LDM ไม่เห็นผล ทำมากี่ครั้งแล้ว และหวังผลเรื่องอะไรไว้?
ทำ LDM มา 2-3 ครั้งแล้วยังไม่ต่าง อาจยังเร็วไปที่จะตัดสิน มาดูว่าปัญหาแบบไหนที่ LDM ทำงานอยู่ ควรเทียบรูปเมื่อไหร่ และถ้ากังวลผิวหย่อนควรเทียบกับวิธีไหน
LDM ที่ยังไม่เห็นผล ให้เช็กสองเรื่องก่อน คือเรื่องที่คาดหวังไว้ตั้งแต่แรก กับจำนวนครั้งที่ทำไปแล้ว LDM มักใช้กับปัญหาที่เกี่ยวกับการอักเสบ เช่น สิว ผิวแดง หรืออาการบวมหลังผ่าตัด และต้องทำต่อเนื่องหลายครั้งก่อนจะประเมินผลค่ะ
ถ้าสิ่งที่หวังไว้คือกรอบหน้าที่ยกขึ้นหรือแก้มที่ดูเต็มขึ้น การทำเพิ่มอีกหลายครั้งอาจไม่ตรงจุดเท่ากับการเทียบกับวิธีอื่น บทความนี้จะพาไปดูว่าควรนับจำนวนครั้งยังไง เทียบผลด้วยอะไร และเมื่อไหร่ควรเปลี่ยนแผนนะคะ
สรุปสั้น ๆ
- LDM ที่ยังไม่เห็นผล ควรตัดสินใหม่จากเรื่องที่คาดหวังและจำนวนครั้งที่ทำไปแล้ว
- เกณฑ์: การศึกษาเรื่องสิวให้ทำสัปดาห์ละ 2 ครั้ง ต่อเนื่องได้ถึงคนละ 12 ครั้ง แล้วจึงดูผล
- ปัญหาที่ LDM ถูกใช้มาตลอดล้วนเกี่ยวกับการอักเสบ ทั้งสิว แผลเป็นนูน และอาการบวมช้ำหลังผ่าตัด
- ถ้ากังวลเรื่องผิวหย่อน ควรเทียบกับการยกกระชับที่ใช้ความร้อนกระตุ้นคอลลาเจน
LDM ช่วยเรื่องไหนได้บ้าง และคุณหวังผลเรื่องอะไรไว้?
LDM ถูกใช้มาตลอดกับโรคผิวที่มีการอักเสบอย่างสิว แผลเป็นนูน แผลเรื้อรัง และอาการบวมช้ำหลังผ่าตัด ถ้าคุณเริ่มทำเพราะปัญหากลุ่มนี้ ก็ถือว่าหวังผลในทิศทางที่ LDM ทำงานอยู่แล้ว
LDM ส่งคลื่นอัลตราซาวด์ 2-3 ความถี่ลงไปในผิว โดยสลับความถี่เร็ว ๆ ทุก 1-10 มิลลิวินาที ความถี่ยิ่งต่ำยิ่งลงได้ลึก ที่ 3 MHz คลื่นจะลงไปราว 10 มม. ที่ 10 MHz ราว 3 มม. และที่ 19 MHz ราว 1.5 มม. ก่อนที่แรงคลื่นจะเหลือครึ่งหนึ่ง พูดง่าย ๆ คือคล้ายเสียงเพลงจากห้องข้าง ๆ ที่เสียงเบสทุ้ม ๆ ทะลุผนังมาได้ไกลกว่าเสียงแหลม

LDM ต้องทำกี่ครั้ง ห่างกันแค่ไหน ถึงจะบอกได้ว่าได้ผลไหม?
ในการศึกษาเรื่องสิว ผู้เข้าร่วมทำสัปดาห์ละ 2 ครั้ง แต่ละคนทำตั้งแต่ 2 ไปจนถึง 12 ครั้ง แล้วจึงประเมินผล คะแนนสิวของ 22 คนดีขึ้นเฉลี่ย 73.69% ในวันที่ทำครั้งสุดท้าย และดีขึ้นเป็น 90.14% ในวันที่กลับมาติดตามผล แต่คนที่กลับมาติดตามผลมีเพียง 9 จาก 22 คน และเป็นการย้อนดูข้อมูลเดิมโดยไม่มีกลุ่มเปรียบเทียบ
ถ้าทำไป 2-3 ครั้งแล้วรู้สึกว่ายังไม่ต่าง ก็ยังน้อยกว่าจำนวนครั้งที่ใช้ดูผลในการศึกษานี้อยู่มาก และเพราะคะแนนในวันติดตามผลดีกว่าวันที่ทำครั้งสุดท้าย การตัดสินจึงควรรอให้ครบแผนก่อน แล้วเว้นไปอีกสักพัก ผลลัพธ์ที่ได้อาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล ขึ้นอยู่กับสภาพผิวและการดูแลตัวเอง ส่วนจำนวนครั้งที่เหมาะกับคุณ แพทย์จะเป็นผู้ประเมินเป็นรายบุคคล

ถ้ากังวลเรื่องผิวแดงหรือสิว ควรเทียบผลด้วยอะไร?
ถ้าเรื่องหลักคือผิวแดง ให้เทียบรูปที่ถ่ายใต้แสงเดียวกันในวันแรกที่ทำ กับราว 2 สัปดาห์หลังทำครบ การศึกษาเครื่องอัลตราซาวด์สองความถี่อีกรุ่นหนึ่ง (SONO STYLER ซึ่งไม่ใช่ LDM) ให้คนที่เป็นโรคหน้าแดง (rosacea) หรือสิว 26 คนทำสัปดาห์ละครั้งนาน 4 สัปดาห์ พอถึงสัปดาห์ที่ 6 หรือ 2 สัปดาห์หลังทำครบ ความแดงและปริมาณน้ำที่ระเหยออกจากผิวลดลงทั้งคู่ ผลนี้ก็ได้มาโดยไม่มีกลุ่มเปรียบเทียบเช่นกัน
ส่วนสิว ให้นับเม็ดที่ขึ้นใหม่และจุดที่เป็นหนองจากรูปมุมเดิม การส่องกระจกอย่างเดียวมักทำให้ใจไขว้เขวไปกับสิวเม็ดใหม่แค่เม็ดสองเม็ด
| เรื่องที่หวังไว้ตอนแรก | เทียบอะไร | เทียบเมื่อไหร่ |
|---|---|---|
| แก้มและจมูกแดง | รูปหน้าตรงและด้านข้างใต้แสงเดียวกัน | ราว 2 สัปดาห์หลังทำครบแผน |
| สิว | จำนวนเม็ดใหม่และจุดที่เป็นหนอง | วันที่กลับมาติดตามผลหลังครั้งสุดท้าย |
| บวมหลังทำหัตถการหรือผ่าตัด | วันที่บวมและช้ำยุบลง | ทุกวันในช่วงไม่กี่วันหลังทำ |

ถ้าหวังให้หน้ายกกระชับหรือแก้มเต็มขึ้น ควรมองยังไง?
การศึกษา LDM ไม่ได้วัดเรื่องกรอบหน้าที่หย่อนแล้วยกขึ้น หรือแก้มตอบที่กลับมาเต็ม ถ้ากังวลเรื่องผิวหย่อน แทนที่จะเพิ่มจำนวนครั้ง ควรเทียบกับการยกกระชับด้วยคลื่นความถี่วิทยุ (RF) หรืออัลตราซาวด์ที่ใช้ความร้อนกระตุ้นให้ผิวสร้างคอลลาเจนใหม่ก่อน สมาคมแพทย์ผิวหนังอเมริกัน (AAD) อธิบายว่าผลของการยกกระชับแบบนี้ค่อยเป็นค่อยไปและออกมาแบบเบา ๆ อัลตราซาวด์ใช้เวลาราว 2-6 เดือน ส่วน RF มักเห็นชัดที่สุดราว 6 เดือน
ถ้าเรื่องหลักคือแก้มตอบ ควรเทียบกับหัตถการที่เติมปริมาตรส่วนที่หายไป และถ้ามีทั้งผิวแดงและผิวหย่อน ลองเลือกก่อนว่าเรื่องไหนกวนใจมากกว่า จะช่วยแบ่งแผนได้ง่ายขึ้น

ผลข้างเคียงหลังทำ LDM แบบไหนหายเอง แบบไหนควรติดต่อคลินิก?
อาจมีรอยแดงเล็กน้อยหลังทำ ซึ่งในกลุ่มผู้ทำ LDM รักษาสิว 22 คนข้างต้น รอยแดงหายไปเองภายใน 1 ชั่วโมง และไม่พบรายงานผลข้างเคียงอื่น รอยแดงระดับนี้ถือเป็นปฏิกิริยาชั่วคราว
ถ้ามีอาการต่อไปนี้ ควรติดต่อคลินิกที่ทำก่อนจะนัดครั้งถัดไป
- ผิวแดงมากกว่าตอนก่อนทำ
- แสบร้อนต่อเนื่องไม่ยุบลง
- คันบริเวณที่ทำไม่หาย
หากมีอาการผิดปกติ ควรรีบปรึกษาแพทย์ทันที

ทำ LDM ระหว่างทริปเกาหลี ต้องวางแผนยังไง?
ถ้าไม่ได้รับยาให้หลับ (sedation) ในวันนั้น ก็ไม่มีเหตุผลต้องเลื่อนเที่ยวบินกลับเพราะการทำ LDM ค่ะ
การมาครั้งเดียวมีความหมายต่างกันไปตามหัตถการ บางอย่างอย่างฟิลเลอร์ (Filler) เปลี่ยนรูปหน้าได้ในวันเดียว แต่ส่วนใหญ่จะค่อย ๆ พาผิวกลับไปใกล้สภาพเดิมทีละน้อย LDM ก็เป็นแบบหลังและต้องทำหลายครั้ง การมาครั้งเดียวจึงไม่ได้แทนแผนทั้งชุด ถ้าอยู่เกาหลีไม่นาน ลองถามตอนปรึกษาว่าทริปนี้ทำได้กี่ครั้ง
พอกลับถึงบ้านแล้ว สามารถแอด LINE ส่งรูปมาสอบถามได้ แต่ถ้ามีอาการหนัก เช่น แดงและแสบร้อนมากขึ้นเรื่อย ๆ ควรไปพบแพทย์ที่สถานพยาบาลใกล้บ้านก่อนค่ะ
สรุป: ก่อนตัดสินว่า LDM ไม่ได้ผล ควรถามคุณหมอเรื่องอะไร
ลองเริ่มจากคำถามว่า เรื่องที่กังวลอยู่คือผิวแดงหรือผิวหย่อน และถ้าเป็นเรื่องนี้ควรทำสัปดาห์ละกี่ครั้ง รวมทั้งหมดกี่ครั้ง คำตอบจะบอกได้ทันทีว่าจำนวนครั้งที่ผ่านมาพอหรือยัง
ถ้าอยากให้ช่วยดูแผนที่ทำมา แอด LINE มาปรึกษาคุณหมอที่ Beautystone Clinic ย่านฮับจอง กรุงโซล ได้เลยนะคะ ที่คลินิกมีเจ้าหน้าที่ที่พูดภาษาไทยได้ จึงปรึกษาเป็นภาษาไทยได้โดยตรง ข้อความแรกช่วยบอกเรื่องที่หวังไว้ตอนเริ่มทำ จำนวนครั้งและระยะห่างที่ทำมา และถ้ามีรูปช่วงครั้งแรกกับครั้งล่าสุดก็แนบมาด้วยนะคะ
แหล่งข้อมูลอ้างอิง
- บันทึกผู้ทำ LDM รักษาสิวสัปดาห์ละ 2 ครั้ง 22 คน — Journal of Cosmetic Dermatology, 2025
- บันทึกผู้หญิง 20 คนที่ทำ LDM กับเซลลูไลท์ — Clinical, Cosmetic and Investigational Dermatology, 2024
- การใช้ LDM ลดอาการบวมช้ำหลังผ่าตัดจมูก — Journal of Cosmetic Dermatology, 2024
- เครื่องอัลตราซาวด์สองความถี่อีกรุ่นกับผิวแดงและความชุ่มชื้นของผิว — Journal of Clinical Medicine, 2021
- ช่วงเวลาเห็นผลของการยกกระชับผิวหย่อนแต่ละวิธี — สมาคมแพทย์ผิวหนังอเมริกัน (AAD)
คำถามที่พบบ่อย
Q. ทำ LDM ช่วยลดบวมหลังผ่าตัดจมูกได้ไหม
A. มีการศึกษาที่ใช้ LDM ลดอาการบวมและช้ำหลังผ่าตัดจมูกค่ะ กลุ่มที่ทำ LDM ทุกวันนาน 5 วันตั้งแต่วันถัดจากผ่าตัด 24 คน บวมเฉลี่ย 1.9 วันและช้ำ 2.8 วัน ส่วนกลุ่มที่ประคบเย็นอย่างเดียว 24 คน บวม 4.5 วันและช้ำ 7.4 วัน งานนี้เป็นการย้อนดูข้อมูลเดิม แผนหลังผ่าตัดจึงควรคุยกับคลินิกที่ผ่าตัดก่อนค่ะ
Q. กินยารักษาสิวอยู่ ทำ LDM ได้ไหม
A. ถ้ากำลังกินยารักษาสิว ควรแจ้งชื่อยาและวันที่เริ่มกินตอนปรึกษาก่อนค่ะ การศึกษาเรื่องสิวตัดคนที่ใช้สเตียรอยด์ เรตินอยด์ หรือยาต้านการอักเสบภายใน 3 เดือนออก และดูเฉพาะคนที่ไม่ได้รักษาสิวด้วยวิธีอื่นระหว่างนั้น ผลของการทำ LDM ควบคู่กับยาจึงยังบอกจากงานนี้ไม่ได้ค่ะ
Q. ผล LDM อยู่ได้นานแค่ไหน
A. ข้อมูลเรื่องระยะเวลาที่ผล LDM อยู่ยังมีแค่ช่วงสั้น ๆ ค่ะ ในการศึกษาเรื่องสิว 9 คนที่กลับมาติดตามผลในช่วง 1-22 เดือนหลังทำครั้งสุดท้ายไม่ได้แย่ลง ส่วนงานเรื่องเซลลูไลท์ติดตาม 20 คนไปถึง 3-18 เดือน ทั้งสองงานไม่มีกลุ่มเปรียบเทียบ จึงไม่ควรอ่านเป็นตัวเลขยืนยันระยะเวลาค่ะ
Q. LDM ใช้กับเซลลูไลท์ได้ไหม
A. มีบันทึกการใช้ LDM กับเซลลูไลท์ค่ะ ผู้หญิงอายุ 27-53 ปี 20 คนทำสัปดาห์ละ 1-2 ครั้ง รวม 8-10 ครั้ง แล้วคะแนนเซลลูไลท์ที่แพทย์ประเมินลดลง โดยไม่มีรายงานผลข้างเคียงหรืออาการปวด งานนี้รวบรวมข้อมูลเดิมจากคลินิกเดียว ผลที่ได้จึงอาจแตกต่างกันไปในแต่ละคนค่ะ
Q. เครื่อง LDM ที่ใช้ชุดความถี่ต่างกัน ผลต่างกันไหม
A. ในการศึกษาเรื่องสิว ชุดความถี่ 1, 3, 10 MHz กับชุด 3, 10, 19 MHz ให้ผลไม่ต่างกันค่ะ ชุดความถี่เปลี่ยนความลึกที่คลื่นลงไปถึง แต่คะแนนสิวที่ดีขึ้นใกล้เคียงกัน ก่อนจะดูชื่อเครื่อง จึงควรเช็กจำนวนครั้งและระยะห่างที่เหมาะกับปัญหาของตัวเองก่อนค่ะ










