ภาพแสดงว่าการลบรอยสักด้วย PicoWay ใช้จำนวนครั้งต่างกันตามสีหมึก
ลบรอยสัก

ลบรอยสักด้วย PicoWay ทำไมสีหมึกต่างกันจำนวนครั้งจึงต่างกัน

สีดำลบง่ายแต่ทำไมสีฟ้าหรือสีเหลืองถึงใช้เวลานานกว่า บทความนี้พาไปเข้าใจว่าเลเซอร์ทำงานกับหมึกแต่ละสีอย่างไร และเหตุใดจำนวนครั้งจึงต่างกันในแต่ละสี

ติดตาม Hongdae Beautys Doctors YouTube
วียองจิน

วียองจิน

ผู้อำนวยการ

ตรวจสอบโดยแพทย์ นพ. วียองจิน
6นาที

เคยสงสัยไหมว่าทำไมรอยสักสีดำถึงลบออกได้ค่อนข้างเร็ว แต่พอเป็นสีฟ้าหรือสีเหลืองกลับต้องใช้เวลานานกว่ามาก ทั้งที่เป็นรอยสักเดียวกันแท้ ๆ หลายคนที่กำลังศึกษาเรื่องการลบรอยสักมักกังวลว่าตัวเองต้องเข้ารับบริการกี่ครั้งถึงจะเห็นผล เพราะแต่ละสีตอบสนองต่างกันจนคาดเดายาก

คำตอบสั้น ๆ คือ เลเซอร์อย่าง PicoWay ทำงานกับหมึกแต่ละสีด้วยแสงที่มีความยาวคลื่นต่างกัน สีดำและสีน้ำเงินเข้มจึงตอบสนองได้ดี ในขณะที่สีสว่างอย่างสีเหลืองหรือเขียวอ่อนมักต้องใช้จำนวนครั้งมากกว่า บทความนี้ BeautyStone Clinic จะพาคุณไปเจาะลึกตั้งแต่หลักการที่เลเซอร์ทำงานกับหมึก แนวทางจำนวนครั้งตามสี ไปจนถึงสิ่งที่ควรตรวจสอบก่อนเริ่มลบรอยสัก เพื่อให้ตั้งความคาดหวังได้อย่างสมจริง ไปดูกันเลยค่ะ

เลเซอร์ลบรอยสักทำงานอย่างไร

การลบรอยสักด้วยเลเซอร์ไม่ได้ละลายหมึกออกในครั้งเดียว แต่ใช้แสงพลังงานสูงทำให้อนุภาคหมึกแตกตัวเป็นชิ้นเล็ก ๆ จากนั้นเซลล์ภูมิคุ้มกันในร่างกายจะค่อย ๆ ลำเลียงอนุภาคเหล่านั้นออกไป กระบวนการนี้เกิดขึ้นซ้ำ ๆ ในแต่ละครั้ง ทำให้รอยสักค่อย ๆ จางลงทีละน้อย

จุดสำคัญคือ หมึกแต่ละสีดูดซับแสงที่ความยาวคลื่น (Wavelength) ต่างกัน การเลือกความยาวคลื่นให้เหมาะกับสีของหมึกจึงช่วยให้อนุภาคแตกตัวได้อย่างมีประสิทธิภาพ PicoWay เป็นเลเซอร์ที่ปล่อยพลังงานในช่วงเวลาสั้นมากระดับพิโควินาที (Picosecond) เพื่อทำให้หมึกแตกตัวเป็นอนุภาคที่ละเอียดขึ้น และมีทางเลือกของความยาวคลื่นที่ปรับให้เข้ากับแต่ละสีได้ ทำให้ออกแบบการรักษาตามสีของหมึกได้ยืดหยุ่นกว่า

ภาพแสดงเลเซอร์ทำให้อนุภาคหมึกในชั้นผิวแตกตัว

สีหมึกแต่ละสีตอบสนองต่างกันอย่างไร

แม้จะใช้เลเซอร์ตัวเดียวกัน แต่หมึกแต่ละสีก็ตอบสนองต่างกันอย่างเห็นได้ชัด หากแบ่งตามแนวโน้มทั่วไป จะเห็นความแตกต่างประมาณนี้

สีหมึกแนวโน้มการตอบสนองจำนวนครั้งโดยประมาณ
ดำ / เทาเข้มตอบสนองได้ดีค่อนข้างน้อย
น้ำเงินเข้ม / กรมท่าตอบสนองค่อนข้างดีปานกลาง
แดง / ส้มปานกลางต้องใช้มากขึ้น
เหลือง / เขียวอ่อนค่อนข้างยากต้องใช้มากที่สุด

ตารางนี้เป็นเพียงแนวโน้มทั่วไป การตอบสนองจริงอาจแตกต่างกันไปตามชนิดของหมึก ความลึก และช่วงเวลาที่เข้ารับบริการ ที่สีดำจางลงได้ดีที่สุดเพราะดูดซับแสงเกือบทุกความยาวคลื่นได้ค่อนข้างสม่ำเสมอ ส่วนสีสว่างอย่างเหลืองหรือเขียวอ่อนดูดซับแสงได้จำกัด จึงต้องใช้จำนวนครั้งมากกว่า

ภาพแสดงการตอบสนองและจำนวนครั้งของหมึกแต่ละสี

ทำไมรอยสักหลายสีจึงจางไม่พร้อมกัน

เมื่อรอยสักหนึ่งชิ้นมีหลายสีปะปนกัน แต่ละสีจะจางลงด้วยความเร็วที่ต่างกัน ทำให้เส้นขอบสีดำมักจางก่อน ในขณะที่ส่วนที่เป็นสีอาจยังคงเหลืออยู่ จึงเกิดช่วงที่รอยสักดูจางไม่เท่ากันได้ ด้วยเหตุนี้ รอยสักที่มีหลายสีจึงมักใช้เวลานานกว่ากว่าทั้งภาพจะดูเรียบเสมอกัน

โดยทั่วไปแพทย์ผู้เชี่ยวชาญจะปรับการตั้งค่าให้ต่างกันในแต่ละส่วน เช่น เส้นขอบสีดำกับพื้นที่สี เพื่อให้แต่ละสีตอบสนองได้เหมาะสม การเข้าใจว่าสีใดมักจางก่อนตั้งแต่ต้น จะช่วยให้คุณเห็นภาพขั้นตอนการเปลี่ยนแปลงได้ชัดเจนขึ้น

จำนวนครั้งเปลี่ยนไปตามสีอย่างไร

รอยสักจะไม่หายในครั้งเดียว แต่จะค่อย ๆ จางลงเมื่อสะสมจำนวนครั้ง โดยทั่วไปแต่ละครั้งมักเว้นระยะห่างหลายสัปดาห์ขึ้นไป เพราะอนุภาคหมึกที่แตกตัวต้องใช้เวลาถูกลำเลียงออกจากร่างกาย และผิวก็ต้องการเวลาฟื้นตัวเช่นกัน

รอยสักที่เน้นสีดำมักจางลงได้ด้วยจำนวนครั้งที่ค่อนข้างน้อย ส่วนรอยสักที่มีสีสว่างปนหรือหมึกฝังลึกและเข้ม มักต้องใช้จำนวนครั้งมากกว่า แม้จะเป็นสีเดียวกัน รอยสักเก่าที่ทำมานานอาจตอบสนองเร็วกว่าเพราะหมึกจางลงตามธรรมชาติแล้ว ในขณะที่รอยสักใหม่ที่หมึกยังเข้มอาจใช้เวลานานกว่า หากทำไปหลายครั้งแล้วแทบไม่เห็นความเปลี่ยนแปลง ควรปรึกษาแพทย์เพื่อตรวจสอบชนิดและความลึกของหมึกอีกครั้งนะคะ ผลลัพธ์ที่ได้อาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล ขึ้นอยู่กับสภาพผิวและการดูแลตัวเอง

ภาพแสดงรอยสักค่อย ๆ จางลงเมื่อสะสมจำนวนครั้ง

ผลข้างเคียงและข้อควรระวังก่อนเริ่ม

หลังลบรอยสักด้วยเลเซอร์ อาจมีรอยแดง บวมเล็กน้อย หรือสะเก็ดบริเวณที่รักษา ซึ่งมักค่อย ๆ ดีขึ้นได้เองภายในไม่กี่วันถึงประมาณหนึ่งสัปดาห์ หากมีอาการผิดปกติหรืออาการเป็นนานผิดปกติ ควรรีบปรึกษาแพทย์ทันที นอกจากนี้อาจเกิดรอยดำหรือสีผิวจางลงชั่วคราวได้ในบางกรณี จึงควรค่อย ๆ ติดตามผลไปตามขั้นตอน

ก่อนเริ่มลบรอยสัก การตรวจสอบข้อมูลบางอย่างล่วงหน้าจะช่วยให้ประเมินจำนวนครั้งและความคาดหวังได้ตามจริงมากขึ้น

  • องค์ประกอบของสีหมึก : เน้นสีดำหรือมีสีปนกัน ส่งผลต่อจำนวนครั้งที่คาดไว้อย่างมาก
  • ช่วงเวลาที่สัก : รอยสักเก่าและรอยสักใหม่มีสภาพหมึกต่างกัน ความเร็วในการตอบสนองจึงต่างกัน
  • ความลึกของหมึก : หมึกที่ฝังลึกและเข้มมักต้องใช้จำนวนครั้งมากขึ้น
  • สภาพผิวและตำแหน่ง : แต่ละตำแหน่งอาจฟื้นตัวและตอบสนองต่อเม็ดสีต่างกัน

แทนที่จะฟันธงว่า "กี่ครั้งถึงจะจบ" การตรวจสอบเกณฑ์เหล่านี้ก่อนแล้วค่อย ๆ ดูการเปลี่ยนแปลงเป็นขั้นเป็นตอน จะช่วยลดช่องว่างระหว่างความคาดหวังกับผลลัพธ์ได้มากกว่า และควรทำโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญในคลินิกที่ได้มาตรฐาน

สรุป

สาเหตุที่การลบรอยสักด้วย PicoWay ใช้จำนวนครั้งต่างกันตามสี เป็นเพราะหมึกแต่ละสีดูดซับแสงที่ความยาวคลื่นต่างกัน ทำให้บางสีแตกตัวได้ง่ายและบางสีทำได้ยากกว่า สีดำและน้ำเงินเข้มมักตอบสนองได้ดีด้วยจำนวนครั้งที่น้อยกว่า ส่วนสีสว่างอย่างเหลืองหรือเขียวอ่อนมักต้องใช้มากกว่า ทั้งนี้จำนวนครั้งจริงยังขึ้นอยู่กับความลึก ชนิดของหมึก และตำแหน่งด้วย

ทั้งนี้ผลลัพธ์อาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล ควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อประเมินก่อนตัดสินใจ หากคุณกำลังกังวลว่ารอยสักหลากสีของตัวเองต้องใช้กี่ครั้ง สามารถแอด LINE มาปรึกษาคุณหมอที่ BeautyStone Clinic ย่านฮับจอง กรุงโซล ได้เลยนะคะ ปรึกษาฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย

คำถามที่พบบ่อย

Q1. รอยสักสีดำหายเร็วกว่าสีอื่นจริงไหม

สีดำดูดซับแสงได้เกือบทุกความยาวคลื่นค่อนข้างสม่ำเสมอ จึงมักตอบสนองได้ดีกว่าสีอื่น รอยสักที่เน้นสีดำจึงมักจางลงด้วยจำนวนครั้งที่ค่อนข้างน้อย แต่หากหมึกฝังลึกและเข้มหรือมีพื้นที่กว้าง แม้เป็นสีดำก็อาจต้องใช้จำนวนครั้งมากขึ้น ควรพิจารณาความลึกและขนาดพื้นที่ประกอบกันด้วยค่ะ

Q2. สีเหลืองหรือเขียวอ่อนลบไม่ออกเลยหรือเปล่า

ไม่ถึงกับไม่ตอบสนอง แต่สีสว่างดูดซับแสงได้จำกัด จึงมักต้องใช้จำนวนครั้งมากกว่าสีดำ การเลือกความยาวคลื่นให้เหมาะกับสีจะช่วยให้ค่อย ๆ จางลงได้ เพียงแต่ควรเผื่อใจว่าอาจใช้เวลานานกว่ากว่าจะเรียบเสมอกัน แนวทางจำนวนครั้งตามองค์ประกอบสีสามารถสอบถามได้ในการปรึกษาค่ะ

Q3. รอยสักหลายสีมีขั้นตอนอย่างไร

เนื่องจากแต่ละสีจางด้วยความเร็วต่างกัน เส้นขอบสีดำมักจางก่อน ส่วนที่เป็นสีอาจยังเหลืออยู่ แพทย์จึงมักปรับการตั้งค่าให้ต่างกันในแต่ละส่วน และทั้งภาพมักใช้จำนวนครั้งมากกว่ากว่าจะเรียบเสมอกัน หากได้รับคำอธิบายว่าสีใดจะจางก่อนตั้งแต่ต้น จะเข้าใจกระบวนการเปลี่ยนแปลงได้ง่ายขึ้นค่ะ

Q4. ทำไมต้องเว้นระยะห่างหลายสัปดาห์ในแต่ละครั้ง

เพราะอนุภาคหมึกที่แตกตัวต้องใช้เวลาถูกลำเลียงออกจากร่างกาย และผิวต้องการเวลาฟื้นตัว หากเว้นระยะไม่พอ ผิวจะรับภาระมากขึ้นและผลลัพธ์อาจด้อยลง โดยทั่วไปจึงเว้นหลายสัปดาห์ขึ้นไป ส่วนระยะที่เหมาะสมควรให้แพทย์ประเมินจากตำแหน่งและการฟื้นตัวของผิวเป็นรายบุคคลค่ะ

บทความแนะนำ

ภาพประกอบบทความการลบรอยสักอิเรซึมิด้วยเลเซอร์ลบรอยสัก

ลบรอยสักอิเรซึมิ (Irezumi) ทำไมฝีมือและเลเซอร์ถึงสำคัญ

รอยสักอิเรซึมิที่ใหญ่ หลายสี และหมึกฝังลึก มักลบยากกว่ารอยสักทั่วไป บทความนี้พาไปดูว่าทำไมชนิดเลเซอร์ การตั้งค่าตามแต่ละสี และฝีมือผู้ทำถึงมีผลต่อผลลัพธ์และความปลอดภัย

ภาพหน้าปกแนะนำแนวทางกันแดดหลังลบรอยสักลบรอยสัก

หลังลบรอยสักด้วยเลเซอร์ ต้องเลี่ยงแดดนานแค่ไหน? ดูแลผิวหน้าร้อน

หลังลบรอยสักด้วยเลเซอร์ในหน้าร้อน หลายคนกังวลว่าต้องเลี่ยงแดดไปอีกนานแค่ไหน บทความนี้อธิบายเหตุผลที่ต้องหลบแดด ระยะเวลาที่ควรระวัง และวิธีดูแลผิวในชีวิตประจำวันแบบเข้าใจง่ายค่ะ

ภาพหน้าปกแนะนำขั้นตอนการลบรอยสักด้วย PicoWayลบรอยสัก

ลบรอยสัก PicoWay สะเก็ดขึ้นและรอยสักจางเป็นขั้นตอนไหน

PicoWay ลบรอยสักด้วยการกระแทกเม็ดสีให้แตกแล้วให้ร่างกายขับออก ค่อย ๆ จางลงหลายครั้ง บทความนี้สรุปขั้นตอนพักฟื้นตั้งแต่หลังทำจนสะเก็ดหลุด

บทความล่าสุด

ผิวแพ้ง่ายที่เข้าเกณฑ์ทำ Laser Toning ได้และไม่ได้ผิวหนัง

ผิวแพ้ง่ายทำ Laser Toning ได้ไหม? เช็กเกณฑ์ก่อนตัดสินใจ

ผิวแพ้ง่ายไม่ได้แปลว่าทำ Laser Toning ไม่ได้เสมอไปค่ะ บทความนี้จะช่วยให้คุณเข้าใจว่าตัวเองเข้าเกณฑ์ไหน และควรเตรียมผิวอย่างไรให้ปลอดภัยที่สุด

สัญญาณที่บอกว่ากรามเริ่มกลับมาหลังโบท็อกซ์รูปหน้าและวอลุ่ม

โบท็อกซ์กรามกลับมาเหลี่ยมอีกแล้ว ทำซ้ำได้เลยไหม หรือต้องรอ?

โบท็อกซ์กรามช่วยให้กล้ามเนื้อ masseter เล็กลงได้จริง แต่ผลจะค่อย ๆ หายไปเมื่อกล้ามเนื้อฟื้นตัว บทความนี้ BeautyStone Clinic จะพาคุณรู้จักสัญญาณที่บอกว่าถึงเวลาทำซ้ำ และวิธีประเมินจังหวะที่ดีที่สุดสำหรับคุณค่ะ

กลไกการทำงานของ Rejuran HB PN และ HA ในผิวรอบดวงตาผิวหนัง

Rejuran HB ทำรอบดวงตาตัวเดียวพอไหม หรือต้องจับคู่กับอะไรเพิ่ม?

บทความนี้ BeautyStone Clinic จะพาคุณไปเจาะลึกว่ารอยย่นรอบดวงตาแบบไหนที่ Rejuran HB จัดการได้คนเดียว และแบบไหนที่ควรใช้ร่วมกับ Botox หรือตัวอื่น พร้อมแนะนำแนวทางการตัดสินใจที่ตรงกับสภาพผิวของคุณนะคะ

เปรียบเทียบ Juvelook Volume และ Ellanse สำหรับแก้มตอบรูปหน้าและวอลุ่ม

Juvelook Volume กับ Ellanse เลือกอันไหนดีสำหรับแก้มตอบ?

เมื่อแก้มเริ่มตอบลึกขึ้นทุกปี การดูแลด้วยครีมอย่างเดียวอาจไม่เพียงพออีกต่อไป บทความนี้ BeautyStone Clinic จะพาคุณเปรียบเทียบ Juvelook Volume และ Ellanse สองตัวเลือกที่ช่วยเรื่องวอลลุ่มหน้าและกระตุ้นคอลลาเจน พร้อมแนวทางเลือกที่เหมาะกับแต่ละคน นะคะ

ไทม์ไลน์ผลลัพธ์ Alltite RF ตั้งแต่ทำทันทีถึง 12 สัปดาห์ลิฟติ้ง

Alltite RF เห็นผลเมื่อไหร่? ไทม์ไลน์ผลลัพธ์และระยะเวลาที่อยู่ได้

บทความนี้ BeautyStone Clinic จะพาคุณไปดูไทม์ไลน์ผลลัพธ์ของ Alltite RF ตั้งแต่ปฏิกิริยาแรกทันทีหลังทำ ไปจนถึงช่วงที่คอลลาเจนสร้างเต็มที่ในสัปดาห์ที่ 4-12 พร้อมแนะนำแนวทางดูแลเพื่อให้ผลอยู่ได้นานขึ้นนะคะ

Shurink Universe ทำแล้วหน้าผอมไหม? วิธีป้องกันแก้มยุบลิฟติ้ง

Shurink Universe ทำแล้วหน้าผอมลงไหม? วิธีป้องกันแก้มยุบที่ควรรู้

หลายคนกังวลว่าหลังทำ Shurink Universe แล้วหน้าจะยิ่งผอมจนดูโทรม บทความนี้จะพาไปทำความเข้าใจว่าทำไมถึงเกิดขึ้น และมีวิธีรับมืออย่างไรบ้าง

ติดตามเราใน Instagram

@beautysdoctors