ภาพรวมแนวทางจำนวนครั้งและระยะห่างในการทำ Onda
ลิฟติ้ง

Onda ต้องทำกี่ครั้ง เว้นระยะเท่าไหร่ ผิวถึงจะกระชับ เจาะลึกครบ

Onda ไม่ใช่หัตถการที่ทำครั้งเดียวจบ แต่เป็นการกระตุ้นให้คอลลาเจนค่อย ๆ สร้างใหม่ตลอดหลายสัปดาห์ บทความนี้จะพาไปดูแนวทางจำนวนครั้งและระยะห่างที่เหมาะสมค่ะ

ติดตาม Hongdae Beautys Doctors YouTube
วียองจิน

วียองจิน

ผู้อำนวยการ

ตรวจสอบโดยแพทย์ นพ. วียองจิน
2นาที

เคยไหมคะ เวลาที่เริ่มศึกษาเรื่อง Onda แล้วคำถามแรกที่ผุดขึ้นมามักเป็น "ทำครั้งเดียวพอไหม" หรือ "ต้องเว้นระยะกี่สัปดาห์ถึงจะกำลังดี" ทั้งที่เวลาในการทำหัตถการแต่ละครั้งไม่ได้นานเลย แต่สิ่งที่ทำให้หลายคนลังเลกลับเป็นเรื่องของจำนวนครั้งและจังหวะในการทำ ว่าต้องทำกี่รอบด้วยระยะห่างแบบไหน ความกระชับถึงจะค่อย ๆ ปรากฏ

โดยธรรมชาติแล้ว Onda ไม่ใช่หัตถการที่ทำเพียงครั้งเดียวแล้วจบ แต่เป็นการสร้างกระบวนการให้คอลลาเจนค่อย ๆ เติมกลับเข้ามาตลอดหลายสัปดาห์ จึงมักแนะนำให้แบ่งทำหลายครั้งโดยเว้นระยะห่างอย่างเหมาะสม อย่างไรก็ตามจำนวนครั้งที่แนะนำอาจแตกต่างกันไปตามบริเวณและสภาพผิวของแต่ละคน การรู้เกณฑ์โดยเฉลี่ยไว้ก่อนจะช่วยให้ประเมินกรณีของตัวเองได้ง่ายขึ้น บทความนี้ BeautyStone Clinic จะพาคุณไปเจาะลึกทั้งแนวทางจำนวนครั้ง ระยะห่าง ความต่างของแต่ละบริเวณ ไปจนถึงการดูแลระหว่างรอบ ไปดูกันเลย

Onda คืออะไร และทำไมถึงไม่จบในครั้งเดียว

Onda (ออนด้า) เป็นหัตถการที่ใช้พลังงานคลื่นความถี่สูงในรูปแบบคลื่นไมโครเวฟ (Microwave / Coolwaves) ส่งความร้อนลงสู่ชั้นผิวหนังแท้ (Dermis) เมื่อความร้อนกระตุ้นถึงชั้นนี้ คอลลาเจนเดิมจะหดตัว จากนั้นร่างกายจะเริ่มกระบวนการสร้างคอลลาเจนใหม่ต่อเนื่องไปอีกหลายสัปดาห์ ด้วยกลไกนี้เอง ความเปลี่ยนแปลงที่ค่อย ๆ ปรากฏตามเวลาจึงมักมีน้ำหนักมากกว่าความรู้สึกกระชับทันทีหลังทำ

อธิบายให้เห็นภาพง่าย ๆ การสร้างคอลลาเจนใหม่เปรียบได้กับการค่อย ๆ เติมน้ำลงในแก้วทีละนิด ไม่ได้เต็มในทันที แต่ต้องอาศัยเวลาและการเติมซ้ำเป็นจังหวะ เอกสารที่อธิบายกลไกว่าความร้อนจากคลื่นความถี่สูงทำให้คอลลาเจนในชั้นผิวหนังแท้หดตัวและกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่ตามมา ก็ช่วยให้เข้าใจว่าทำไมการทำสะสมหลายครั้งจึงมีความหมายต่อการเปลี่ยนแปลงมากกว่าการทำครั้งเดียว การแบ่งทำโดยเว้นระยะเป็นช่วง ๆ จึงเป็นจังหวะที่เป็นธรรมชาติกว่า

ภาพแสดงกลไกที่ความร้อนจากคลื่นความถี่สูงส่งถึงคอลลาเจนในชั้นผิวหนังแท้

โดยทั่วไป Onda ควรทำกี่ครั้ง เว้นระยะเท่าไหร่

โดยเฉลี่ยมักแนะนำให้แบ่งทำหลายครั้งโดยเว้นระยะห่างประมาณ 3–4 สัปดาห์ต่อครั้ง ระยะนี้คำนวณจากรอบการสร้างคอลลาเจนใหม่ จึงควรเว้นเวลาให้ผิวได้ฟื้นตัว แทนที่จะทำถี่เกินไป โดยทั่วไปเกณฑ์เริ่มต้นสำหรับผู้ที่เพิ่งเริ่มทำสามารถสรุปได้ตามตารางด้านล่างค่ะ

รายการช่วงเริ่มต้นช่วงคงสภาพ
จำนวนครั้งโดยประมาณประมาณ 3–4 ครั้งทำเพิ่มตามสภาพผิว
ระยะห่างในการทำ3–4 สัปดาห์3–6 เดือน
ช่วงที่เริ่มรู้สึกถึงการเปลี่ยนแปลงตั้งแต่ครั้งที่ 2–3 เป็นต้นไปยิ่งสะสมยิ่งชัด
เวลาต่อครั้งราว 20–30 นาทีใกล้เคียงกัน

จำนวนครั้งในตารางเป็นเพียงจุดเริ่มต้นโดยเฉลี่ยเท่านั้น โดยทั่วไปมักเริ่มด้วยไม่กี่ครั้งแรกเพื่อวางรากฐานความกระชับพื้นฐาน จากนั้นจึงเว้นระยะเป็นหลักเดือนเพื่อทำคงสภาพตามสภาพผิว เนื่องจากเป็นหัตถการที่ผลลัพธ์ค่อย ๆ สะสม การรอให้ครบจำนวนครั้งที่กำหนดไว้ก่อนแล้วค่อยประเมิน จะเหมาะสมกว่าการตัดสินผลจากเพียงหนึ่งถึงสองครั้ง ทั้งนี้ผลลัพธ์ที่ได้อาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล ขึ้นอยู่กับสภาพผิวและการดูแลตัวเอง

ภาพแสดงแนวทางจำนวนครั้งและระยะห่างในช่วงเริ่มต้นและช่วงคงสภาพ

บริเวณและสภาพผิวที่ทำให้จำนวนครั้งต่างกัน

แม้จะเป็น Onda เหมือนกัน แต่จำนวนครั้งที่แนะนำอาจต่างกันเล็กน้อยตามบริเวณที่ดูแล บริเวณที่ผิวบางและมีความหย่อนคล้อยเด่นชัดมักเหมาะกับการแบ่งกระตุ้นทีละน้อย ส่วนบริเวณที่ยังพอมีความกระชับ บางครั้งก็รู้สึกถึงการเปลี่ยนแปลงได้ด้วยจำนวนครั้งที่น้อยกว่า

  • กรอบหน้าและใต้คาง : เป็นจุดที่มักกังวลเรื่องความหย่อนคล้อย จึงนิยมแบ่งทำหลายครั้ง
  • แก้มและกลางใบหน้า : เป็นบริเวณที่การเปลี่ยนแปลงของคอลลาเจนมักเห็นได้ค่อนข้างเร็ว
  • ลำคอ : ผิวบริเวณนี้บาง จึงควรตั้งค่าความแรงและระยะห่างให้ระมัดระวังมากขึ้น
  • หน้าท้องและแขน (บริเวณลำตัว) : พื้นที่กว้าง จึงปรับจำนวนครั้งและระยะห่างตามลักษณะของแต่ละบริเวณ

อายุ ความกระชับของผิวโดยพื้นฐาน และระดับที่คอลลาเจนลดลง ล้วนมีผลต่อจำนวนครั้งในการเริ่มต้นเช่นกัน เช่นเดียวกับ งานวิจัยที่พบการเปลี่ยนแปลงทางเนื้อเยื่อ โดยเส้นใยคอลลาเจนในชั้นผิวหนังแท้และชั้นพังผืดหนาตัวขึ้นหลังได้รับการกระตุ้นด้วยคลื่นความถี่สูง ที่แสดงให้เห็นว่าระดับการตอบสนองของผิวต่างกันไปในแต่ละคน ด้วยเหตุนี้จำนวนครั้งจึงไม่ใช่ตัวเลขตายตัว แต่ใกล้เคียงกับค่าที่ปรับร่วมกับแพทย์หลังดูการตอบสนองในไม่กี่ครั้งแรกมากกว่าค่ะ

ภาพแสดงจุดที่ทำให้จำนวนครั้งของ Onda แตกต่างกันตามบริเวณ

การดูแลระหว่างรอบที่ช่วยเสริมผลลัพธ์

สำหรับ Onda ช่วงเวลาไม่กี่สัปดาห์ระหว่างการทำแต่ละครั้งถือเป็นช่วงสำคัญที่คอลลาเจนกำลังสร้างใหม่ การใช้ชีวิตในช่วงนี้จึงมีผลต่อผลลัพธ์ด้วย ไม่จำเป็นต้องดูแลอะไรหวือหวา แต่การรักษาพื้นฐานอย่างสม่ำเสมอช่วยได้มากกว่า

  • การบำรุงความชุ่มชื้น : ในช่วงที่ผิวหนังแท้กำลังฟื้นตัว ควรดูแลให้ผิวไม่แห้งด้วยการเติมความชุ่มชื้นอย่างสม่ำเสมอ
  • การป้องกันแสงแดด : รังสี UV เป็นปัจจัยที่ทำลายคอลลาเจนซ้ำ จึงควรทาครีมกันแดดทุกวัน
  • หลีกเลี่ยงความร้อนที่รุนแรง : ในช่วงไม่กี่วันแรกหลังทำ ควรงดซาวน่า อบไอน้ำ และการอาบน้ำอุ่นจัด
  • พักผ่อนและดื่มน้ำให้เพียงพอ : การสร้างคอลลาเจนต้องอาศัยสภาพร่างกายที่พร้อม การดูแลสุขภาพพื้นฐานจึงเป็นเรื่องสำคัญ

การดูแลเหล่านี้ยังช่วยให้ผลลัพธ์ของแต่ละครั้งอยู่ได้นานขึ้น และทำให้จุดเริ่มต้นของครั้งถัดไปดีขึ้นด้วย จึงไม่ควรเว้นช่วงระหว่างรอบให้ห่างจนเกินไป

ผลข้างเคียงและข้อควรระวังก่อนตัดสินใจ

Onda ถือเป็นหัตถการยกกระชับแบบไม่ผ่าตัดที่มีช่วงพักฟื้นค่อนข้างน้อย อย่างไรก็ตามหลังทำอาจมีรอยแดงจาง ๆ รู้สึกอุ่น หรือในบางกรณีอาจบวมเล็กน้อย ซึ่งมักหายได้เองภายในไม่กี่ชั่วโมงถึง 1 วัน หากมีอาการผิดปกติหรือเป็นนานผิดปกติ ควรรีบปรึกษาแพทย์ทันที

นอกจากนี้ ผู้ที่เข้าข่ายต่อไปนี้อาจไม่เหมาะกับการทำหัตถการ ควรแจ้งแพทย์ก่อนเสมอ ได้แก่ ผู้ที่มีแผ่นโลหะหรือเครื่องกระตุ้นหัวใจอยู่ในร่างกาย ผู้ที่ตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร รวมถึงผู้ที่มีประวัติแพ้ง่ายในบริเวณที่จะทำ ก่อนทำควรได้รับคำอธิบายเกี่ยวกับสภาพผิวและความเสี่ยงจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ และบอกความกังวลของตัวเองให้ครบถ้วน โดยแพทย์จะเป็นผู้ประเมินเป็นรายบุคคล

สรุป

Onda ไม่ใช่หัตถการที่ทำครั้งเดียวจบ แต่เป็นการสร้างกระบวนการให้คอลลาเจนค่อย ๆ เติมกลับเข้ามาตลอดหลายสัปดาห์ ผ่านการทำสะสมหลายครั้ง โดยเฉลี่ยมักเว้นระยะประมาณ 3–4 สัปดาห์ต่อครั้งในช่วงเริ่มต้น จากนั้นจึงคงสภาพด้วยระยะห่างเป็นหลักเดือนตามสภาพผิว จำนวนครั้งและระยะห่างอาจต่างกันตามบริเวณและสภาพผิว การปรับตามการตอบสนองในไม่กี่ครั้งแรกจึงเป็นแนวทางที่วางใจได้มากกว่า

ทั้งนี้ผลลัพธ์ที่ได้อาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล และยังมีความเสี่ยงอย่างช่วงพักฟื้นที่ไม่ได้เป็นศูนย์ ควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อประเมินก่อนตัดสินใจ หากคุณกำลังกังวลว่า "Onda ต้องทำกี่ครั้งถึงจะพอ" ที่ BeautyStone Clinic ย่านฮับจอง กรุงโซล ปรึกษาฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย แอด LINE มาปรึกษาคุณหมอได้เลยนะคะ

คำถามที่พบบ่อย

Q1. Onda ต้องทำกี่ครั้งถึงจะเห็นผล

โดยเฉลี่ยมักแนะนำให้แบ่งทำหลายครั้งโดยเว้นระยะห่างประมาณ 3–4 สัปดาห์ต่อครั้ง เริ่มต้นราว 3–4 ครั้งเพื่อวางรากฐานความกระชับ จากนั้นจึงปรับจำนวนครั้งตามสภาพผิว ทั้งนี้จำนวนที่เหมาะสมขึ้นอยู่กับบริเวณและสภาพผิวของแต่ละบุคคล ควรปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินก่อนค่ะ

Q2. เว้นระยะให้ถี่กว่านี้ได้ไหม

เนื่องจากคอลลาเจนต้องใช้เวลาในการสร้างใหม่ การเว้นระยะถี่เกินไปจึงไม่ได้ให้ผลลัพธ์ที่ดีกว่าเสมอไป โดยทั่วไปที่เว้นประมาณ 3–4 สัปดาห์ก็เพื่อให้ผิวมีเวลาฟื้นตัวและสร้างคอลลาเจน หากมีตารางเวลาที่เร่งด่วน แนะนำให้ปรึกษาแพทย์เพื่อปรับให้เหมาะกับสภาพผิวจะปลอดภัยกว่าค่ะ

Q3. จะเริ่มรู้สึกถึงการเปลี่ยนแปลงเมื่อไหร่

ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล แต่โดยทั่วไปมักเริ่มรู้สึกถึงความกระชับตั้งแต่ครั้งที่ 2–3 เป็นต้นไป เนื่องจากเป็นการเปลี่ยนแปลงที่ค่อย ๆ ปรากฏตลอดหลายสัปดาห์มากกว่าจะเห็นทันทีหลังทำ จึงควรทำให้ครบตามจำนวนครั้งที่กำหนดแล้วค่อยดูผล ความเร็วในการเปลี่ยนแปลงต่างกันตามอายุและสภาพผิวค่ะ

Q4. หลังทำครบตามจำนวนแล้วดูแลต่ออย่างไร

หลังวางรากฐานด้วยไม่กี่ครั้งแรกแล้ว โดยทั่วไปมักเว้นระยะประมาณ 3–6 เดือนเพื่อทำคงสภาพตามสภาพผิว เพราะคอลลาเจนจะค่อย ๆ ลดลงตามเวลา จึงไม่ควรเว้นช่วงนานเกินไป ควรกำหนดช่วงเวลาที่เหมาะสมร่วมกับแพทย์จะอุ่นใจกว่าค่ะ

บทความแนะนำ

ผู้หญิงรู้สึกว่าผิวหย่อนคล้อยเร็วผิดปกติในช่วงที่เครียดสะสมลิฟติ้ง

ผิวหย่อนเพราะความเครียดเรื้อรัง RF Lifting ช่วยได้จริงไหม?

ช่วงที่เครียดหนัก ๆ แล้วรู้สึกว่าผิวหย่อนคล้อยเร็วผิดปกติ จริง ๆ แล้วสองอย่างนี้เกี่ยวข้องกันได้ บทความนี้จะพาไปดูว่าความเครียดเรื้อรังทำให้ผิวเสียความกระชับยังไง และ RF Lifting เข้ามาช่วยตรงไหน

คุณแม่หลังคลอดกำลังพิจารณาช่วงเวลาที่เหมาะกับการทำ Ultherapyลิฟติ้ง

หลังคลอดหน้าหย่อน ทำ Ultherapy ตอนให้นมได้ไหม?

หลังคลอดแล้วรู้สึกว่ากรอบหน้าไม่คมเหมือนเดิม ผิวดูไม่แน่นเท่าก่อน บทความนี้จะพาไปดูว่าช่วงให้นมทำ Ultherapy ได้ไหม และควรเริ่มเมื่อไหร่ถึงจะเหมาะ

ภาพหน้าปกเรื่องดาวน์ไทม์ Potenza และการฟื้นตัววันต่อวันลิฟติ้ง

ดาวน์ไทม์ Potenza นานแค่ไหน ฟื้นตัววันต่อวันอย่างไร

หลังทำ Potenza รอยแดง สะเก็ดเล็ก ๆ และบวมจะค่อย ๆ ยุบลงตามวันอย่างไร บทความนี้เรียบเรียงไทม์ไลน์การฟื้นตัวและจุดดูแลในแต่ละช่วงให้เข้าใจแบบสบายใจ

บทความล่าสุด

ผู้หญิงที่มีโรคประจำตัวกำลังพิจารณาการทำหัตถการความงามผิวหนัง

มีโรคประจำตัวหรือกินยาอยู่ ทำหัตถการความงามได้ไหม?

ถ้าคุณเป็นเบาหวาน ความดันสูง หรือกินยาละลายลิ่มเลือดอยู่ แล้วอยากทำหัตถการความงาม บทความนี้จะพาไปดูว่าต้องระวังอะไร และควรบอกคลินิกเรื่องอะไรบ้าง

ผู้หญิงรู้สึกว่าผิวหย่อนคล้อยเร็วผิดปกติในช่วงที่เครียดสะสมลิฟติ้ง

ผิวหย่อนเพราะความเครียดเรื้อรัง RF Lifting ช่วยได้จริงไหม?

ช่วงที่เครียดหนัก ๆ แล้วรู้สึกว่าผิวหย่อนคล้อยเร็วผิดปกติ จริง ๆ แล้วสองอย่างนี้เกี่ยวข้องกันได้ บทความนี้จะพาไปดูว่าความเครียดเรื้อรังทำให้ผิวเสียความกระชับยังไง และ RF Lifting เข้ามาช่วยตรงไหน

ผู้หญิงกำลังปรึกษาแพทย์เรื่องสกินบูสเตอร์กับการสูบบุหรี่ก่อนทำผิวหนัง

สูบบุหรี่ทำ Rejuran เห็นผลช้าลงจริงไหม?

ถ้าคุณสูบบุหรี่แล้วกำลังคิดจะทำสกินบูสเตอร์อย่าง Rejuran คำถามที่ว่าคอลลาเจนจะฟื้นตัวช้าลงไหมเป็นเรื่องที่หลายคนกังวลใจ บทความนี้จะพาไปดูว่าบุหรี่ส่งผลต่อการสร้างคอลลาเจนยังไง และจะดูแลให้ผลลัพธ์ดีขึ้นได้อย่างไร

ภาพปกอธิบาย Juvelook Volume สำหรับหน้าตอบหลังลดน้ำหนักผิวหนัง

ลดน้ำหนักแล้วหน้าตอบ เติมด้วย Juvelook Volume ได้ไหม

พอลดน้ำหนักสำเร็จ แต่แก้มและกลางใบหน้ากลับตอบจนดูโทรมกว่าเดิม Juvelook Volume ช่วยพยุงด้วยแนวคิดแบบไหน มาทำความเข้าใจกันแบบง่าย ๆ ค่ะ

คุณแม่หลังคลอดกำลังพิจารณาช่วงเวลาที่เหมาะกับการทำ Ultherapyลิฟติ้ง

หลังคลอดหน้าหย่อน ทำ Ultherapy ตอนให้นมได้ไหม?

หลังคลอดแล้วรู้สึกว่ากรอบหน้าไม่คมเหมือนเดิม ผิวดูไม่แน่นเท่าก่อน บทความนี้จะพาไปดูว่าช่วงให้นมทำ Ultherapy ได้ไหม และควรเริ่มเมื่อไหร่ถึงจะเหมาะ

ภาพหน้าปกเรื่องอาการบวมหลังทำหัตถการกับการดูแลด้วยอาหารผิวหนัง

อาการบวมหลังทำหัตถการ ลดได้ด้วยอาหารและโซเดียมไหม

อาการบวมที่เกิดขึ้นหลังทำหัตถการความงามอาจบรรเทาลงหรือยืดเยื้อได้ตามอาหารที่เรากิน บทความนี้ชวนดูเรื่องโซเดียม น้ำ และอาหารที่ช่วย จากมุมมองการดูแลตัวเองอย่างใจเย็น

ติดตามเราใน Instagram

@beautysdoctors