ภาพปกอธิบายว่าควรทายาชาแบบครีมก่อนทำหัตถการเมื่อไหร่
ผิวหนัง

ยาชาแบบครีมก่อนทำหัตถการ ทาเมื่อไหร่ ทานานแค่ไหน

ยาชาแบบครีมเป็นตัวช่วยลดความเจ็บให้การทำหัตถการสบายขึ้น เมื่อเข้าใจกลไกการทำงาน ก็จะรู้ว่าควรใช้เมื่อไหร่และอย่างไร

ติดตาม Hongdae Beautys Doctors YouTube
วียองจิน

วียองจิน

ผู้อำนวยการ

ตรวจสอบโดยแพทย์ นพ. วียองจิน
1นาที

เคยไหม เมื่อใกล้ถึงวันทำเลเซอร์หรือฉีดสารบำรุงผิว แล้วทางคลินิกแนะนำให้ทายาชาแบบครีมมาก่อน จนอดสงสัยไม่ได้ว่าจำเป็นจริงหรือเปล่า และต้องทาเมื่อไหร่ นานเท่าไหร่ ยิ่งใครที่ไวต่อความเจ็บ เรื่องนี้ก็ยิ่งเป็นความกังวลใจที่หลายคนอยากรู้คำตอบ

พูดสั้น ๆ ยาชาแบบครีมคือตัวช่วยลดความเจ็บ เพื่อให้การทำหัตถการสบายขึ้น แต่จะจำเป็นหรือไม่ และใช้อย่างไร ก็ขึ้นอยู่กับชนิดของหัตถการและบริเวณที่ทำด้วย บทความนี้ BeautyStone Clinic จะพาคุณไปเจาะลึกว่ายาชาแบบครีมลดความเจ็บได้อย่างไร เหมาะกับหัตถการแบบไหน ควรทาเมื่อไหร่ นานแค่ไหน พร้อมแนะนำข้อควรระวังในการใช้อย่างปลอดภัยค่ะ

ยาชาแบบครีมลดความเจ็บได้อย่างไร?

ความเจ็บที่ผิวหนังรับรู้ เกิดจากปลายประสาทที่กระจายอยู่ในชั้นหนังกำพร้าและหนังแท้ ถูกกระตุ้นแล้วส่งสัญญาณความเจ็บออกไป ส่วนประกอบในยาชาแบบครีม เช่น Lidocaine (ลิโดเคน)* จะเข้าไปชะลอกระบวนการที่ประสาทส่งสัญญาณนี้ชั่วคราว จึงช่วยให้ความเจ็บบริเวณผิวชั้นตื้นลดลง

Lidocaine (ลิโดเคน)* : ส่วนประกอบยาชาเฉพาะที่ที่พบได้บ่อย ใช้ทาบนผิวหรือใช้ฉีด ทำหน้าที่ชะลอการส่งสัญญาณของประสาทชั่วคราว เพื่อช่วยลดความเจ็บ

มีบทความปริทัศน์ทางคลินิกด้านผิวหนังที่รวบรวมข้อมูลยาชาเฉพาะที่สำหรับหัตถการความงาม โดยระบุว่ายาชาเฉพาะที่กลุ่ม Lidocaine มักถูกนำมาใช้เพื่อลดความเจ็บของหัตถการอย่างเลเซอร์หรือการฉีดสาร สามารถอ่านเพิ่มเติมได้จากบทปริทัศน์ทางคลินิกด้านผิวหนัง อย่างไรก็ตาม ยาชาแบบครีมจะค่อย ๆ ซึมผ่านผิวชั้นบน จึงไม่ได้ออกฤทธิ์ทันทีที่ทา แต่ต้องใช้เวลาระยะหนึ่ง ด้วยเหตุนี้ทางคลินิกจึงมักแนะนำให้ทาไว้ล่วงหน้า ไม่ใช่ทาตอนก่อนทำหัตถการทันที

ภาพแสดงกลไกที่ยาชาแบบครีมชะลอการส่งสัญญาณของปลายประสาทชั่วคราว

ยาชาแบบครีมเหมาะกับหัตถการแบบไหน?

เนื่องจากยาชาแบบครีมช่วยลดความเจ็บบริเวณผิวชั้นตื้น จึงมักได้ผลดีเป็นพิเศษกับหัตถการที่ทำบนผิวหรือชั้นตื้น ในทางกลับกัน หัตถการที่ลงลึกถึงชั้นในหรือใช้การระงับความเจ็บวิธีอื่นร่วมด้วย การใช้ครีมเพียงอย่างเดียวก็มีข้อจำกัด จึงมักมีการแนะนำแนวทางที่เหมาะกับหัตถการนั้นเพิ่มเติม

ชนิดหัตถการระดับที่ยาชาแบบครีมช่วยได้หมายเหตุ
เลเซอร์ (กลุ่มผิวชั้นตื้น)ช่วยได้ดีแนะนำให้ทาล่วงหน้า
Skin Booster / ฉีดขนาดเล็กช่วยได้ดีลดความเจ็บจากเข็ม
ยกกระชับชั้นลึกเป็นตัวเสริมใช้วิธีอื่นร่วมด้วย
ลบไฝ / ลบรอยสักขึ้นอยู่กับหัตถการขึ้นกับบริเวณและความลึก

จากตารางจะเห็นว่า แม้จะเป็นยาชาแบบครีมชนิดเดียวกัน แต่ระดับที่ช่วยได้ก็แตกต่างกันไปตามหัตถการ ดังนั้นหัตถการที่คุณจะทำนั้นจำเป็นต้องใช้ยาชาแบบครีมหรือไม่ ควรสอบถามกับสถานที่ที่ทำหัตถการไว้ล่วงหน้าจะดีกว่า

ภาพแสดงชนิดหัตถการที่ยาชาแบบครีมเหมาะสม

ควรทายาชาเมื่อไหร่ และรอนานแค่ไหน?

โดยทั่วไป ยาชาแบบครีมต้องทาทิ้งไว้ก่อนทำหัตถการระยะหนึ่ง ฤทธิ์ระงับความเจ็บจึงจะค่อย ๆ ขึ้น บทปริทัศน์ทางคลินิกด้านผิวหนังที่กล่าวถึงก่อนหน้านี้ระบุว่า ครีมสูตรผสม Lidocaine กับ Prilocaine (พริโลเคน)* มักทาทิ้งไว้ประมาณ 60 นาที ส่วนครีม Lidocaine ชนิดลิโพโซม (Liposome) มักทาทิ้งไว้ประมาณ 30 นาที จึงจะเริ่มออกฤทธิ์ นั่นหมายความว่าเวลาที่ต้องใช้แตกต่างกันไปตามรูปแบบของตัวยา

Prilocaine (พริโลเคน)* : ส่วนประกอบยาชาเฉพาะที่ที่มักผสมร่วมกับ Lidocaine เมื่อใช้ร่วมกันจะช่วยเสริมฤทธิ์การระงับความเจ็บ

ผลลัพธ์อาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล หากทาทิ้งไว้ไม่นานพอ ก็อาจต้องทำหัตถการในขณะที่ฤทธิ์ยาชายังขึ้นไม่เต็มที่ ในทางกลับกัน การทาทิ้งไว้นานเกินไปหรือทาบริเวณกว้างเกินไปก็ไม่แนะนำเช่นกัน จึงควรปฏิบัติตามเวลาและขอบเขตที่ได้รับคำแนะนำมา

ภาพแสดงระยะเวลาที่ต้องทายาชาตามรูปแบบของตัวยา

สิ่งที่ BeautyStone Clinic ดูแลเมื่อใช้ยาชาแบบครีม

ที่ BeautyStone Clinic ย่านฮับจอง กรุงโซล เราจะพิจารณาจากชนิดของหัตถการ บริเวณที่ทำ และความไวต่อความเจ็บของแต่ละคน แล้วร่วมกันตัดสินใจว่าจำเป็นต้องใช้ยาชาแบบครีมหรือไม่ ควรทาเมื่อไหร่และนานแค่ไหน หากใครกังวลเรื่องความเจ็บ สามารถแจ้งล่วงหน้าได้ คุณหมอจะปรับความแรงของหัตถการหรือวิธีระงับความเจ็บให้เหมาะสม ด้วยความที่เป็นคลินิกขนาดเล็กที่มีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนังตรวจดูแลเอง จึงสามารถดูแลผู้เข้ารับบริการทีละคนได้อย่างใส่ใจ

ข้อควรระวังและผลข้างเคียงที่ควรรู้

ยาชาแบบครีมถือว่าใช้ได้ค่อนข้างปลอดภัย แต่ก็มีบางเรื่องที่รู้ไว้ก่อนจะช่วยให้ใช้ได้อย่างสบายใจมากขึ้น

  • เวลาในการทา — ควรทาล่วงหน้าตามเวลาที่ได้รับคำแนะนำมา
  • ขอบเขตการทา — ควรหลีกเลี่ยงการทาหนา ๆ บริเวณกว้าง และทาตามขอบเขตที่แนะนำ
  • บริเวณรอบดวงตาและเยื่อบุ — ควรหลีกเลี่ยงบริเวณที่บอบบาง
  • อาการผิดปกติ — หากมีอาการแสบร้อนหรือผื่นลมพิษ ควรเช็ดออกและแจ้งเจ้าหน้าที่
  • ไม่ควรตัดสินใจใช้เอง — แทนที่จะหยิบครีมที่บ้านมาใช้ตามความเข้าใจของตัวเอง ควรปฏิบัติตามคำแนะนำของสถานที่ที่ทำหัตถการ

นอกจากนี้ ผู้ที่มีประวัติแพ้ยาชาเฉพาะที่ ควรแจ้งให้แพทย์ทราบก่อนเสมอ เพราะยาชาแบบครีมเป็นเพียงตัวช่วยให้การทำหัตถการสบายขึ้น ไม่ได้ทำให้ความเจ็บหายไปทั้งหมด และวิธีที่เหมาะกับแต่ละคนก็ต่างกัน หากมีอาการผิดปกติหลังใช้ ควรรีบปรึกษาแพทย์ทันที

สรุป

ยาชาแบบครีมเป็นตัวช่วยลดความเจ็บบริเวณผิวชั้นตื้น โดยส่วนประกอบอย่าง Lidocaine จะชะลอการส่งสัญญาณของประสาทชั่วคราว เหมาะกับหัตถการที่ทำบนผิวหรือชั้นตื้น และเวลาที่ต้องทาทิ้งไว้ก่อนออกฤทธิ์ก็แตกต่างกันไปตามรูปแบบของตัวยา ทั้งนี้ยาชาแบบครีมไม่ได้ทำให้ความเจ็บหายไปทั้งหมด และความจำเป็นกับวิธีใช้ก็ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล ควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อประเมินก่อนตัดสินใจ หากคุณกำลังกังวลเรื่องความเจ็บจากการทำหัตถการ ที่ BeautyStone Clinic ย่านฮับจอง กรุงโซล ยินดีให้คำปรึกษา แอด LINE มาปรึกษาคุณหมอได้เลยนะคะ

คำถามที่พบบ่อย

Q1. จำเป็นต้องทายาชาแบบครีมทุกครั้งไหม?

เนื่องจากเป็นตัวช่วยลดความเจ็บให้การทำหัตถการสบายขึ้น ความจำเป็นจึงขึ้นอยู่กับชนิดของหัตถการและความไวต่อความเจ็บ หัตถการที่ทำบนผิวชั้นตื้นมักได้ประโยชน์ แต่ไม่ใช่ทุกหัตถการที่จำเป็นต้องใช้ ควรสอบถามกับสถานที่ที่ทำหัตถการว่าจำเป็นสำหรับกรณีของคุณหรือไม่นะคะ

Q2. ทายาชามาเองจากบ้านได้ไหม?

หากทางคลินิกแนะนำให้ทามาก่อน ก็ทาตามวิธีและเวลาที่ได้รับคำแนะนำได้เลย แต่ไม่แนะนำให้หยิบครีมที่บ้านมาใช้เองหรือทาบริเวณกว้างเกินไป ควรสอบถามล่วงหน้าว่าใช้ครีมชนิดใดและทานานแค่ไหนจะปลอดภัยกว่าค่ะ

Q3. ทาทิ้งไว้นานยิ่งชาดีขึ้นจริงไหม?

เมื่อผ่านไประยะหนึ่งฤทธิ์ยาชาจะค่อย ๆ ขึ้น แต่ไม่ได้หมายความว่ายิ่งทานานหรือทาบริเวณกว้างแล้วจะยิ่งดีขึ้น หากเกินขอบเขตที่แนะนำ อาจเกิดการระคายเคืองผิวหรืออาการอื่นได้ จึงควรปฏิบัติตามเวลาและขอบเขตที่ได้รับคำแนะนำมาค่ะ

Q4. ทายาชาแล้วจะหายเจ็บสนิทเลยไหม?

ยาชาแบบครีมช่วยให้ความเจ็บบริเวณผิวชั้นตื้นลดลง แต่ไม่ได้ทำให้หายเจ็บไปทั้งหมด หัตถการที่ลงลึกถึงชั้นในมักมีข้อจำกัดหากใช้ครีมอย่างเดียว จึงอาจใช้วิธีอื่นร่วมด้วย หากกังวลเรื่องความเจ็บ แจ้งก่อนทำหัตถการได้ คุณหมอจะปรับความแรงหรือวิธีให้เหมาะสมค่ะ

บทความแนะนำ

Potenza กับผิวมันรูขุมขนกว้างและรอยหลุมสิวในผู้ชายผิวหนัง

Potenza กับผิวมันรูขุมขนกว้างในผู้ชาย จำเป็นต้องทำจริงไหม?

ผิวของผู้ชายหนากว่าและต่อมไขมันทำงานมากกว่า ทำให้รูขุมขนกว้างและรอยหลุมสิวลึกกว่า เป็นเรื่องที่ครีมหรือโทนเนอร์แก้ได้ยาก บทความนี้ BeautyStone Clinic จะพาไปดูว่า Potenza Microneedle RF ทำงานกับผิวผู้ชายอย่างไร และคาดหวังผลได้แค่ไหนค่ะ

ผู้หญิงที่มีโรคประจำตัวกำลังพิจารณาการทำหัตถการความงามผิวหนัง

มีโรคประจำตัวหรือกินยาอยู่ ทำหัตถการความงามได้ไหม?

ถ้าคุณเป็นเบาหวาน ความดันสูง หรือกินยาละลายลิ่มเลือดอยู่ แล้วอยากทำหัตถการความงาม บทความนี้จะพาไปดูว่าต้องระวังอะไร และควรบอกคลินิกเรื่องอะไรบ้าง

ผู้หญิงกำลังปรึกษาแพทย์เรื่องสกินบูสเตอร์กับการสูบบุหรี่ก่อนทำผิวหนัง

สูบบุหรี่ทำ Rejuran เห็นผลช้าลงจริงไหม?

ถ้าคุณสูบบุหรี่แล้วกำลังคิดจะทำสกินบูสเตอร์อย่าง Rejuran คำถามที่ว่าคอลลาเจนจะฟื้นตัวช้าลงไหมเป็นเรื่องที่หลายคนกังวลใจ บทความนี้จะพาไปดูว่าบุหรี่ส่งผลต่อการสร้างคอลลาเจนยังไง และจะดูแลให้ผลลัพธ์ดีขึ้นได้อย่างไร

บทความล่าสุด

ฉีดฟิลเลอร์แล้วทำทันตกรรมได้เลยไหม ต้องเว้นระยะเท่าไหร่ BeautyStone Clinicรูปหน้าและวอลุ่ม

ฉีดฟิลเลอร์แล้วทำทันตกรรมได้เลยไหม? เว้นระยะเท่าไหร่ถึงปลอดภัย

หลายคนไม่รู้ว่าทำทันตกรรมหลังฉีดฟิลเลอร์มีความเสี่ยงจริง ทั้งเรื่องการติดเชื้อและการกดดันที่ฟิลเลอร์ บทความนี้ BeautyStone Clinic จะพาคุณไปเจาะลึกว่าควรเว้นระยะนานแค่ไหน และทำไมถึงต้องระวังค่ะ

มีเครื่องกระตุ้นหัวใจหรือโลหะในร่างกาย ทำ RF Lifting ได้ไหม BeautyStone Clinicลิฟติ้ง

มีเครื่องกระตุ้นหัวใจหรือโลหะในร่างกาย ทำ RF Lifting ได้ไหม?

เครื่องกระตุ้นหัวใจ รากฟันเทียม และโลหะในร่างกายมีผลต่อการทำ RF Lifting ต่างกัน บทความนี้ BeautyStone Clinic จะพาคุณไปเจาะลึกว่าสิ่งใดเป็นข้อห้ามจริง สิ่งใดทำได้ด้วยความระมัดระวัง และต้องแจ้งแพทย์เรื่องใดบ้างก่อนทำค่ะ

ผู้ชายผิวหนาหน้าตก Sofwave Ultrasound Lifting ที่คลินิก BeautyStoneผู้ชาย

ผู้ชายผิวหนาหน้าตก Sofwave ช่วยได้ไหม?

ผิวผู้ชายหนากว่าและต่อมไขมันทำงานมากกว่า ทำให้หน้าตกมีลักษณะต่างจากผู้หญิง บทความนี้ BeautyStone Clinic จะพาไปดูว่า Sofwave ซึ่งเป็น Ultrasound Lifting แบบใหม่ ทำงานกับผิวผู้ชายได้ดีไหม และควรคาดหวังอะไรได้บ้างค่ะ

ใบหน้ายุบหลังลดน้ำหนัก รักษาด้วย Collagen Booster ที่คลินิกผิวหนังรูปหน้าและวอลุ่ม

หน้าแฟบหลังลดน้ำหนักเร็ว แก้ได้ด้วย Collagen Booster จริงไหม?

ลดน้ำหนักเร็วแล้วหน้ายุบทั้งที่ไม่ได้แก่เลย เป็นเพราะไขมันใต้ผิวหนังหายเร็วกว่าที่โครงสร้างจะรับมือได้ บทความนี้ BeautyStone Clinic จะพาคุณไปเจาะลึกว่า Collagen Booster ช่วยฟื้นคืนวอลลุ่มบนใบหน้าได้อย่างไร และต่างจากฟิลเลอร์อย่างไรบ้างค่ะ

Potenza กับผิวมันรูขุมขนกว้างและรอยหลุมสิวในผู้ชายผิวหนัง

Potenza กับผิวมันรูขุมขนกว้างในผู้ชาย จำเป็นต้องทำจริงไหม?

ผิวของผู้ชายหนากว่าและต่อมไขมันทำงานมากกว่า ทำให้รูขุมขนกว้างและรอยหลุมสิวลึกกว่า เป็นเรื่องที่ครีมหรือโทนเนอร์แก้ได้ยาก บทความนี้ BeautyStone Clinic จะพาไปดูว่า Potenza Microneedle RF ทำงานกับผิวผู้ชายอย่างไร และคาดหวังผลได้แค่ไหนค่ะ

ผู้หญิงที่มีโรคประจำตัวกำลังพิจารณาการทำหัตถการความงามผิวหนัง

มีโรคประจำตัวหรือกินยาอยู่ ทำหัตถการความงามได้ไหม?

ถ้าคุณเป็นเบาหวาน ความดันสูง หรือกินยาละลายลิ่มเลือดอยู่ แล้วอยากทำหัตถการความงาม บทความนี้จะพาไปดูว่าต้องระวังอะไร และควรบอกคลินิกเรื่องอะไรบ้าง

ติดตามเราใน Instagram

@beautysdoctors