ภาพแสดงผิวหย่อนคล้อยในวัยหมดประจำเดือนและสิ่งที่ควรดูแลก่อน
ผิวหนัง

ผิวหย่อนคล้อยช่วงวัยหมดประจำเดือน ควรดูแลอะไรก่อน?

หลายคนรู้สึกว่าผิวเปลี่ยนไปเร็วในช่วงวัยหมดประจำเดือน ทั้งแก้มที่ดูตอบลงและกรอบหน้าที่เบลอ บทความนี้พาไปเข้าใจว่าทำไมคอลลาเจนจึงลดลงเร็ว และควรเริ่มดูแลจากอะไรก่อน

ติดตาม Hongdae Beautys Doctors YouTube
วียองจิน

วียองจิน

ผู้อำนวยการ

ตรวจสอบโดยแพทย์ นพ. วียองจิน
7นาที

เคยไหมคะ ที่พอเข้าสู่ช่วงวัยหมดประจำเดือนแล้วรู้สึกว่าผิวหน้าเปลี่ยนไปจากเดิมอย่างรวดเร็ว บางวันแก้มดูตอบลง กรอบหน้าเริ่มเบลอ หรือครีมที่เคยใช้ประจำก็ดูเหมือนซึมเข้าผิวได้ยากขึ้น อาการเหล่านี้เป็นเรื่องที่หลายคนกังวลใจ และมักไม่แน่ใจว่าควรเริ่มดูแลจากตรงไหนก่อน

คำตอบสั้น ๆ คือ การเปลี่ยนแปลงของผิวในช่วงนี้มีแกนหลักอยู่ที่ฮอร์โมนที่ลดลง ทำให้คอลลาเจน (Collagen) ในผิวลดลงเร็วกว่าปกติ ดังนั้นแทนที่จะรีบมองหาหัตถการราคาสูงก่อน การวางพื้นฐานเพื่อชะลอการสูญเสียคอลลาเจนไว้ก่อน แล้วค่อยเสริมเท่าที่จำเป็น จึงเป็นลำดับที่มั่นคงกว่า

บทความนี้ BeautyStone Clinic จะพาคุณไปเข้าใจว่าทำไมคอลลาเจนจึงลดลงเร็วในช่วงวัยหมดประจำเดือน การดูแลพื้นฐานที่ควรทำก่อนหัตถการ และความแตกต่างของหัตถการที่ช่วยเสริมคอลลาเจน พร้อมแนวทางในการดูแลอย่างเป็นลำดับ ไปดูกันเลย

ทำไมผิวจึงเปลี่ยนแปลงเร็วในวัยหมดประจำเดือน?

หัวใจของการเปลี่ยนแปลงในช่วงนี้อยู่ที่ฮอร์โมนเอสโตรเจน (Estrogen) ซึ่งเป็นฮอร์โมนเพศหญิงที่ช่วยพยุงการสร้างคอลลาเจนและความชุ่มชื้นของผิว เมื่อเข้าสู่ช่วงก่อนและหลังหมดประจำเดือน ระดับฮอร์โมนนี้จะลดลง ทำให้ผิวสร้างคอลลาเจนได้ช้าลง ขณะที่คอลลาเจนเดิมก็ถูกสลายเร็วขึ้น ความยืดหยุ่นของผิวจึงลดลงเร็ว

มีงานวิจัยที่ รวบรวมการเปลี่ยนแปลงของคอลลาเจนในผิวหลังหมดประจำเดือน ระบุว่า ในช่วงราว 5 ปีแรกหลังหมดประจำเดือน คอลลาเจนชนิดที่ 1 และชนิดที่ 3 อาจลดลงได้ถึงประมาณ 30% ซึ่งช่วยอธิบายว่าทำไมบางคนจึงรู้สึกว่าผิวเปลี่ยนเร็วในช่วงเพิ่งผ่านการหมดประจำเดือนไปไม่นาน

ดังนั้นการเปลี่ยนแปลงในช่วงนี้จึงไม่ได้เป็นเพียงเรื่องของอายุที่มากขึ้น แต่มีเบื้องหลังที่ชัดเจนคือฮอร์โมน เมื่อเข้าใจกลไกนี้ ก็จะช่วยให้ดูแลผิวได้อย่างเป็นลำดับ โดยไม่ต้องกังวลจนเกินไป

ภาพแสดงเอสโตรเจนที่ลดลงและทำให้คอลลาเจนในผิวลดลงเร็ว

การดูแลพื้นฐานที่ควรทำก่อนหัตถการราคาสูงคืออะไร?

ยิ่งเป็นช่วงที่คอลลาเจนลดลงเร็ว การดูแลพื้นฐานก็ยิ่งมีน้ำหนักมากขึ้น สิ่งที่ควรดูแลเป็นอันดับแรกคือการป้องกันแสงแดด เพราะรังสียูวีจะเร่งการสลายคอลลาเจนที่เหลืออยู่ จึงถือเป็นพื้นฐานที่ควรมาก่อนหัตถการใด ๆ ในวัยนี้ จากนั้นจึงเสริมด้วยการบำรุงความชุ่มชื้น โดยแนวทางที่แนะนำ มีดังนี้

  • ทาครีมกันแดดให้เป็นกิจวัตรทุกวัน แม้ในวันที่มีเมฆหรืออยู่ในร่ม เพราะเป็นพื้นฐานในการปกป้องคอลลาเจนที่เหลืออยู่
  • บำรุงความชุ่มชื้นเพื่อพยุงเกราะผิว ช่วยให้ผิวที่บางและแพ้ง่ายสงบลง และลดเลือนริ้วรอยเล็ก ๆ
  • หลีกเลี่ยงการกระตุ้นที่รุนแรง เช่น การถูขัดแรง ๆ หรือใช้ผลิตภัณฑ์ขัดผิวบ่อยเกินไป ซึ่งอาจเป็นภาระต่อผิวที่บอบบาง

หากยังไม่วางพื้นฐานเหล่านี้ให้มั่นคง แม้จะทำหัตถการเพื่อกระตุ้นคอลลาเจน ก็อาจตามการสูญเสียได้ยาก การดูแลผิวในวัยนี้จึงควรเริ่มจากคำถามว่า จะชะลอการสูญเสียอย่างไร ก่อนจะถามว่าจะเสริมอะไรเพิ่ม

ภาพแสดงการดูแลพื้นฐานอย่างการกันแดดและบำรุงความชุ่มชื้นก่อนหัตถการ

หัตถการที่ช่วยเสริมคอลลาเจนแบ่งออกอย่างไร?

เมื่อวางพื้นฐานได้แล้ว แต่ยังรู้สึกว่าผิวหย่อนคล้อยหรือวอลุ่มลดลงอย่างเห็นได้ชัด ก็สามารถพิจารณาหัตถการที่ช่วยกระตุ้นคอลลาเจนได้ โดยทั่วไปแบ่งเป็นสองกลุ่มใหญ่ คือ กลุ่มยกกระชับด้วยพลังงานความร้อนที่กระตุ้นชั้นผิวลึก อย่างอัลตราซาวด์และคลื่นวิทยุ (HIFU / RF) และกลุ่มคอลลาเจนบูสเตอร์ที่เติมสารเพื่อกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน

มีงานวิจัยที่พบว่า การใช้อัลตราซาวด์แบบโฟกัสพลังงานสูง (HIFU) ช่วยเพิ่มการสังเคราะห์คอลลาเจน สะท้อนว่าการกระตุ้นด้วยความร้อนช่วยเติมคอลลาเจนกลับมาได้ ทั้งสองกลุ่มมีจุดต่างกัน สรุปเปรียบเทียบได้ดังนี้

หัวข้อคอลลาเจนบูสเตอร์ยกกระชับ HIFU / RF
วิธีการทำงานเติมสารเพื่อกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใช้ความร้อนกระตุ้นชั้นผิวลึก
สิ่งที่มุ่งเน้นวอลุ่มและเนื้อผิวจากด้านในความหย่อนคล้อยและความกระชับ
ระยะเวลาที่เริ่มเห็นผลราวสัปดาห์ถึงหลายเดือนราวสัปดาห์ถึงหลายเดือน

ทั้งนี้ผลลัพธ์อาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล ขึ้นอยู่กับสภาพผิวและการดูแลตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นหัตถการแบบใด มักไม่ได้สร้างการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในครั้งเดียว แต่เป็นการค่อย ๆ ช่วยเติมคอลลาเจนที่หายไปกลับมาโดยใช้เวลา ความหนาของผิวและระดับความหย่อนคล้อยของแต่ละคนจะทำให้แนวทางต่างกัน จึงควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อวางแผนร่วมกัน

ภาพแสดงความต่างระหว่างคอลลาเจนบูสเตอร์กับการยกกระชับ HIFU และ RF

ผลข้างเคียงและข้อควรระวังที่ควรรู้

หัตถการที่ช่วยกระตุ้นคอลลาเจนล้วนมีการทำงานกับผิวและร่างกาย จึงควรเข้าใจผลข้างเคียงและข้อควรระวังไว้ควบคู่กันด้วย โดยประเด็นที่ควรทราบล่วงหน้า มีดังนี้

  • หลังทำอาจมีรอยแดง บวมเล็กน้อย หรือรู้สึกตึงได้บ้าง ซึ่งมักหายได้เองภายในไม่กี่วันถึงราว 1 สัปดาห์ หากอาการยาวนานผิดปกติ ควรรีบปรึกษาแพทย์ทันที
  • ผลลัพธ์ที่ได้อาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล ขึ้นอยู่กับสภาพผิวและอายุ และไม่ใช่หัตถการที่เห็นผลสมบูรณ์ในครั้งเดียว
  • ผู้ที่ตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร รวมถึงผู้ที่กำลังรับการรักษาที่เกี่ยวข้องกับฮอร์โมน ควรแจ้งให้แพทย์ทราบล่วงหน้า

เนื่องจากผิวในวัยนี้บอบบางและแพ้ง่าย ความเข้มและระยะห่างของหัตถการจึงควรปรับให้เหมาะกับแต่ละคน ไม่จำเป็นต้องกังวลจนเกินไป แต่ควรทำความเข้าใจข้อควรระวังและปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญไปพร้อมกัน สำหรับค่าใช้จ่ายนั้นแตกต่างกันไปตามแต่ละคลินิก ขึ้นอยู่กับปริมาณและบริเวณที่ทำ จึงควรสอบถามก่อนตัดสินใจ

สิ่งที่ควรตรวจสอบก่อนเริ่มดูแลผิว

การดูแลผิวในวัยนี้ควรเริ่มจากการจัดลำดับระหว่างพื้นฐานและการเสริม การตรวจสอบสักสองสามข้อก่อนเริ่มจะช่วยให้ลำดับความสำคัญชัดเจนขึ้น มีดังนี้

  • นิสัยการป้องกันแสงแดดเข้าที่แล้วหรือยัง เพราะเป็นพื้นฐานที่ควรมาก่อนหัตถการในการปกป้องคอลลาเจนที่เหลืออยู่
  • ตอนนี้ผิวอยู่ในระยะใด ลองอ่านว่าอาการบางลง หย่อนคล้อย หรือแห้ง อย่างไหนเด่นชัดก่อน
  • สภาพการดูแลพื้นฐานเป็นอย่างไร การบำรุงและการกันแดดที่เข้าที่แล้วจะช่วยกำหนดจังหวะในการเริ่มเสริม
  • โรคประจำตัวหรือยาที่ใช้อยู่ หากมีการรักษาหรือยาที่เกี่ยวข้องกับฮอร์โมน ควรแจ้งคุณหมอไว้ตอนปรึกษา

เมื่อวางพื้นฐานเพื่อชะลอการสูญเสียไว้ก่อน การเสริมก็จะยิ่งได้ผลดีขึ้น ส่วนแนวทางและหัตถการที่เหมาะกับคุณ ควรปรึกษาแพทย์ที่ตรวจดูสภาพผิวจริงเพื่อวางแผนร่วมกัน

สรุป

แกนหลักของการเปลี่ยนแปลงผิวในวัยหมดประจำเดือนคือ ฮอร์โมนที่ลดลงทำให้คอลลาเจนลดเร็ว แทนที่จะรีบมองหาหัตถการราคาสูง การวางพื้นฐานอย่างการกันแดดและการบำรุงความชุ่มชื้นเพื่อชะลอการสูญเสีย จึงสำคัญกว่า

ทั้งนี้ หัตถการที่ช่วยเสริมคอลลาเจนมีทั้งกลุ่มยกกระชับ HIFU / RF และคอลลาเจนบูสเตอร์ ซึ่งผลลัพธ์อาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคลและมีผลข้างเคียงร่วมด้วย ควรทำความเข้าใจสภาพผิวของตัวเอง และปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อประเมินก่อนตัดสินใจ

BeautyStone Clinic ในย่านฮับจอง กรุงโซล ยินดีให้คำปรึกษาผ่าน LINE ปรึกษาฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย หากคุณกำลังกังวลเรื่องผิวหย่อนคล้อยในช่วงวัยหมดประจำเดือน แอด LINE มาปรึกษาคุณหมอได้เลยนะคะ

คำถามที่พบบ่อย

Q1. ผิวในวัยหมดประจำเดือนต้องทำหัตถการยกกระชับเท่านั้นหรือไม่?

หัตถการช่วยเสริมความกระชับได้ แต่พื้นฐานอย่างการกันแดดและการบำรุงความชุ่มชื้นควรมาก่อน เมื่อการดูแลที่ช่วยชะลอการสูญเสียคอลลาเจนเข้าที่แล้ว ผลของหัตถการก็จะคงอยู่ได้ดีขึ้น บางช่วงการดูแลพื้นฐานเพียงอย่างเดียวก็อาจเพียงพอ ขึ้นอยู่กับระยะของผิวแต่ละคนค่ะ

Q2. หลังหมดประจำเดือนคอลลาเจนลดราว 30% แล้วยังฟื้นกลับได้ไหม?

การทำให้กลับมาเท่าเดิมทั้งหมดเป็นเรื่องยาก แต่การกันแดดเพื่อชะลอไม่ให้สูญเสียเพิ่ม และการดูแลที่ช่วยกระตุ้นคอลลาเจนเพื่อเสริมกลับมาบางส่วนนั้นทำได้ มุมมองที่ตามความจริงคือ ค่อย ๆ ชะลอและเติมกลับ มากกว่าการคาดหวังให้กลับมาในครั้งเดียวค่ะ

Q3. ระหว่างคอลลาเจนบูสเตอร์กับยกกระชับ ควรเริ่มจากอะไรก่อน?

หากความหย่อนคล้อยและความกระชับที่ลดลงเด่นชัด การยกกระชับด้วยความร้อนในชั้นผิวลึกมักเป็นจุดเริ่ม แต่หากกังวลเรื่องวอลุ่มและเนื้อผิวจากด้านในเป็นหลัก คอลลาเจนบูสเตอร์ก็อาจเป็นจุดเริ่มได้ เนื่องจากขึ้นอยู่กับสภาพผิว จึงควรให้แพทย์ประเมินร่วมกันตอนปรึกษาค่ะ

Q4. การรักษาด้วยฮอร์โมนช่วยให้ผิวดีขึ้นด้วยไหม?

การรักษาที่เกี่ยวข้องกับฮอร์โมนไม่ได้มีไว้เพื่อผิวเพียงอย่างเดียว แต่พิจารณาจากมุมมองสุขภาพโดยรวม แม้อาจเกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงของผิวได้ ส่วนนี้ควรปรึกษาแผนกที่ดูแลโดยตรง เช่น สูตินรีเวช และไม่ควรตัดสินจากมุมความงามเพียงอย่างเดียวค่ะ

บทความแนะนำ

ผิวแพ้ง่ายที่เข้าเกณฑ์ทำ Laser Toning ได้และไม่ได้ผิวหนัง

ผิวแพ้ง่ายทำ Laser Toning ได้ไหม? เช็กเกณฑ์ก่อนตัดสินใจ

ผิวแพ้ง่ายไม่ได้แปลว่าทำ Laser Toning ไม่ได้เสมอไปค่ะ บทความนี้จะช่วยให้คุณเข้าใจว่าตัวเองเข้าเกณฑ์ไหน และควรเตรียมผิวอย่างไรให้ปลอดภัยที่สุด

กลไกการทำงานของ Rejuran HB PN และ HA ในผิวรอบดวงตาผิวหนัง

Rejuran HB ทำรอบดวงตาตัวเดียวพอไหม หรือต้องจับคู่กับอะไรเพิ่ม?

บทความนี้ BeautyStone Clinic จะพาคุณไปเจาะลึกว่ารอยย่นรอบดวงตาแบบไหนที่ Rejuran HB จัดการได้คนเดียว และแบบไหนที่ควรใช้ร่วมกับ Botox หรือตัวอื่น พร้อมแนะนำแนวทางการตัดสินใจที่ตรงกับสภาพผิวของคุณนะคะ

ผิวแพ้ง่ายกับการทำ Lifting และ Skin Boosterผิวหนัง

ผิวแพ้ง่ายหรือผิวภูมิแพ้ ทำ Lifting หรือ Skin Booster ได้ไหม?

ผิวแพ้ง่ายหรือมีภูมิแพ้ผิวหนัง ไม่ได้แปลว่าทำหัตถการความงามไม่ได้เลย แต่ต้องเลือกให้ถูกประเภทและดูแลให้ถูกวิธีนะคะ

บทความล่าสุด

ผิวแพ้ง่ายที่เข้าเกณฑ์ทำ Laser Toning ได้และไม่ได้ผิวหนัง

ผิวแพ้ง่ายทำ Laser Toning ได้ไหม? เช็กเกณฑ์ก่อนตัดสินใจ

ผิวแพ้ง่ายไม่ได้แปลว่าทำ Laser Toning ไม่ได้เสมอไปค่ะ บทความนี้จะช่วยให้คุณเข้าใจว่าตัวเองเข้าเกณฑ์ไหน และควรเตรียมผิวอย่างไรให้ปลอดภัยที่สุด

สัญญาณที่บอกว่ากรามเริ่มกลับมาหลังโบท็อกซ์รูปหน้าและวอลุ่ม

โบท็อกซ์กรามกลับมาเหลี่ยมอีกแล้ว ทำซ้ำได้เลยไหม หรือต้องรอ?

โบท็อกซ์กรามช่วยให้กล้ามเนื้อ masseter เล็กลงได้จริง แต่ผลจะค่อย ๆ หายไปเมื่อกล้ามเนื้อฟื้นตัว บทความนี้ BeautyStone Clinic จะพาคุณรู้จักสัญญาณที่บอกว่าถึงเวลาทำซ้ำ และวิธีประเมินจังหวะที่ดีที่สุดสำหรับคุณค่ะ

กลไกการทำงานของ Rejuran HB PN และ HA ในผิวรอบดวงตาผิวหนัง

Rejuran HB ทำรอบดวงตาตัวเดียวพอไหม หรือต้องจับคู่กับอะไรเพิ่ม?

บทความนี้ BeautyStone Clinic จะพาคุณไปเจาะลึกว่ารอยย่นรอบดวงตาแบบไหนที่ Rejuran HB จัดการได้คนเดียว และแบบไหนที่ควรใช้ร่วมกับ Botox หรือตัวอื่น พร้อมแนะนำแนวทางการตัดสินใจที่ตรงกับสภาพผิวของคุณนะคะ

เปรียบเทียบ Juvelook Volume และ Ellanse สำหรับแก้มตอบรูปหน้าและวอลุ่ม

Juvelook Volume กับ Ellanse เลือกอันไหนดีสำหรับแก้มตอบ?

เมื่อแก้มเริ่มตอบลึกขึ้นทุกปี การดูแลด้วยครีมอย่างเดียวอาจไม่เพียงพออีกต่อไป บทความนี้ BeautyStone Clinic จะพาคุณเปรียบเทียบ Juvelook Volume และ Ellanse สองตัวเลือกที่ช่วยเรื่องวอลลุ่มหน้าและกระตุ้นคอลลาเจน พร้อมแนวทางเลือกที่เหมาะกับแต่ละคน นะคะ

ไทม์ไลน์ผลลัพธ์ Alltite RF ตั้งแต่ทำทันทีถึง 12 สัปดาห์ลิฟติ้ง

Alltite RF เห็นผลเมื่อไหร่? ไทม์ไลน์ผลลัพธ์และระยะเวลาที่อยู่ได้

บทความนี้ BeautyStone Clinic จะพาคุณไปดูไทม์ไลน์ผลลัพธ์ของ Alltite RF ตั้งแต่ปฏิกิริยาแรกทันทีหลังทำ ไปจนถึงช่วงที่คอลลาเจนสร้างเต็มที่ในสัปดาห์ที่ 4-12 พร้อมแนะนำแนวทางดูแลเพื่อให้ผลอยู่ได้นานขึ้นนะคะ

Shurink Universe ทำแล้วหน้าผอมไหม? วิธีป้องกันแก้มยุบลิฟติ้ง

Shurink Universe ทำแล้วหน้าผอมลงไหม? วิธีป้องกันแก้มยุบที่ควรรู้

หลายคนกังวลว่าหลังทำ Shurink Universe แล้วหน้าจะยิ่งผอมจนดูโทรม บทความนี้จะพาไปทำความเข้าใจว่าทำไมถึงเกิดขึ้น และมีวิธีรับมืออย่างไรบ้าง

ติดตามเราใน Instagram

@beautysdoctors