Oligio X กับ Thermage FLX ต่างกันอย่างไร? เจาะลึกวิธีเลือก
Oligio X และ Thermage FLX เป็นการยกกระชับด้วย Monopolar RF เหมือนกัน แต่ความลึกของความร้อนและความรู้สึกต่างกัน จึงเหมาะกับปัญหาผิวที่ต่างกัน บทความนี้สรุปแนวทางการเลือกให้เข้าใจง่าย

เคยไหมคะ เวลาหาข้อมูลเรื่องการยกกระชับหน้า มักจะเจอสองชื่อที่ถูกพูดถึงคู่กันเสมอ คือ Oligio และ Thermage ทั้งคู่ถูกจัดอยู่ในกลุ่ม "ยกกระชับโดยไม่ต้องผ่าตัด" เหมือนกัน หลายคนที่มาปรึกษาจึงลังเลจนถึงนาทีสุดท้ายว่าจะเลือกตัวไหนดี เพราะชื่อต่างกันแต่พอฟังคำอธิบายแล้วกลับคล้ายกัน ยิ่งทำให้สับสนว่าตกลงผิวของเราเหมาะกับแบบไหนกันแน่
คำตอบสั้น ๆ คือ ทั้งสองอยู่ในกลุ่มพลังงานคลื่นวิทยุแบบ Monopolar RF เหมือนกัน หลักการจึงใกล้เคียงกัน แต่จะต่างกันตรงความลึกของการส่งความร้อน ความรู้สึกในแต่ละครั้ง และระยะห่างที่แนะนำให้ทำ ดังนั้นแทนที่จะถามว่า "อันไหนดีกว่ากัน" ลองเปลี่ยนมาดูว่า "ตอนนี้เรากังวลเรื่องอะไรมากที่สุด" การตัดสินใจก็จะชัดเจนขึ้น บทความนี้ BeautyStone Clinic จะพาคุณไปเจาะลึกหลักการที่ทั้งสองมีร่วมกัน ความแตกต่าง และแนวทางการเลือกให้เหมาะกับแต่ละปัญหาผิว พร้อมแนะนำแนวทางการดูแลค่ะ
ทำไมหลายคนถึงลังเลระหว่าง Oligio กับ Thermage นาน?
เมื่อฟังคำอธิบายของทั้งสองเรียงกัน จะพบว่าทั้งคู่เริ่มต้นด้วยประโยคเดียวกันคือ "ใช้ความร้อนกระตุ้นคอลลาเจนเพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นของผิว" ด้วยเหตุนี้หลายคนจึงจับความต่างไม่ได้ และมักตัดสินใจจากราคาหรือความคุ้นชื่อเพียงอย่างเดียว ลองมาดูภาพรวมกันก่อน
ทั้งสองหัตถการทำงานด้วยการส่งความร้อนจาก Monopolar RF ลงไปยังชั้นผิวที่ลึก เพื่อกระตุ้นให้เกิดการสร้างคอลลาเจนใหม่ เมื่อความร้อนไปถึงชั้นหนังแท้ (Dermis) คอลลาเจนเดิมจะหดตัว จากนั้นในช่วงหลายเดือนต่อมา คอลลาเจนใหม่จะค่อย ๆ เพิ่มขึ้นและทำให้ผิวกลับมากระชับขึ้น เพราะพื้นฐานเหมือนกันนี่เอง คำอธิบายจึงฟังดูคล้ายกัน ความต่างที่แท้จริงอยู่ที่ว่าความร้อนถูกส่ง "ลึกแค่ไหน และด้วยวิธีใด"
Monopolar RF คือการส่งพลังงานคลื่นวิทยุจากขั้วเดียวลงไปยังชั้นผิวที่ลึกเพื่อสร้างความร้อน มีจุดเด่นที่การให้ความร้อนแบบกว้างและลึก จึงนิยมใช้ในการกระชับผิว

Oligio X กับ Thermage FLX แตกต่างกันอย่างไร?
แม้จะเป็น Monopolar RF เหมือนกัน แต่ Oligio X และ Thermage FLX ก็มีความต่างกันเล็กน้อยในเรื่องความลึกของความร้อน ความรู้สึกในแต่ละครั้ง และระยะห่างที่แนะนำ จุดที่สังเกตได้ง่ายที่สุดคือ น้ำหนักของความลึกเน้นไปที่ชั้นหนังแท้ หรือลงลึกไปถึงชั้นที่ลึกกว่านั้น ลองดูตารางเปรียบเทียบด้านล่างค่ะ
| หัวข้อ | Oligio X | Thermage FLX |
|---|---|---|
| เทคโนโลยี | Monopolar RF | Monopolar RF |
| ความลึกของความร้อน | เน้นชั้นหนังแท้ | หนังแท้ถึงชั้น SMAS |
| ความรู้สึกเจ็บ | ค่อนข้างน้อยกว่า | อาจรู้สึกมากกว่าเล็กน้อย |
| ระยะพักฟื้น | แทบไม่มี | แทบไม่มี |
| ระยะห่างที่แนะนำ | ทุก 6-12 เดือน | ทุก 12-18 เดือน |
Thermage FLX ถูกออกแบบให้ส่งความร้อนลึกลงไปถึงชั้น SMAS ซึ่งลึกกว่าชั้นหนังแท้ จึงมีจุดเด่นในการดึงรูปหน้าที่หย่อนคล้อยให้ยกขึ้น ส่วน Oligio X ออกแบบมาเพื่อให้ความร้อนอย่างสม่ำเสมอที่ชั้นหนังแท้เป็นหลัก จึงมักถูกเลือกโดยคนที่ต้องการดูแลริ้วรอยเล็ก ๆ ผิวสัมผัส และภาพรวมของรูขุมขน ทั้งสองตัวมีจุดร่วมคือแทบไม่มีระยะพักฟื้น จึงกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้ในวันเดียวกัน
ชั้น SMAS (Superficial Musculoaponeurotic System) คือชั้นพังผืดที่อยู่ลึกลงไปในผิว มีความเกี่ยวข้องกับการหย่อนคล้อยของใบหน้า จึงมักเป็นเป้าหมายของการยกกระชับในระดับลึก

แล้วแบบไหนเหมาะกับใคร?
แทนที่จะบอกว่าตัวไหนดีกว่ากัน คำตอบขึ้นอยู่กับว่าตอนนี้ผิวส่วนไหนที่คุณกังวลมากที่สุด ลองประเมินคร่าว ๆ ได้จากแนวทางนี้ หากกังวลเรื่องพื้นผิว จุดเริ่มต้นจะต่างจากคนที่กังวลเรื่องรูปหน้าหย่อนคล้อย
- หากปัญหาหลักคือริ้วรอยเล็ก ๆ ผิวสัมผัส หรือภาพรวมของรูขุมขน Oligio X ที่เน้นชั้นหนังแท้มักจะเหมาะกว่า
- หากกังวลเรื่องกรอบหน้าหรือแก้มที่หย่อนคล้อย Thermage FLX ที่ให้ความร้อนลึกกว่าเป็นอีกทางเลือกที่น่าพิจารณา
- หากเป็นคนที่ไวต่อความเจ็บ การเริ่มจากตัวที่กระตุ้นน้อยกว่าก่อนก็เป็นวิธีหนึ่ง
- ไม่จำเป็นต้องเลือกเพียงอย่างเดียว บางคนเลือกทำสลับกันโดยเว้นระยะเวลา
การยกกระชับด้วยคลื่นวิทยุมักไม่ได้จบในครั้งเดียว แต่เป็นกระบวนการที่คอลลาเจนค่อย ๆ เพิ่มขึ้นตามเวลา จึงควรมองผลลัพธ์เป็นหน่วยเดือนมากกว่าหน่วยวัน ผลลัพธ์ที่ได้อาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล ขึ้นอยู่กับสภาพผิวและการดูแลตัวเอง ดังนั้นแทนที่จะดูความกระชับทันทีหลังทำ การประเมินจากการเปลี่ยนแปลงที่ค่อย ๆ เกิดขึ้นในช่วง 1-3 เดือนจะแม่นยำกว่า

ขั้นตอนการทำ ผลข้างเคียง และข้อควรระวัง
ตัวหัตถการโดยทั่วไปจะเริ่มจากการทำความสะอาดผิว ทายาชา แล้วจึงส่งความร้อนอย่างสม่ำเสมอตามบริเวณที่ต้องการ ระหว่างทำจะรู้สึกถึงความอุ่นที่กระจายตัว และเมื่อเสร็จอาจมีรอยแดงเล็กน้อยซึ่งเป็นปฏิกิริยาที่พบได้ทั่วไป ส่วนใหญ่จะจางลงภายในไม่กี่ชั่วโมง จึงสามารถแต่งหน้าหรือกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้ในวันเดียวกัน แต่ก่อนตัดสินใจ มีบางเรื่องที่ควรรู้ไว้ล่วงหน้าเพื่อให้รับมือกับผลลัพธ์ได้ดีขึ้น
- ช่วงเวลาที่เห็นผล คอลลาเจนต้องใช้เวลาในการสร้าง จึงมักค่อย ๆ รู้สึกได้ในช่วง 1-3 เดือน
- ความแตกต่างระหว่างบุคคล ความหนาของผิว ระดับการหย่อนคล้อย และอายุ ทำให้การตอบสนองต่างกัน
- ปฏิกิริยาช่วงพักฟื้น อาจมีรอยแดงหรืออาการอุ่นชั่วคราวเป็นเวลาไม่กี่ชั่วโมงถึงไม่กี่วัน
- การดูแลหลังทำ ควรเลี่ยงซาวน่าหรือน้ำร้อนจัดเป็นเวลานานในช่วงไม่กี่วันแรก
อาจมีรอยแดงหรืออาการอุ่นเล็กน้อย ซึ่งมักหายได้เองภายในไม่กี่ชั่วโมงถึงไม่กี่วัน หากรอยแดงไม่จางลงภายในหนึ่งวัน หรือมีอาการบวมและเจ็บมากขึ้นเรื่อย ๆ ควรรีบปรึกษาแพทย์ที่ทำหัตถการทันที ไม่ควรประเมินด้วยตัวเอง นอกจากนี้ในช่วงไม่กี่วันแรก การป้องกันแสงแดดอย่างสม่ำเสมอก็ช่วยสร้างสภาพแวดล้อมที่ดีต่อการฟื้นตัวของคอลลาเจน สำหรับคนที่ตั้งครรภ์ ให้นมบุตร มีแผลติดเชื้อบริเวณที่ทำ หรือมีอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ฝังในร่างกาย ควรแจ้งและปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญก่อนทุกครั้ง
สรุป
Oligio X และ Thermage FLX อยู่ในกลุ่ม Monopolar RF เหมือนกัน แต่ต่างกันที่ความลึกของความร้อน ความรู้สึกในแต่ละครั้ง และระยะห่างที่แนะนำ Oligio X เน้นดูแลที่ชั้นหนังแท้ ส่วน Thermage FLX ทำงานลงลึกกว่า จึงเหมาะกับปัญหาผิวที่ต่างกัน ทั้งนี้ผลลัพธ์อาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล และการเปลี่ยนแปลงจะค่อย ๆ เกิดขึ้นในช่วงหลายเดือน จึงควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อประเมินก่อนตัดสินใจ หากคุณกำลังลังเลระหว่าง Oligio กับ Thermage ที่ BeautyStone Clinic ย่านฮับจอง กรุงโซล เปิดให้ปรึกษาฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย แอด LINE มาปรึกษาคุณหมอเพื่อประเมินผิวของคุณได้เลยนะคะ
คำถามที่พบบ่อย
Q1. ทำ Oligio X และ Thermage FLX พร้อมกันในวันเดียวได้ไหม?
โดยทั่วไปไม่แนะนำให้ทำคลื่นวิทยุสองตัวซ้อนกันในบริเวณเดียวกันในวันเดียว เพราะความร้อนอาจกระตุ้นมากเกินไป แต่บางคนเลือกทำสลับกันโดยเว้นระยะเวลา หากกังวลทั้งริ้วรอยและรูปหน้าที่หย่อนคล้อย ควรปรึกษาแพทย์ว่าจะเริ่มตัวไหนก่อนและเว้นระยะอย่างไรนะคะ
Q2. กี่วันถึงจะเห็นผล?
หลังทำอาจรู้สึกกระชับขึ้นเล็กน้อยทันที แต่การเปลี่ยนแปลงที่แท้จริงจะค่อย ๆ ปรากฏในช่วง 1-3 เดือนที่คอลลาเจนเพิ่มขึ้น หากทำครั้งแรกแล้วรู้สึกเปลี่ยนแปลงน้อย แนะนำให้รอดูอีกสักหลายสัปดาห์ เพราะการตอบสนองของคอลลาเจนแตกต่างกันในแต่ละบุคคลค่ะ
Q3. เจ็บมากไหม?
ความรู้สึกในแต่ละครั้งแตกต่างกันไป แต่มักรู้สึกถึงความอุ่นที่แรงขึ้นชั่วขณะ การทายาชาให้ทั่วและปรับระดับความแรงจะช่วยให้ทำได้ในระดับที่รับไหว หากไวต่อความเจ็บ สามารถแจ้งล่วงหน้าเพื่อให้แพทย์ปรับความแรงและจังหวะให้เหมาะกับคุณได้ค่ะ
Q4. หลังทำกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้เลยไหม?
ได้ค่ะ ทั้งสองหัตถการแทบไม่มีระยะพักฟื้น จึงแต่งหน้าหรือไปทำงานได้ในวันเดียวกัน แต่ในช่วงไม่กี่วันแรกควรเลี่ยงซาวน่า น้ำร้อนจัดที่สัมผัสผิวเป็นเวลานาน และแสงแดดจัด เพื่อให้คอลลาเจนฟื้นตัวได้ดีขึ้นค่ะ









