ภาพปกอธิบายจังหวะเวลาและข้อควรระวังในการนวดหลังฉีด Juvelook
ผิวหนัง

หลัง Juvelook ต้องนวดไหม? นวดเมื่อไหร่และแรงแค่ไหน เจาะลึกวิธีดูแล

หลายคนที่ฉีด Juvelook มักได้รับคำแนะนำให้นวดบริเวณที่ทำ แต่พอกลับถึงบ้านกลับไม่แน่ใจว่าควรเริ่มนวดเมื่อไหร่และแรงแค่ไหน บทความนี้จะอธิบายให้เข้าใจง่ายค่ะ

ติดตาม Hongdae Beautys Doctors YouTube
วียองจิน

วียองจิน

ผู้อำนวยการ

ตรวจสอบโดยแพทย์ นพ. วียองจิน
2นาที

เคยไหมคะ ที่หลังฉีด Juvelook แล้วคุณหมอแนะนำให้ไปนวดบริเวณที่ทำต่อที่บ้าน แต่พอกลับถึงบ้านจริง ๆ กลับไม่แน่ใจว่าควรเริ่มนวดเมื่อไหร่ นวดบ่อยแค่ไหน และควรกดแรงระดับใด จนหลายคนเลือกที่จะข้ามการนวดไปเลย

โดยทั่วไปการนวดหลังฉีดสารกลุ่ม Juvelook เป็นการดูแลที่ช่วยให้ผลลัพธ์กระจายตัวสม่ำเสมอ จึงควรทำตามที่ได้รับคำแนะนำ แต่ไม่ได้หมายความว่ายิ่งกดแรงยิ่งดี เพราะทั้งจังหวะเวลาและระดับความแรงล้วนมีแนวทางของมัน เมื่อเข้าใจว่า Juvelook ทำงานในผิวอย่างไร ก็จะเข้าใจได้เองว่าทำไมถึงแนะนำให้นวด บทความนี้ BeautyStone Clinic จะพาคุณไปเจาะลึกตั้งแต่กลไกการทำงานไปจนถึงแนวทางการดูแลหลังทำอย่างครบถ้วน ไปดูกันเลยค่ะ

Juvelook คืออะไร และทำงานในผิวอย่างไร

Juvelook (จูวีลุค) เป็นสารกระตุ้นคอลลาเจนที่มีส่วนประกอบหลักคือ PDLLA ซึ่งเป็นอนุภาคชนิดย่อยสลายได้เองตามธรรมชาติ เมื่อฉีดเข้าสู่ชั้นผิวหนังแท้ (Dermis) ผิวจะค่อย ๆ ดูดซึมอนุภาคเหล่านี้ และในระหว่างกระบวนการนั้นก็จะกระตุ้นให้ร่างกายสร้างคอลลาเจน (Collagen) ขึ้นมาใหม่

กลไกนี้จึงไม่ได้เติมวอลุ่มให้เต็มในทันที แต่เป็นการค่อย ๆ ปรับให้ผิวเรียบเนียนและกระชับขึ้นเมื่อเวลาผ่านไป เปรียบเสมือนการค่อย ๆ เติมโครงสร้างใต้ผิวจากภายใน มากกว่าการดันผิวให้อูมขึ้นทันทีแบบฟิลเลอร์ทั่วไป

มีงานวิจัยทางคลินิกที่ศึกษาการฟื้นฟูผิวโดยใช้ PDLLA ร่วมกับกรดไฮยาลูโรนิกชนิดไม่เชื่อมขวาง โดยพบว่ามีคอลลาเจนและเส้นใยอีลาสตินเพิ่มขึ้นในชั้นผิวหนังแท้ จากการตรวจชิ้นเนื้อ และไม่พบผลข้างเคียงร้ายแรง อย่างไรก็ตาม การที่อนุภาคกระจายตัวสม่ำเสมอโดยไม่จับตัวเป็นก้อนถือเป็นสิ่งสำคัญ จึงมักมีการแนะนำให้ทำการนวดควบคู่ไปด้วย

ภาพแสดงกลไก PDLLA กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนในชั้นผิวหนังแท้

ทำไมถึงแนะนำให้นวดหลังทำ Juvelook

เหตุผลหลักที่แนะนำให้นวด คือเพื่อช่วยให้อนุภาคกระจายตัวอย่างสม่ำเสมอ ไม่จับตัวรวมกันเป็นก้อนในจุดเดียว เพราะในช่วงหลังฉีดใหม่ ๆ สารยังอยู่ในระยะที่กำลังปรับตำแหน่ง การค่อย ๆ นวดเกลี่ยเบา ๆ จึงช่วยให้ผลลัพธ์เรียบเนียนขึ้น และยังมีส่วนช่วยให้อาการบวมหรือรอยช้ำยุบตัวได้เร็วขึ้นด้วย

หัวข้อกรณีที่นวดตามคำแนะนำกรณีที่ข้ามการนวด
การกระจายของอนุภาคกระจายตัวสม่ำเสมอมีโอกาสจับตัวเป็นก้อน
ความเรียบเนียนของผิวผิวเรียบเนียนขึ้นอาจรู้สึกไม่เรียบเสมอกัน
การฟื้นตัวของอาการบวมช่วยให้ยุบเร็วขึ้นอาจยุบช้ากว่าเล็กน้อย

อย่างไรก็ตาม การนวดไม่ได้ยิ่งแรงยิ่งดี หากกดแรงเกินไปอาจกลายเป็นการกระตุ้นผิวจนเกิดการระคายเคืองได้ ดังนั้นการนวดตามระดับความแรงและจำนวนครั้งที่ได้รับคำแนะนำจึงเป็นเรื่องสำคัญ ไม่ควรตัดสินใจเพิ่มความแรงหรือความถี่ด้วยตัวเอง

ภาพแสดงการนวดช่วยให้อนุภาคกระจายตัวสม่ำเสมอ

ควรเริ่มนวดเมื่อไหร่ และแรงระดับใด

โดยทั่วไปมักแนะนำให้เริ่มนวดตั้งแต่วันที่ทำหรือวันถัดไป ต่อเนื่องเป็นเวลาไม่กี่วัน วันละหลายครั้ง ด้วยวิธีค่อย ๆ เกลี่ยเบา ๆ โดยใช้ปลายนิ้วกดด้วยแรงที่นุ่มนวลระดับที่ไม่รู้สึกเจ็บ แล้ววนเป็นวงกลมเบา ๆ เป็นพื้นฐาน

ทั้งนี้ จังหวะเวลาและจำนวนครั้งอาจแตกต่างกันไปตามบริเวณที่ทำและปริมาณที่ฉีด ผลลัพธ์ที่ได้จึงอาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล ขึ้นอยู่กับสภาพผิวและการดูแลตัวเอง การทำตามแนวทางที่คุณหมอผู้ทำหัตถการแนะนำเฉพาะบุคคลจึงเป็นวิธีที่แม่นยำที่สุด หากไม่แน่ใจเรื่องเวลาหรือจำนวนครั้ง ควรสอบถามกลับไปยังคลินิกที่ทำ ปลอดภัยกว่าการนวดถี่หรือแรงเกินไปด้วยการตัดสินใจเองค่ะ

ภาพแสดงการนวดด้วยแรงที่นุ่มนวลระดับที่ไม่รู้สึกเจ็บ

ผลข้างเคียงและข้อควรระวังที่ควรรู้

Juvelook เป็นหัตถการที่มักมีระยะพักฟื้น (Downtime) ไม่นานนัก แต่ก็อาจมีอาการรอยแดงหรือบวมเล็กน้อยในบริเวณที่ฉีดได้ ซึ่งโดยทั่วไปมักหายได้เองภายในไม่กี่วัน หากมีอาการผิดปกติ บวมแดงมากขึ้น หรืออาการยืดเยื้อ ควรรีบปรึกษาแพทย์ทันที

นอกจากนี้ยังมีบางกลุ่มที่ควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญอย่างละเอียดก่อนตัดสินใจทำ ได้แก่

  • ผู้ที่อยู่ในระหว่างตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร
  • ผู้ที่มีประวัติแพ้ส่วนประกอบของผลิตภัณฑ์
  • ผู้ที่มีแนวโน้มเกิดแผลเป็นนูนหรือคีลอยด์ (Keloid) ได้ง่าย
  • ผู้ที่มีการติดเชื้อหรือการอักเสบบริเวณผิวที่จะทำ

การพิจารณาว่าหัตถการนี้เหมาะกับคุณหรือไม่ ควรผ่านการประเมินจากแพทย์เป็นรายบุคคล เพราะสภาพผิวและความต้องการของแต่ละคนไม่เหมือนกัน

การดูแลอื่น ๆ นอกเหนือจากการนวด

เนื่องจากผลลัพธ์ของ Juvelook จะค่อย ๆ ปรากฏ การดูแลตัวเองในช่วงไม่กี่วันแรกจึงมีส่วนช่วยให้ผลลัพธ์ออกมาดีขึ้น โดยมีแนวทางที่ควรใส่ใจดังนี้

  • การนวด — เกลี่ยเบา ๆ ตามจังหวะเวลาและความแรงที่ได้รับคำแนะนำ
  • การออกกำลังกายหนักและซาวน่าในวันที่ทำ — ความร้อนและเหงื่ออาจเป็นการกระตุ้นซ้ำ ควรงดสักหนึ่งวัน
  • การบำรุงความชุ่มชื้น — บริเวณที่ฉีดอาจแห้งชั่วคราว ควรบำรุงด้วยมอยส์เจอไรเซอร์สูตรอ่อนโยน
  • การป้องกันแสงแดด — ในช่วงพักฟื้น ควรทาครีมกันแดดอย่างสม่ำเสมอเพื่อลดการระคายเคือง
  • การดื่มแอลกอฮอล์ — อาจทำให้อาการบวมและรอยช้ำมากขึ้น แนะนำให้งด 1-2 วัน

โดยทั่วไปผลลัพธ์มักจะค่อย ๆ ปรากฏชัดในช่วงประมาณ 1 ถึง 3 เดือนหลังทำ ส่วนระยะเวลาที่คงอยู่นั้นแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล จึงควรดูจากพัฒนาการของผลลัพธ์แล้วค่อยกำหนดจังหวะครั้งต่อไป มากกว่าจะตัดสินจากครั้งเดียว

ทำไมต้องเป็น BeautyStone ย่านฮับจอง

BeautyStone Clinic ในย่านฮับจอง กรุงโซล เป็นคลินิกจากเกาหลีที่ให้ความสำคัญกับการดูแลหลังทำ โดยเฉพาะหัตถการอย่าง Juvelook ที่ผลลัพธ์ค่อย ๆ ปรากฏตามเวลา เราจึงอธิบายแนวทางการดูแลหลังฉีดไปพร้อมกับตอนทำหัตถการ จังหวะและความแรงของการนวดก็จะประเมินให้เหมาะกับสภาพผิว ปริมาณ และบริเวณของแต่ละบุคคล

แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนังเป็นผู้ทำหัตถการด้วยตัวเอง และด้วยความที่เป็นคลินิกขนาดเล็กที่เดินจากสถานีฮับจองถึงได้ จึงสามารถดูแลคนไข้ทีละคนได้อย่างใส่ใจ ค่าใช้จ่ายแตกต่างกันไปตามแต่ละบุคคล ขึ้นอยู่กับปริมาณและบริเวณที่ทำ *ราคาอาจมีการเปลี่ยนแปลง ควรสอบถามเพิ่มเติมกับทางคลินิก

สรุป

Juvelook คือหัตถการที่อาศัยอนุภาค PDLLA ค่อย ๆ ถูกดูดซึมและกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน ทำให้ผลลัพธ์ค่อย ๆ ปรากฏตามเวลา การนวดหลังทำจึงเป็นการดูแลที่ช่วยเกลี่ยอนุภาคให้กระจายตัวสม่ำเสมอและช่วยให้ผิวเรียบเนียนขึ้น โดยควรทำตามจังหวะเวลาและความแรงที่ได้รับคำแนะนำ ไม่ควรกดแรงเกินไป ทั้งนี้ผลลัพธ์อาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล ควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อประเมินก่อนตัดสินใจ หากคุณกำลังกังวลว่าหลังฉีด Juvelook ควรดูแลตัวเองอย่างไร แอด LINE เข้ามาปรึกษาคุณหมอได้เลยนะคะ ปรึกษาฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย ที่ BeautyStone Clinic ย่านฮับจอง กรุงโซลค่ะ

คำถามที่พบบ่อย

Q1. ถ้าไม่นวดหลังทำ Juvelook ผลลัพธ์จะแย่ลงไหม?

การนวดเป็นการดูแลที่ช่วยให้อนุภาคกระจายตัวสม่ำเสมอ หากทำตามคำแนะนำก็จะช่วยให้ผลลัพธ์เรียบเนียนขึ้น การข้ามไปครั้งหนึ่งอาจไม่ได้ทำให้เกิดปัญหาทันที แต่ในช่วงที่แนะนำก็ควรทำตามค่ะ หากไม่แน่ใจ สอบถามกลับไปยังคลินิกที่ทำจะสบายใจกว่านะคะ

Q2. นวดแรง ๆ จะยิ่งได้ผลดีกว่าหรือไม่?

ไม่ใช่ค่ะ หากกดแรงเกินไปอาจกลายเป็นการระคายเคืองผิว การเกลี่ยเบา ๆ ด้วยแรงระดับที่ไม่รู้สึกเจ็บจึงเป็นพื้นฐาน ควรทำตามระดับความแรงและจำนวนครั้งที่ได้รับคำแนะนำ และปรึกษาแพทย์แทนการเพิ่มด้วยตัวเองนะคะ

Q3. กี่วันถึงจะเห็นผลของ Juvelook?

Juvelook ไม่ใช่หัตถการที่เติมวอลุ่มทันที แต่เป็นการค่อย ๆ สร้างคอลลาเจนขึ้นมาใหม่ โดยทั่วไปมักเริ่มเห็นการเปลี่ยนแปลงในช่วงประมาณ 1 ถึง 3 เดือนหลังทำ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสภาพผิวของแต่ละบุคคล จึงควรดูจากพัฒนาการของผลลัพธ์ค่ะ

Q4. หลังทำ Juvelook กลับไปใช้ชีวิตปกติได้เลยไหม?

เนื่องจากมีระยะพักฟื้นไม่นานนัก โดยทั่วไปจึงกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้ค่อนข้างเร็ว แต่ในวันที่ทำควรงดออกกำลังกายหนักและซาวน่า และนวดตามที่ได้รับคำแนะนำ หากมีอาการบวมหรือรอยช้ำ ไม่ควรฝืน และควรสังเกตอาการต่อไปนะคะ

บทความแนะนำ

Potenza กับผิวมันรูขุมขนกว้างและรอยหลุมสิวในผู้ชายผิวหนัง

Potenza กับผิวมันรูขุมขนกว้างในผู้ชาย จำเป็นต้องทำจริงไหม?

ผิวของผู้ชายหนากว่าและต่อมไขมันทำงานมากกว่า ทำให้รูขุมขนกว้างและรอยหลุมสิวลึกกว่า เป็นเรื่องที่ครีมหรือโทนเนอร์แก้ได้ยาก บทความนี้ BeautyStone Clinic จะพาไปดูว่า Potenza Microneedle RF ทำงานกับผิวผู้ชายอย่างไร และคาดหวังผลได้แค่ไหนค่ะ

ผู้หญิงที่มีโรคประจำตัวกำลังพิจารณาการทำหัตถการความงามผิวหนัง

มีโรคประจำตัวหรือกินยาอยู่ ทำหัตถการความงามได้ไหม?

ถ้าคุณเป็นเบาหวาน ความดันสูง หรือกินยาละลายลิ่มเลือดอยู่ แล้วอยากทำหัตถการความงาม บทความนี้จะพาไปดูว่าต้องระวังอะไร และควรบอกคลินิกเรื่องอะไรบ้าง

ผู้หญิงกำลังปรึกษาแพทย์เรื่องสกินบูสเตอร์กับการสูบบุหรี่ก่อนทำผิวหนัง

สูบบุหรี่ทำ Rejuran เห็นผลช้าลงจริงไหม?

ถ้าคุณสูบบุหรี่แล้วกำลังคิดจะทำสกินบูสเตอร์อย่าง Rejuran คำถามที่ว่าคอลลาเจนจะฟื้นตัวช้าลงไหมเป็นเรื่องที่หลายคนกังวลใจ บทความนี้จะพาไปดูว่าบุหรี่ส่งผลต่อการสร้างคอลลาเจนยังไง และจะดูแลให้ผลลัพธ์ดีขึ้นได้อย่างไร

บทความล่าสุด

ฉีดฟิลเลอร์แล้วทำทันตกรรมได้เลยไหม ต้องเว้นระยะเท่าไหร่ BeautyStone Clinicรูปหน้าและวอลุ่ม

ฉีดฟิลเลอร์แล้วทำทันตกรรมได้เลยไหม? เว้นระยะเท่าไหร่ถึงปลอดภัย

หลายคนไม่รู้ว่าทำทันตกรรมหลังฉีดฟิลเลอร์มีความเสี่ยงจริง ทั้งเรื่องการติดเชื้อและการกดดันที่ฟิลเลอร์ บทความนี้ BeautyStone Clinic จะพาคุณไปเจาะลึกว่าควรเว้นระยะนานแค่ไหน และทำไมถึงต้องระวังค่ะ

มีเครื่องกระตุ้นหัวใจหรือโลหะในร่างกาย ทำ RF Lifting ได้ไหม BeautyStone Clinicลิฟติ้ง

มีเครื่องกระตุ้นหัวใจหรือโลหะในร่างกาย ทำ RF Lifting ได้ไหม?

เครื่องกระตุ้นหัวใจ รากฟันเทียม และโลหะในร่างกายมีผลต่อการทำ RF Lifting ต่างกัน บทความนี้ BeautyStone Clinic จะพาคุณไปเจาะลึกว่าสิ่งใดเป็นข้อห้ามจริง สิ่งใดทำได้ด้วยความระมัดระวัง และต้องแจ้งแพทย์เรื่องใดบ้างก่อนทำค่ะ

ผู้ชายผิวหนาหน้าตก Sofwave Ultrasound Lifting ที่คลินิก BeautyStoneผู้ชาย

ผู้ชายผิวหนาหน้าตก Sofwave ช่วยได้ไหม?

ผิวผู้ชายหนากว่าและต่อมไขมันทำงานมากกว่า ทำให้หน้าตกมีลักษณะต่างจากผู้หญิง บทความนี้ BeautyStone Clinic จะพาไปดูว่า Sofwave ซึ่งเป็น Ultrasound Lifting แบบใหม่ ทำงานกับผิวผู้ชายได้ดีไหม และควรคาดหวังอะไรได้บ้างค่ะ

ใบหน้ายุบหลังลดน้ำหนัก รักษาด้วย Collagen Booster ที่คลินิกผิวหนังรูปหน้าและวอลุ่ม

หน้าแฟบหลังลดน้ำหนักเร็ว แก้ได้ด้วย Collagen Booster จริงไหม?

ลดน้ำหนักเร็วแล้วหน้ายุบทั้งที่ไม่ได้แก่เลย เป็นเพราะไขมันใต้ผิวหนังหายเร็วกว่าที่โครงสร้างจะรับมือได้ บทความนี้ BeautyStone Clinic จะพาคุณไปเจาะลึกว่า Collagen Booster ช่วยฟื้นคืนวอลลุ่มบนใบหน้าได้อย่างไร และต่างจากฟิลเลอร์อย่างไรบ้างค่ะ

Potenza กับผิวมันรูขุมขนกว้างและรอยหลุมสิวในผู้ชายผิวหนัง

Potenza กับผิวมันรูขุมขนกว้างในผู้ชาย จำเป็นต้องทำจริงไหม?

ผิวของผู้ชายหนากว่าและต่อมไขมันทำงานมากกว่า ทำให้รูขุมขนกว้างและรอยหลุมสิวลึกกว่า เป็นเรื่องที่ครีมหรือโทนเนอร์แก้ได้ยาก บทความนี้ BeautyStone Clinic จะพาไปดูว่า Potenza Microneedle RF ทำงานกับผิวผู้ชายอย่างไร และคาดหวังผลได้แค่ไหนค่ะ

ผู้หญิงที่มีโรคประจำตัวกำลังพิจารณาการทำหัตถการความงามผิวหนัง

มีโรคประจำตัวหรือกินยาอยู่ ทำหัตถการความงามได้ไหม?

ถ้าคุณเป็นเบาหวาน ความดันสูง หรือกินยาละลายลิ่มเลือดอยู่ แล้วอยากทำหัตถการความงาม บทความนี้จะพาไปดูว่าต้องระวังอะไร และควรบอกคลินิกเรื่องอะไรบ้าง

ติดตามเราใน Instagram

@beautysdoctors