ยาชาแบบทาก่อนทำเลเซอร์ คลินิกทาให้หรือต้องทาเอง? ทานานแค่ไหน
กลัวเจ็บและนัดเลเซอร์ไว้กลางทริปโซล? ยาชาแบบทาไม่ต้องเตรียมมาเองถ้าคลินิกไม่ได้สั่ง เวลารอขึ้นกับสูตรยา และการทาเองบริเวณกว้างมีความเสี่ยงที่ควรรู้
ก่อนทำหัตถการ ไม่จำเป็นต้องหาซื้อยาชาแบบทามาทาเองจากบ้าน ถ้าคลินิกไม่ได้บอกให้ทำ ชนิดของยา บริเวณที่ทา และเวลาที่ทิ้งไว้ ควรเป็นสิ่งที่แพทย์ผู้ทำหัตถการกำหนดจากหัตถการนั้นจริง ๆ
ยาชาแบบทาช่วยให้ผิวชั้นตื้นรับรู้ความเจ็บน้อยลง แต่ไม่ได้ออกฤทธิ์ทันทีที่ทา ต้องทิ้งไว้ให้ซึมก่อน และเวลาที่ต้องรอก็ต่างกันตามสูตรของยา
ตั๋วไปโซลจองแล้ว นัดเลเซอร์อยู่วันที่สองของทริป แล้วคำถามก็ผุดขึ้นมา ต้องหาซื้อครีมชามาทาก่อนไหม ทากี่นาที ทาผิดวิธีจะอันตรายหรือเปล่า
บทความนี้หมอจะตอบตามลำดับที่ใช้ตัดสินใจจริงในห้องตรวจ ตั้งแต่ความเจ็บมาจากผิวชั้นไหน ไปจนถึงการวางแผนในทริปสั้น ๆ ค่ะ
ต้องทายาชาก่อนทำเลเซอร์ไหม? ดูจากว่าความเจ็บอยู่ผิวชั้นไหน
ต้องใช้หรือไม่ ขึ้นกับว่าหัตถการนั้นทำให้เจ็บที่ผิวชั้นไหน ถ้าความเจ็บส่วนใหญ่อยู่ที่ผิวชั้นตื้น ยาชาแบบทามักช่วยได้ชัด แต่ถ้าหัตถการลงไปลึก ครีมอย่างเดียวจะมีข้อจำกัด
ผิวรับรู้ความเจ็บผ่านปลายประสาทในชั้นหนังกำพร้าและหนังแท้ ตัวยาอย่างลิโดเคน (Lidocaine) จะเข้าไปชะลอการส่งสัญญาณของปลายประสาทเหล่านี้ชั่วคราว พูดง่าย ๆ คือ ยาช่วยหรี่เสียงสัญญาณเจ็บที่ผิวด้านบน แต่ส่งไปไม่ถึงทุกชั้นที่อยู่ลึกลงไป
ยาชาเฉพาะที่แบบทาถูกใช้ลดความเจ็บในหัตถการด้านผิวหนังหลายแบบ ทั้งเลเซอร์ การฉีดฟิลเลอร์ และการฉีดโบท็อกซ์ (บทความในวารสารด้านผิวหนัง) แต่ไม่ได้แปลว่าทุกหัตถการต้องทาทุกครั้ง
เวลาหมอดูเคส จะแยกเป็นสองทางก่อน
- หัตถการที่ความเจ็บอยู่ที่ผิวชั้นตื้น เช่น เลเซอร์ผิวหน้าบางประเภท หรือเข็มเล็กที่ฉีดตื้น ๆ ยาชาแบบทามักเป็นตัวช่วยหลัก
- หัตถการที่พลังงานหรือเข็มลงลึก ครีมช่วยได้แค่ผิวด้านบน ต้องคิดเรื่องความแรงของหัตถการและวิธีลดความเจ็บอื่นร่วมด้วย
ถ้าคุณบินมาทำเลเซอร์ผิวชั้นตื้นและกลัวเจ็บ คำตอบของหมอคือใช้ยาชาแบบทาได้ ให้คลินิกเลือกสูตรและเวลา แล้วบอกตั้งแต่ตอนนัดว่ากลัวเจ็บ

ยาชาแบบทาต้องทานานแค่ไหน ถึงจะเริ่มชา?
โดยทั่วไปต้องทาทิ้งไว้ก่อนเริ่มหัตถการราวครึ่งชั่วโมงถึงหนึ่งชั่วโมง ขึ้นกับสูตรของยา
ตัวเลขนี้มาจากการศึกษาขนาดเล็กในอาสาสมัคร 10 คนที่รักษาเส้นเลือดฝอยบนผิว กลุ่มหนึ่งใช้ครีมลิโดเคน 4% ชนิดที่ห่อตัวยาไว้ในอนุภาคไขมันเล็ก ๆ (ลิโพโซม) และทาทิ้งไว้อย่างน้อย 30 นาที อีกกลุ่มใช้ครีมที่ผสมลิโดเคนกับพริโลเคน (Prilocaine) อย่างละ 2.5% และทาทิ้งไว้อย่างน้อย 60 นาที ผู้วิจัยรายงานว่าสูตรลิโพโซมให้ฤทธิ์ชาได้ใน 30 นาที ขณะที่อีกสูตรใช้ 60 นาที
งานนี้เป็นคนกลุ่มเล็กและหัตถการแบบเดียว จึงใช้เป็นกรอบเวลาคร่าว ๆ ได้ เวลาจริงขยับตามสูตรยา ความหนาของผิวบริเวณนั้น และหัตถการที่จะทำ
อีกเรื่องที่ไม่ค่อยมีใครพูดถึง ในการศึกษาเดียวกัน กลุ่มที่ใช้ครีมผสมลิโดเคนกับพริโลเคนมีเส้นเลือดหดตัวชัดเจน ผิวจึงซีดลง ส่วนกลุ่มลิโพโซมแทบไม่ต่างจากก่อนทา ถ้าเป้าหมายของหัตถการคือเส้นเลือดฝอยหรือรอยแดง เส้นที่หดจนจางลงก็มองเห็นยากขึ้น
สูตรยาชาจึงเกี่ยวกับการมองเห็นจุดที่จะรักษาด้วย หมอเลยดูก่อนว่าจะรักษาอะไร แล้วค่อยเลือกว่าจะใช้ยาชาแบบไหน ทานานเท่าไร

ทายาชาเองที่บ้านได้ไหม? ความเสี่ยงที่หมออยากให้รู้ก่อน
ไม่แนะนำให้ตัดสินใจทาเองที่บ้าน โดยเฉพาะการทาหนา ๆ บริเวณกว้าง ทิ้งไว้นาน หรือปิดทับด้วยพลาสติก ถ้าคลินิกไม่ได้สั่งให้ทำแบบนั้น
เหตุผลคือ ยาชาแบบทาซึมผ่านผิวเข้าสู่ร่างกายได้ บทความทบทวนเรื่องความเสี่ยงของยาชาแบบทาอธิบายว่า ยาชากลุ่มที่ฤทธิ์แรง เช่น ลิโดเคน ถ้าระดับในเลือดสูงขึ้น อาจเกิดปัญหาต่อระบบประสาทและหัวใจ รวมถึงอาการชักและหัวใจเต้นผิดจังหวะได้
บทความเดียวกันระบุปัจจัยที่ทำให้ร่างกายรับยาเข้าไปมากขึ้น ได้แก่
- การปิดทับบริเวณที่ทาไว้
- การทาทิ้งไว้นานขึ้น
- การใช้ยาชาหลายชนิดพร้อมกัน
- ผิวที่ชั้นปกป้องเสียหาย เช่น ผิวที่กำลังอักเสบจากโรคผื่นภูมิแพ้ผิวหนังหรือโรคสะเก็ดเงิน
ทั้งหมดนี้คือสิ่งที่คนมักทำเองเมื่อคิดว่าทาเยอะ ทานาน แล้วจะชาดี ถ้าคลินิกขอให้ทามาก่อนจริง ให้ถามให้ชัดว่าใช้ยาตัวไหน ทาบริเวณไหน กี่นาที และต้องปิดทับหรือไม่
ถ้าเคยแพ้ยาชาเฉพาะที่ หรือผิวบริเวณที่จะทำมีแผล ผื่น หรือกำลังอักเสบ ให้แจ้งแพทย์ก่อนทุกครั้ง

ทายาชาแล้วยังเจ็บไหม และผลข้างเคียงที่พบได้
ยังเจ็บได้ ยาชาแบบทาลดความเจ็บที่ผิวชั้นตื้นให้น้อยลง แต่ไม่ได้ทำให้หายเจ็บทั้งหมด หัตถการที่ลงลึกอาจยังรู้สึกได้อยู่บ้าง
ถ้ากลัวเจ็บ บอกหมอก่อนเริ่ม ไม่ต้องรอจนเจ็บ หมอปรับความแรงของหัตถการ หรือใช้วิธีลดความเจ็บอื่นร่วมด้วยได้ตามหัตถการและบริเวณที่ทำ
ผลข้างเคียงเฉพาะที่ที่ควรรู้ไว้ก่อน
- ผิวซีดลงชั่วคราวหลังทา โดยเฉพาะสูตรที่ทำให้เส้นเลือดหดตัว
- แสบร้อน คัน หรือมีผื่นนูนแบบลมพิษ ให้เช็ดยาออกและบอกเจ้าหน้าที่ทันที
- บริเวณรอบดวงตาและเยื่อบุบอบบาง ควรเลี่ยงการทาใกล้บริเวณนี้
ถ้าทายาแล้วรู้สึกผิดปกติทั้งตัว เช่น ใจสั่นผิดจังหวะ ให้บอกเจ้าหน้าที่หรือไปพบแพทย์ทันที

วางแผนในทริปโซล 3-5 วัน: เวลารอยาชา เที่ยวบิน และหลังกลับไทย
ยาชาแบบทาเป็นยาทาเฉพาะที่ ไม่ได้ทำให้หลับ หมอมองว่านอกจากวันที่ใช้ยานอนหลับระหว่างทำหัตถการ (sedation) แล้ว ก็ไม่มีเหตุผลต้องเลื่อนหัตถการเพราะเที่ยวบินขากลับ
ในทริป 3-5 วัน เรื่องที่ควรวางแผนจริง ๆ มีสามข้อ
- เวลาในวันนัด: เผื่อช่วงรอยาชาออกฤทธิ์ไว้ ราวครึ่งชั่วโมงถึงชั่วโมงหนึ่งตามสูตรยา อย่าจัดนัดอื่นชิดเกินไป
- มาครั้งเดียวมีความหมายไหม: มี บางหัตถการอย่างฟิลเลอร์เห็นรูปทรงเปลี่ยนในวันนั้น ส่วนใหญ่จะค่อย ๆ เปลี่ยนไปทางที่ใกล้หน้าตาเดิมของคุณเมื่อหลายปีก่อน ถ้าต้องทำหลายครั้ง หมอจะวางจำนวนครั้งและระยะห่างให้เข้ากับรอบที่คุณมาเกาหลี
- หลังกลับไทย: ถ้าเห็นอะไรผิดปกติ ถ่ายรูปบริเวณนั้นแล้วส่งถามทาง LINE ได้ แต่ถ้าอาการชัด เช่น บวมแดงลามกว้าง เป็นหนอง หรือมีไข้ ให้ไปพบแพทย์ที่ไทยก่อน
เรื่องเที่ยวและถ่ายรูปหลังทำ แต่ละหัตถการต่างกัน ให้ถามตอนนัดว่าผิวมักเป็นอย่างไรในวันแรก ๆ แล้วค่อยวางวันถ่ายรูปสำคัญ

สรุป: ก่อนวันทำ ถามคลินิกให้ชัด 4 ข้อ
ยาชาแบบทาลดความเจ็บที่ผิวชั้นตื้น ต้องรอให้ซึมตามสูตรยา และไม่ควรทาเองบริเวณกว้าง ทิ้งไว้นาน หรือปิดทับ ถ้าคลินิกไม่ได้สั่ง
คำถามที่หมออยากให้ถามก่อนวันทำ คือเรื่องสูตรยา เพราะสูตรที่ทำให้เส้นเลือดหดตัวอาจทำให้รอยแดงที่จะรักษามองเห็นยากขึ้น ลองถามคลินิกตามนี้
- หัตถการของฉันต้องใช้ยาชาแบบทาไหม
- ถ้าใช้ ทาที่คลินิกหรือต้องทามาเอง
- ใช้สูตรไหน ต้องรอกี่นาที
- ถ้าเป้าหมายคือรอยแดง สูตรยาชาจะมีผลกับการมองเห็นไหม
ถ้าวันเดินทางชัดแล้ว ส่งข้อความหา Beautystone ย่านฮับจอง กรุงโซล ทาง LINE ได้เลยค่ะ พิมพ์ประมาณนี้ก็พอ "จะไปโซลวันที่ ○ ถึง ○ อยากทำ (ชื่อหัตถการ) กลัวเจ็บ ต้องทายาชาไหม ทาที่คลินิกหรือต้องเตรียมมาเอง และควรเผื่อเวลาในวันนัดเท่าไรคะ" แนบรูปบริเวณที่อยากทำไปด้วย จะช่วยให้ตอบได้ตรงขึ้นนะคะ
คำถามที่พบบ่อย
Q. ฉีดฟิลเลอร์หรือโบท็อกซ์ ต้องทายาชาแบบทาด้วยไหม?
A. ยาชาแบบทาถูกใช้ทั้งกับเลเซอร์และการฉีดฟิลเลอร์หรือโบท็อกซ์ แต่จะใช้หรือไม่ขึ้นกับบริเวณ ความลึกของเข็ม และความไวต่อความเจ็บของแต่ละคน บอกแพทย์ก่อนเริ่มว่ากลัวเข็มแค่ไหน แล้วให้แพทย์เลือกวิธีที่เหมาะกับหัตถการนั้นค่ะ
Q. ทาทิ้งไว้นานกว่าที่บอก จะยิ่งชาขึ้นไหม?
A. ไม่ควรยืดเวลาเอง บทความทบทวนเรื่องความเสี่ยงของยาชาแบบทานับการทาทิ้งไว้นานขึ้นและการปิดทับเป็นปัจจัยที่ทำให้ร่างกายรับยาเข้าไปมากขึ้น ให้ทาตามเวลาที่แพทย์กำหนด ถ้ายังรู้สึกเจ็บระหว่างทำ บอกแพทย์ให้ปรับวิธีแทนค่ะ
Q. เคยแพ้ยาชา หรือผิวกำลังเป็นผื่น ต้องบอกอะไรบ้าง?
A. บอกประวัติแพ้ยาชาเฉพาะที่ ยาที่ใช้อยู่ และสภาพผิวบริเวณที่จะทำ เช่น มีแผล ผื่น หรือโรคผิวที่กำลังอักเสบ เพราะผิวที่ชั้นปกป้องเสียหายรับยาเข้าไปได้มากขึ้น ถ้าส่งรูปผิวมาก่อนทาง LINE ก็ช่วยให้ประเมินเบื้องต้นได้ค่ะ
Q. กลัวเข็มมาก จะทำหัตถการได้ไหม?
A. ได้ และควรบอกตั้งแต่ตอนนัด แพทย์จะดูว่าหัตถการนั้นใช้ยาชาแบบทาได้แค่ไหน แล้วปรับความแรงหรือวิธีลดความเจ็บอื่นร่วมด้วย ยาชาช่วยให้เจ็บน้อยลงแต่ยังอาจรู้สึกได้บ้าง รู้ไว้ก่อนจะได้ไม่ตกใจระหว่างทำค่ะ









