ภาพหน้าปกอธิบายว่า Oligio X เจ็บไหมและยาชาจำเป็นหรือไม่
ผิวหนัง

Oligio X เจ็บไหม? เจาะลึกความรู้สึกและยาชาที่ควรรู้

หลายคนกังวลว่า Oligio X ซึ่งเป็นคลื่นวิทยุจะเจ็บมากไหม และจำเป็นต้องใช้ยาชาหรือเปล่า บทความนี้จะพาไปทำความเข้าใจความรู้สึกระหว่างทำและแนวทางการดูแลอย่างละเอียด

วียองจิน

วียองจิน

ผู้อำนวยการ

ตรวจสอบโดยแพทย์ นพ. วียองจิน
7นาที
ช่อง YouTube ของ BEAUTYSDOCTORS ที่แพทย์อธิบายเรื่องความงามเกาหลีโดยตรง

วางแผนมาโซล

กำลังวางแผนมาโซลอยู่ใช่ไหม?

แชตผ่าน LINE

เคยไหมคะ ที่พอได้ยินว่า Oligio X เป็นการรักษาด้วยคลื่นวิทยุที่ให้ความร้อน ก็เริ่มกังวลว่า "จะร้อนจนทนไม่ไหวหรือเปล่า" หรือ "ถ้าไม่ลงยาชาจะเจ็บเกินไปไหม" ความกังวลเรื่องความเจ็บมักทำให้หลายคนลังเลที่จะเริ่มต้นตั้งแต่ยังไม่ได้ลองเลย

ต้องบอกก่อนว่า ความรู้สึกจาก Oligio X โดยทั่วไปไม่ได้เจ็บจนทนไม่ได้ แต่ใกล้เคียงกับ "ความอุ่นที่แทรกด้วยความรู้สึกจี๊ดเพียงชั่วขณะ" มากกว่า เพราะขณะที่ความร้อนจากคลื่นวิทยุส่งลงสู่ผิวชั้นใน พื้นผิวด้านบนจะถูกทำให้เย็นไปพร้อมกัน ความรู้สึกจึงต่างจากอาการแสบร้อนแบบผิวไหม้ อย่างไรก็ตาม ความรู้สึกอาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคลและแต่ละบริเวณ

บทความนี้ BeautyStone Clinic จะพาคุณไปเจาะลึกว่า Oligio X เจ็บระดับไหน ยาชาจำเป็นเมื่อใด แยกตามบริเวณและกรณีต่าง ๆ พร้อมแนะนำแนวทางการดูแลก่อนและหลังทำ เพื่อให้คุณเข้าใจและเตรียมตัวได้อย่างสบายใจ

Oligio X คืออะไร และทำไมจึงรู้สึกร้อน

Oligio X (Monopolar RF) คือหัตถการยกกระชับผิวด้วยคลื่นวิทยุ ที่ส่งพลังงานความร้อนลงสู่ผิวหนังชั้นหนังแท้ (Dermis) เพื่อกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน (Collagen) ให้ผิวกลับมาเต่งตึงขึ้น หัวใจสำคัญคือการให้ความร้อนแก่ผิวชั้นในขณะที่พื้นผิวด้านบนถูกทำให้เย็นไปพร้อมกัน ด้วยกลไกนี้ แม้จะรู้สึกร้อน แต่ความรู้สึกจะต่างจากอาการที่ผิวชั้นบนถูกทำร้ายแบบผิวไหม้

พูดง่าย ๆ ก็เหมือนการอุ่นเนื้อผ้าจากด้านในโดยที่ผิวสัมผัสด้านนอกยังเย็นอยู่ เมื่อคลื่นวิทยุทำให้คอลลาเจนหดตัวและกระตุ้นการสร้างใหม่ ระหว่างทำจึงรู้สึกอุ่นหรือร้อนเป็นระยะ โดยทั่วไปความรู้สึกนี้ใกล้เคียงกับ "ความร้อน" มากกว่าความเจ็บ มักจี๊ดขึ้นเพียงชั่วขณะตอนที่พลังงานลงสู่ผิว แล้วค่อย ๆ ผ่อนลงเมื่อเลื่อนไปยังจุดถัดไป เป็นจังหวะที่วนซ้ำไปเรื่อย ๆ

ภาพแสดงกลไกของ Oligio X ที่อุ่นผิวชั้นในขณะที่พื้นผิวยังเย็น

Oligio X เจ็บระดับไหน? ความรู้สึกแยกตามบริเวณ

ความรู้สึกระหว่างทำ Oligio X ขึ้นอยู่กับบริเวณที่ทำเป็นสำคัญ โดยทั่วไปบริเวณที่ผิวบางและอยู่ใกล้กระดูก มักรู้สึกถึงแรงกระตุ้นได้ชัดเจนกว่าบริเวณที่มีเนื้อหนา ตารางด้านล่างสรุปแนวทางคร่าว ๆ ในแต่ละบริเวณ ทั้งนี้เป็นเพียงแนวทางทั่วไป ความรู้สึกจริงอาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล

บริเวณความรู้สึกโดยทั่วไปยาชา
แก้มอุ่น ๆส่วนใหญ่ไม่จำเป็น
หน้าผากรู้สึกจี๊ดได้บ้างแล้วแต่กรณี
คางและรอบปากรู้สึกชัดเจนอาจช่วยได้
รอบดวงตาค่อนข้างไวมักแนะนำให้ใช้

จะเห็นว่าบริเวณอย่างคาง รอบปาก และรอบดวงตา ซึ่งอยู่ใกล้เส้นประสาท มักรู้สึกถึงแรงกระตุ้นได้ชัดกว่า ส่วนบริเวณแก้มที่มีเนื้อหนากว่ามักรู้สึกเพียงอุ่น ๆ การทราบแนวทางนี้ล่วงหน้าช่วยให้เตรียมใจและวางแผนร่วมกับแพทย์ได้ดีขึ้น

อะไรทำให้รู้สึกเจ็บมากขึ้น และเทคนิคลดความเจ็บ

แม้จะเป็นหัตถการเดียวกัน แต่ก็มีปัจจัยที่ทำให้รู้สึกเจ็บมากขึ้นได้ การรู้ไว้ล่วงหน้าช่วยให้เตรียมตัวได้ดีขึ้น ปัจจัยหลัก ๆ มีดังนี้

  • เมื่อใช้พลังงานสูง — ยิ่งปล่อยพลังงานแรง ความร้อนก็ยิ่งชัดเจน
  • บริเวณที่ไว — คาง รอบปาก และรอบดวงตาอยู่ใกล้เส้นประสาท จึงรู้สึกได้มากกว่า
  • วันที่สภาพร่างกายไม่พร้อม — การพักผ่อนไม่พอหรือช่วงก่อน-หลังมีประจำเดือน อาจทำให้ไวต่อความเจ็บมากขึ้น
  • เมื่อรู้สึกเกร็ง — เมื่อร่างกายเกร็ง มักจะรับรู้แรงกระตุ้นได้มากขึ้น

ในทางกลับกัน ก็มีเทคนิคช่วยลดความเจ็บได้เช่นกัน ระหว่างทำ หากรู้สึกร้อนเกินไป ไม่ต้องฝืนทน สามารถบอกแพทย์หรือเจ้าหน้าที่ได้ทันที เพราะสามารถปรับระดับพลังงานหรือชะลอความเร็วลงได้ นอกจากนี้ การลดคาเฟอีนก่อนทำ ผ่อนคลายร่างกาย และหายใจเข้า-ออกอย่างสบาย ก็ช่วยให้ความรู้สึกเปลี่ยนไปได้ เพราะแรงจี๊ดมักเกิดขึ้นเพียงชั่วขณะในจุดนั้น การจดจ่อกับลมหายใจจึงช่วยให้ผ่านไปได้ง่ายขึ้น

ภาพแสดงว่าเมื่อรู้สึกร้อนเกินไประหว่างทำสามารถบอกแพทย์ได้ทันที

จำเป็นต้องใช้ยาชาไหม? ใครที่เหมาะกับการลงยาชา

Oligio X เป็นหัตถการที่หลายคนทำได้โดยไม่ต้องลงยาชา เพราะกลไกที่ทำให้พื้นผิวเย็นไปพร้อมกันทำให้โดยทั่วไปอยู่ในระดับที่รับได้ อย่างไรก็ตาม ในบางกรณีอาจลงยาชาก่อนเริ่มทำ ได้แก่

  • ผู้ที่ไวต่อความเจ็บ — หากปกติไวต่อการฉีดยาหรือแรงกระตุ้น การลงยาชาจะช่วยได้
  • ผู้ที่เน้นทำบริเวณที่ไว — คาง รอบปาก และรอบดวงตา มักรู้สึกชัดเจน
  • ผู้ที่ทำด้วยพลังงานสูง — ยิ่งปล่อยแรง ยาชายิ่งช่วยลดภาระความรู้สึก

โดยทั่วไปเมื่อลงยาชา จะต้องรอเวลาให้ยาซึมประมาณ 20-30 นาที ทำให้เวลารวมนานขึ้นเล็กน้อย แต่แลกกับความรู้สึกที่สบายขึ้นระหว่างทำ ในทางกลับกัน บางคนกลับรู้สึกอุ่นใจเมื่อได้รับรู้แรงกระตุ้นในระดับหนึ่ง เพราะรู้สึกว่า "พลังงานเข้าถึงผิวจริง" ดังนั้นการเลือกลงยาชาหรือไม่ จึงไม่มีคำตอบตายตัว แต่ควรพิจารณาตามความชอบและความรู้สึกของแต่ละบุคคล การแจ้งความต้องการล่วงหน้าในขั้นตอนปรึกษา จะช่วยให้แพทย์วางแผนเรื่องเวลาซึมของยาได้พอดี

ภาพแสดงว่าผู้ที่ไวต่อความเจ็บและบริเวณที่ไวเหมาะกับการลงยาชา

ผลข้างเคียงและการดูแลก่อน-หลังเพื่อลดความเจ็บ

หลังทำ Oligio X ผิวอาจมีความรู้สึกอุ่นบาง ๆ หรือแดงเล็กน้อยได้ ซึ่งมักจะค่อย ๆ ดีขึ้นเองภายใน 1-2 วัน หากมีอาการผิดปกติ เช่น ปวดมากขึ้นเรื่อย ๆ หรืออาการต่อเนื่องเกินหลายวัน ควรรีบปรึกษาคลินิกที่ทำทันที นอกจากนี้ ภาระความเจ็บยังลดได้ด้วยการเตรียมตัวในวันทำและการดูแลหลังทำ สิ่งที่ควรใส่ใจแยกตามช่วงเวลามีดังนี้

  • ก่อนทำ ลดคาเฟอีน — คาเฟอีนมีแนวโน้มทำให้ไวต่อความเจ็บขึ้นเล็กน้อย
  • พักผ่อนให้เพียงพอ — เมื่อสภาพร่างกายพร้อม แรงกระตุ้นเดียวกันก็รู้สึกน้อยลง
  • ระหว่างทำ ควรสื่อสาร — หากรู้สึกร้อนเกินไป ไม่ต้องฝืน บอกได้ทันที
  • หลังทำ ควรปลอบผิว — ประคบเย็นเบา ๆ และเติมความชุ่มชื้นเพื่อลดความร้อน
  • ป้องกันแสงแดด — ผิวที่ไวขึ้นเมื่อเจอแสงแดดอาจฟื้นตัวช้าลง

บทความนี้เป็นเพียงข้อมูลทั่วไป ความไวต่อความเจ็บและความจำเป็นในการลงยาชาของแต่ละคน ควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญที่ตรวจประเมินโดยตรงก่อนตัดสินใจ ยิ่งกังวลเรื่องความเจ็บ การพูดคุยล่วงหน้าก่อนทำยิ่งช่วยให้ปรับระดับความแรงและยาชาให้เหมาะกับตัวคุณได้ และทำให้สบายใจมากขึ้น

สรุป

ความรู้สึกจาก Oligio X โดยทั่วไปไม่ได้เจ็บจนทนไม่ได้ แต่ใกล้เคียงกับความอุ่นที่แทรกด้วยความรู้สึกจี๊ดเพียงชั่วขณะ เพราะกลไกที่ทำให้พื้นผิวเย็นไปพร้อมกัน ความรู้สึกจึงต่างจากอาการแสบร้อนแบบผิวไหม้ ส่วนยาชานั้นไม่ใช่สิ่งจำเป็นเสมอไป แต่ช่วยลดภาระความรู้สึกสำหรับผู้ที่ไวต่อความเจ็บ ผู้ที่เน้นทำบริเวณที่ไว หรือผู้ที่ทำด้วยพลังงานสูง

ทั้งนี้ผลลัพธ์และความรู้สึกอาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล และขึ้นอยู่กับสภาพร่างกายในแต่ละวัน ควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อประเมินก่อนตัดสินใจ คุณจึงไม่จำเป็นต้องกังวลจนเกินไปนะคะ

หากคุณกำลังกังวลว่า Oligio X จะเจ็บมากไหมหรือควรลงยาชาหรือเปล่า BeautyStone Clinic ย่านฮับจอง กรุงโซล ยินดีให้คำปรึกษา ปรึกษาฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย แอด LINE มาปรึกษาคุณหมอได้เลยนะคะ

คำถามที่พบบ่อย

Q1. Oligio X เจ็บมากไหม?

โดยทั่วไปไม่ได้เจ็บจนทนไม่ได้ แต่ใกล้เคียงกับความอุ่นที่แทรกด้วยความรู้สึกจี๊ดเพียงชั่วขณะ เพราะพื้นผิวถูกทำให้เย็นไปพร้อมกัน จึงต่างจากอาการแสบร้อนแบบผิวไหม้ อย่างไรก็ตาม บริเวณที่ไวอย่างคางหรือรอบดวงตา และการทำด้วยพลังงานสูง อาจรู้สึกชัดเจนขึ้น หากไวต่อความเจ็บ แนะนำให้แจ้งแพทย์ล่วงหน้านะคะ

Q2. จำเป็นต้องลงยาชาทุกครั้งไหม?

ไม่จำเป็นเสมอไปค่ะ หลายคนทำได้โดยไม่ต้องลงยาชา แต่สำหรับผู้ที่ไวต่อความเจ็บ เน้นทำบริเวณที่ไว หรือทำด้วยพลังงานสูง การลงยาชาจะช่วยลดภาระความรู้สึกได้ สามารถเลือกได้ตามความชอบของแต่ละคน หากแจ้งในขั้นตอนปรึกษาล่วงหน้า แพทย์จะวางแผนเรื่องเวลาซึมของยาให้พอดีค่ะ

Q3. ถ้าระหว่างทำรู้สึกร้อนเกินไปต้องทำอย่างไร?

ไม่ต้องฝืนทน บอกแพทย์หรือเจ้าหน้าที่ได้ทันทีค่ะ เพราะสามารถปรับระดับพลังงานหรือชะลอความเร็วลงได้ แรงจี๊ดมักเกิดขึ้นเพียงชั่วขณะในจุดที่พลังงานลงสู่ผิว การจดจ่อกับลมหายใจจึงช่วยให้ผ่านไปได้ง่ายขึ้น เพียงแค่การสื่อสารกับผู้ทำก็ช่วยลดภาระความเจ็บได้มากแล้ว

Q4. หลังทำยังมีอาการเจ็บหรือร้อนหลงเหลืออยู่ไหม?

หลังทำทันทีอาจมีความรู้สึกอุ่นบาง ๆ หรือแดงเล็กน้อยหลงเหลืออยู่ได้ ซึ่งมักค่อย ๆ ดีขึ้นเองภายใน 1-2 วัน การประคบเย็นเบา ๆ และเติมความชุ่มชื้นจะช่วยปลอบผิวได้ อย่างไรก็ตาม หากอาการปวดรุนแรงขึ้นหรือต่อเนื่องเกินหลายวัน ควรรีบปรึกษาคลินิกที่ทำทันทีนะคะ

บทความแนะนำ

มีสิวอยู่ทำเลเซอร์หรือลิฟติ้งได้เลยไหม? จังหวะสำคัญที่ต้องรู้ผิวหนัง

มีสิวอยู่ ทำเลเซอร์หรือลิฟติ้งได้เลยไหม? จังหวะสำคัญที่ต้องรู้

เวลาสิวขึ้นมาพอดีกับนัดทำหัตถการ หลายคนสงสัยว่าควรเลื่อนนัดหรือทำได้เลย จริงๆ แล้วขึ้นอยู่กับประเภทหัตถการและความรุนแรงของสิวในขณะนั้น ไม่ใช่ทุกอย่างที่ต้องรอค่ะ

ผิวแพ้ง่ายที่เข้าเกณฑ์ทำ Laser Toning ได้และไม่ได้ผิวหนัง

ผิวแพ้ง่ายทำ Laser Toning ได้ไหม? เช็กเกณฑ์ก่อนตัดสินใจ

ผิวแพ้ง่ายไม่ได้แปลว่าทำ Laser Toning ไม่ได้เสมอไปค่ะ บทความนี้จะช่วยให้คุณเข้าใจว่าตัวเองเข้าเกณฑ์ไหน และควรเตรียมผิวอย่างไรให้ปลอดภัยที่สุด

กลไกการทำงานของ Rejuran HB PN และ HA ในผิวรอบดวงตาผิวหนัง

Rejuran HB ทำรอบดวงตาตัวเดียวพอไหม หรือต้องจับคู่กับอะไรเพิ่ม?

บทความนี้ BeautyStone Clinic จะพาคุณไปเจาะลึกว่ารอยย่นรอบดวงตาแบบไหนที่ Rejuran HB จัดการได้คนเดียว และแบบไหนที่ควรใช้ร่วมกับ Botox หรือตัวอื่น พร้อมแนะนำแนวทางการตัดสินใจที่ตรงกับสภาพผิวของคุณนะคะ

บทความล่าสุด

InMode FX เจ็บแค่ไหน ครีมชาช่วยได้จริงไหมลิฟติ้ง

InMode FX เจ็บแค่ไหน? ครีมชาช่วยได้จริงไหม

InMode FX เป็นที่พูดถึงมากในแง่ความรู้สึกระหว่างทำ ว่าเจ็บหรือไม่เจ็บ ครีมชาช่วยได้แค่ไหน บทความนี้ BeautyStone Clinic จะพาคุณเข้าใจทุกอย่างก่อนตัดสินใจนัดค่ะ

Oligio X บวมแดงหายกี่วัน timeline ฟื้นตัวลิฟติ้ง

Oligio X บวมและแดงหายเองได้ภายในกี่วัน?

หลังทำ Oligio X อาการบวมเล็กน้อยและรอยแดงเป็นเรื่องปกติที่เกิดขึ้นได้ โดยส่วนใหญ่มักทุเลาลงภายใน 2-3 วัน บทความนี้จะพาคุณดู timeline การฟื้นตัวแบบวันต่อวัน พร้อมอธิบายว่าอาการแบบไหนที่ควรแจ้งแพทย์ค่ะ

Potenza หลังทำล้างหน้า แต่งหน้าได้เมื่อไหร่ลิฟติ้ง

Potenza หลังทำแล้วล้างหน้า แต่งหน้าได้เมื่อไหร่ดี?

หลังทำ Potenza (Microneedle RF) รูเข็มเล็ก ๆ บนผิวต้องการเวลาฟื้นตัว การรู้ว่าเมื่อไหร่ถึงเริ่มล้างหน้าและแต่งหน้าได้ช่วยให้การฟื้นตัวราบรื่นขึ้น บทความนี้ BeautyStone Clinic จะพาคุณไปดูไทม์ไลน์ที่ควรรู้ค่ะ

Sofwave vs Thermage FLX เปรียบเทียบอัลตราซาวด์กับ RF liftingลิฟติ้ง

Sofwave vs Thermage FLX ต่างกันยังไง? อัลตราซาวด์กับ RF ใครเหมาะกับใคร

Sofwave และ Thermage FLX เป็นสองตัวเลือกยอดนิยมสำหรับการยกกระชับแบบไม่ต้องผ่าตัด แต่ใช้พลังงานคนละชนิด เข้าถึงผิวในความลึกที่ต่างกัน บทความนี้จะพาไปเจาะลึกความแตกต่างและแนะนำว่าควรเลือกตัวไหนให้เหมาะกับสภาพผิวและความต้องการของคุณค่ะ

มีสิวอยู่ทำเลเซอร์หรือลิฟติ้งได้เลยไหม? จังหวะสำคัญที่ต้องรู้ผิวหนัง

มีสิวอยู่ ทำเลเซอร์หรือลิฟติ้งได้เลยไหม? จังหวะสำคัญที่ต้องรู้

เวลาสิวขึ้นมาพอดีกับนัดทำหัตถการ หลายคนสงสัยว่าควรเลื่อนนัดหรือทำได้เลย จริงๆ แล้วขึ้นอยู่กับประเภทหัตถการและความรุนแรงของสิวในขณะนั้น ไม่ใช่ทุกอย่างที่ต้องรอค่ะ

Titanium Lifting ช่วยเรื่องรูปหน้าและผิวแดงได้ด้วยจริงไหมรูปหน้าและวอลุ่ม

Titanium Lifting ช่วยเรื่องรูปหน้าและผิวแดงได้ด้วยจริงไหม

หลายคนทำ Titanium Lifting เพราะอยากยกกระชับ แต่กลับรู้สึกว่าไลน์กรามคมขึ้นและผิวแดงลดลงด้วย บทความนี้อธิบายว่าทำไมถึงเป็นแบบนั้น และคาดหวังได้แค่ไหนค่ะ

ติดตามเราใน Instagram

@beautysdoctors