายว่าเป็นความรู้สึก "ดีดกระตุก" มากกว่า "ทิ่มแทง"
จากรายงานทางคลินิกพบว่าการลบรอยสักไม่ใช่หัตถการที่ไร้ความเจ็บเสียทีเดียว มีรายงานว่าผู้เข้ารับการลบรอยสักสีดำด้วยเลเซอร์พิโควินาทีทุกรายรู้สึกเจ็บระหว่างทำ แต่ส่วนใหญ่อยู่ในระดับเล็กน้อยถึงปานกลาง โดยทายาชาก่อนทำและใช้การประคบเย็นหลังทำเพื่อลดการระคายเคือง จึงพอสรุปได้ว่าความเจ็บไม่ได้ถึงขั้นทนไม่ไหว แต่เป็นระดับที่เตรียมตัวแล้วรับมือได้ นอกจากนี้เลเซอร์พิโควินาทีทำงานด้วยหลักโฟโตอะคูสติก (Photoacoustic) ที่เลือกกะเทาะเฉพาะเม็ดสีมากกว่าการเผาด้วยความร้อน จึงกระทบผิวรอบข้างค่อนข้างน้อย

ตำแหน่งและสีของหมึกทำให้เจ็บต่างกันอย่างไร?
แม้จะเป็น PicoWay เหมือนกัน แต่ความรู้สึกจะต่างกันตามว่าลบตรงไหนและลบสีอะไร ตำแหน่งที่มีกระดูกอยู่ใต้ผิวตื้น ๆ แรงสั่นสะเทือนจะส่งไปถึงกระดูกทำให้รู้สึกเสียวและร้าวได้ง่าย ส่วนบริเวณที่มีชั้นไขมันรองรับจะรู้สึกทื่อกว่า เรื่องสีก็มีผลเช่นกัน สีดำดูดซับพลังงานเลเซอร์ได้ดีจึงตอบสนองไว แต่ความรู้สึกก็ชัดเจน ขณะที่สีโทนอื่นอย่างแดง เหลือง เขียว จะดูดซับช้ากว่าและมักต้องทำหลายครั้งขึ้น
| ตำแหน่ง / สี | ความรู้สึก | ยาชาที่มักใช้ |
|---|---|---|
| แขน ต้นขา (มีไขมันมาก) | ค่อนข้างเบา | ยาชาแบบทา |
| ข้อมือ ข้อเท้า ตาตุ่ม | รู้สึกชัดและเสียว | ยาชาแบบทา + ประคบเย็น |
| นิ้วมือ กระดูกไหปลาร้า (ผิวบาง) | ไวต่อความรู้สึก | ยาชาแบบทา + ประคบเย็น |
| หมึกสีดำ | ชัดแต่ตอบสนองไว | ยาชาแบบทา |
เรื่องจำนวนครั้งก็ควรรู้ไว้ก่อนเช่นกัน การทบทวนงานวิจัยอย่างเป็นระบบเกี่ยวกับการลบรอยสักด้วยเลเซอร์พิโควินาที พบว่าเมื่อทำ 1 ถึง 10 ครั้ง สัดส่วนของเคสที่เม็ดสีจางลงมากกว่าร้อยละ 70 อยู่ในช่วงตั้งแต่ราวร้อยละ 69 ไปจนถึงเกือบทุกเคส เนื่องจากไม่ใช่หัตถการที่จบในครั้งเดียว แต่ต้องค่อย ๆ กะเทาะเม็ดสีทีละขั้นหลายครั้ง ความเจ็บจึงเกิดซ้ำในแต่ละรอบ จึงควรเตรียมยาชาไว้ทุกครั้ง โดยทั่วไปยิ่งสีเข้มหรือพื้นที่กว้าง จำนวนครั้งก็มักเพิ่มขึ้น จึงควรประเมินภาระความเจ็บควบคู่ไปกับจำนวนครั้งด้วยค่ะ

ขั้นตอนการวางยาชาและการทำเป็นอย่างไร?
การลบรอยสักด้วย PicoWay มีลำดับขั้นตอนตั้งแต่การเตรียมยาชาไปจนถึงการดูแลหลังทำ ยิ่งใครที่กังวลเรื่องความเจ็บมาก การรู้ลำดับเหล่านี้ล่วงหน้าจะช่วยให้ผ่อนคลายในวันทำจริงได้มากขึ้น
- ปรึกษาและทดสอบ — แพทย์ผู้เชี่ยวชาญจะดูตำแหน่ง สี และความลึกของรอยสัก เพื่อประเมินจำนวนครั้งและระดับความเจ็บที่คาดว่าจะเกิดขึ้นไปพร้อมกัน
- ทายาชา — ทายาชาเฉพาะที่แบบทาบริเวณที่จะทำก่อนราว 30 นาที แล้วรอให้ยาซึมเข้าผิว บริเวณที่เจ็บมากขั้นตอนนี้ยิ่งสำคัญ
- ประคบเย็นและยิงเลเซอร์ — ใช้ลมเย็นหรือเครื่องทำความเย็นลดอุณหภูมิผิวไปพร้อมกับยิงเลเซอร์ ความรู้สึกแปล๊บจะเกิดซ้ำสั้น ๆ แต่เวลาต่อจุดไม่นาน
- ดูแลและให้คำแนะนำ — หลังทำจะประคบเย็นเพื่อลดความร้อน พร้อมแนะนำการใช้ยาทา การกันแดด และการดูแลตุ่มน้ำ
ยาชาแบบทาต้องทาทิ้งไว้ให้นานพอ ฤทธิ์ยาจึงจะเข้าที่ หากเริ่มเร็วเกินไปยาอาจซึมไม่พอและทำให้รู้สึกเจ็บมากขึ้น สำหรับระยะห่างระหว่างรอบ โดยทั่วไปจะเว้นราว 6 ถึง 8 สัปดาห์ เพื่อให้ผิวฟื้นตัวเต็มที่ก่อนทำครั้งถัดไป ทั้งนี้ผลลัพธ์อาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล หากเว้นระยะถี่เกินไปในขณะที่ผิวยังฟื้นตัวไม่พอ ความเสี่ยงเรื่องรอยดำหรือการเปลี่ยนสีผิวก็อาจเพิ่มขึ้น จึงควรดูจังหวะการฟื้นตัวของผิวตัวเองประกอบด้วย

ใครเหมาะและใครควรระวังเป็นพิเศษ?
การลบรอยสักด้วยเลเซอร์เหมาะกับผู้ที่ต้องการค่อย ๆ ลบรอยสักให้จางลงและเข้าใจว่าต้องใช้เวลาหลายรอบ แต่ก็มีบางกลุ่มที่ควรแจ้งแพทย์และประเมินอย่างละเอียดก่อนตัดสินใจ
- ผู้ที่ตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร
- ผู้ที่มีประวัติแผลเป็นนูนหรือคีลอยด์ (Keloid) ได้ง่าย
- ผู้ที่มีประวัติแพ้ยาชา หรือผิวบริเวณที่จะทำมีการติดเชื้อหรือแผลเปิด
- ผู้ที่เพิ่งโดนแดดจัดหรือผิวบริเวณนั้นกำลังไวต่อแสงเป็นพิเศษ
กลุ่มที่ควรระวังเหล่านี้ไม่ได้แปลว่าทำไม่ได้เสมอไป แต่แพทย์จะเป็นผู้ประเมินเป็นรายบุคคลว่าควรเลื่อนหรือปรับแนวทางอย่างไร การแจ้งข้อมูลสุขภาพตามจริงตั้งแต่ขั้นปรึกษาจะช่วยให้วางแผนได้ปลอดภัยขึ้น
ผลข้างเคียงที่พบบ่อยและการดูแลหลังทำ
หลังลบรอยสักด้วย PicoWay ในช่วงไม่กี่วันแรกอาจพบอาการเล็กน้อยได้บ่อย ซึ่งส่วนใหญ่มักค่อย ๆ ดีขึ้นเองตามเวลา
- รอยแดง ความร้อน และบวมเล็กน้อยบริเวณที่ทำ — มักอยู่ราวไม่กี่ชั่วโมงถึงหนึ่งถึงสองวัน
- ผิวเผือกขาวขึ้นชั่วคราว (Frosting) — เห็นช่วงสั้น ๆ หลังยิงเลเซอร์แล้วค่อย ๆ จางลง
- ตุ่มน้ำเล็ก ๆ หรือสะเก็ด — พบได้ในบริเวณที่ระคายมาก ไม่ควรแกะออก ควรปล่อยให้หลุดเองตามธรรมชาติ
- การเปลี่ยนสีผิวชั่วคราว — มักจางลงก่อนแล้วค่อยฟื้นกลับ
ในช่วงพักฟื้นการกันแดดสำคัญเป็นพิเศษ เพราะหากผิวบริเวณที่ทำโดนแสงแดด ความเสี่ยงเรื่องรอยดำอาจเพิ่มขึ้น เวลาออกแดดจึงควรทากันแดดให้ทั่วและปิดด้วยเสื้อผ้าถ้าทำได้ บริเวณที่มีตุ่มน้ำหรือสะเก็ดไม่ควรถู ควรดูแลด้วยยาทาที่แพทย์สั่งเป็นหลัก หากมีอาการผิดปกติ เช่น เจ็บหรือบวมรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ มีหนอง รอยแดงจัด หรือตุ่มน้ำที่ไม่ยุบภายในสองสัปดาห์ ควรรีบปรึกษาแพทย์ที่ทำหัตถการทันที
สรุป
การลบรอยสักด้วย PicoWay มีความเจ็บอยู่บ้าง แต่หากรู้ว่าตำแหน่งและสีมีผลต่อความรู้สึกอย่างไร และเตรียมยาชากับการประคบเย็นไว้ล่วงหน้า ก็ไม่จำเป็นต้องกังวลจนเกินไป ตำแหน่งที่ใกล้กระดูกหรือผิวบางจะรู้สึกชัดกว่า ส่วนสีโทนอื่นมักต้องทำหลายครั้งขึ้น จึงควรประเมินภาระความเจ็บควบคู่กับจำนวนครั้ง ทั้งนี้ผลลัพธ์อาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล ควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อประเมินก่อนตัดสินใจ ที่ BeautyStone Clinic ย่านฮับจอง กรุงโซล เปิดให้ปรึกษาฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย หากคุณกำลังกังวลเรื่องความเจ็บจากการลบรอยสัก แอด LINE มาปรึกษาคุณหมอได้เลยนะคะ
คำถามที่พบบ่อย
Q1. ลบรอยสักด้วย PicoWay ใช้แค่ยาชาแบบทาช่วยลดความเจ็บพอไหม?
ขึ้นอยู่กับตำแหน่งค่ะ บริเวณที่มีไขมันรองรับอย่างแขนหรือต้นขา มักใช้ยาชาแบบทาก็รับมือได้ ส่วนบริเวณที่ใกล้กระดูกอย่างข้อมือหรือตาตุ่ม การประคบเย็นร่วมด้วยจะช่วยให้รู้สึกสบายขึ้น หากไวต่อความเจ็บเป็นพิเศษ แนะนำให้แจ้งตอนปรึกษาเพื่อเตรียมตัวเพิ่มเติมค่ะ
Q2. รอยสักสีดำกับสีอื่นแบบไหนเจ็บกว่ากัน?
ความเจ็บมักขึ้นอยู่กับตำแหน่งมากกว่าสีค่ะ แต่สีดำตอบสนองต่อเลเซอร์ได้ดีจึงมักใช้จำนวนครั้งน้อยกว่า ส่วนสีแดงหรือเขียวดูดซับช้ากว่าและมักต้องทำหลายครั้งขึ้น เมื่อจำนวนครั้งเพิ่ม ความรู้สึกเจ็บก็เกิดถี่ขึ้น จึงควรประเมินภาระรวมควบคู่กับจำนวนครั้ง
Q3. หลังทำวันรุ่งขึ้นใช้ชีวิตตามปกติได้ไหม?
ส่วนใหญ่ใช้ชีวิตประจำวันได้ค่ะ แต่บริเวณที่ทำอาจมีรอยแดงและความร้อนอยู่หนึ่งถึงสองวัน จึงควรเลี่ยงซาวน่า การออกกำลังหนัก และน้ำร้อนสักสองสามวัน อย่าลืมกันแดดให้ดี และหากมีตุ่มน้ำหรือสะเก็ด ไม่ควรถูหรือแกะ ควรปล่อยให้หลุดเองตามธรรมชาติ
Q4. ควรเว้นระยะห่างระหว่างรอบนานแค่ไหน?
โดยทั่วไปมักเว้นราว 6 ถึง 8 สัปดาห์ค่ะ เพื่อให้ผิวฟื้นตัวเต็มที่ก่อน จะช่วยลดความเสี่ยงเรื่องรอยดำ หากรีบทำรอบถัดไปเร็วเกินไปในขณะที่ผิวยังฟื้นไม่พอ อาจมีการระคายเพิ่มขึ้น จึงควรดูจังหวะการฟื้นตัวของผิวและปรึกษาแพทย์ก่อนกำหนดวัน











