ภาพแสดงไทม์ไลน์การเกิดคอลลาเจนหลังฉีดจูวีลุค
ผิวหนัง

ฉีดจูวีลุคแล้ว คอลลาเจนเริ่มขึ้นเมื่อไหร่ อยู่ได้นานแค่ไหน?

จูวีลุคไม่ใช่โปรแกรมที่ให้ผลลัพธ์ทันทีตั้งแต่วันที่ฉีด แต่กระตุ้นให้ผิวค่อย ๆ สร้างคอลลาเจนขึ้นมาเอง บทความนี้พาไปดูว่าคอลลาเจนเริ่มขึ้นเมื่อไหร่ และผลลัพธ์อยู่ได้นานแค่ไหน

ติดตาม Hongdae Beautys Doctors YouTube

เคยไหมคะ ที่ฉีดจูวีลุคไปแล้ว แต่รู้สึกว่าหน้ายังไม่อิ่มฟูขึ้นอย่างที่คิด แล้วก็เริ่มกังวลว่าผลลัพธ์จะมาไหม จริง ๆ แล้วจูวีลุค (Juvelook) ไม่ใช่สารเติมเต็มที่ให้ผลลัพธ์ทันทีตั้งแต่วันที่ฉีดเหมือนฟิลเลอร์ แต่เป็นโปรแกรมที่กระตุ้นให้ผิวสร้างคอลลาเจนขึ้นมาเองทีละน้อย ผลลัพธ์จึงค่อย ๆ ปรากฏขึ้นในช่วงหลายสัปดาห์หลังฉีด บทความนี้ BeautyStone Clinic จะพาคุณไปเจาะลึกว่าคอลลาเจนจากจูวีลุคเริ่มขึ้นเมื่อไหร่ และผลลัพธ์ด้านความอิ่มฟูจะอยู่ได้นานแค่ไหน พร้อมแนะนำแนวทางการดูแลให้ผลลัพธ์อยู่ได้นานขึ้นค่ะ

จูวีลุคคืออะไร? กลไกการกระตุ้นคอลลาเจน

จูวีลุค (Juvelook) เป็นโปรแกรมในกลุ่มคอลลาเจนบูสเตอร์ ที่มีส่วนประกอบหลักเป็น PDLLA (Poly-D,L-Lactic Acid) ผสมกับกรดไฮยาลูโรนิก (Hyaluronic Acid: HA) แบบไม่ครอสลิงก์ เมื่อฉีดเข้าชั้นผิว สาร PDLLA จะค่อย ๆ สลายตัวไปตามเวลา และในระหว่างกระบวนการสลายตัวนี้ ผิวจะเกิดปฏิกิริยาซ่อมแซมตัวเองและกระตุ้นให้เกิดการสร้างคอลลาเจนใหม่ขึ้นมา

ต่างจากฟิลเลอร์ที่ใช้เนื้อสารเติมเต็มพื้นที่โดยตรง จูวีลุคใช้กลไกกระตุ้นให้ผิวสร้างเนื้อเยื่อของตัวเองขึ้นมาแทน ผลลัพธ์จึงไม่ได้เกิดขึ้นทันทีหลังฉีด แต่ค่อย ๆ ปรากฏชัดขึ้นตามระยะเวลาที่คอลลาเจนถูกสร้างขึ้น

แนวคิดนี้สอดคล้องกับงานวิจัยที่พบว่าสารกลุ่มกรดโพลีแลคติกกระตุ้นการสังเคราะห์คอลลาเจนตั้งแต่สัปดาห์ที่ 2-4 หลังฉีด และการสร้างคอลลาเจนจะเพิ่มขึ้นมากในช่วงประมาณสัปดาห์ที่ 8 ซึ่งอธิบายได้ว่าทำไมผลลัพธ์ของจูวีลุคจึงไม่เห็นทันทีตั้งแต่วันแรก แต่ต้องอาศัยระยะเวลาหลายสัปดาห์

ภาพแสดงกลไกที่จูวีลุคกระตุ้นให้ผิวสร้างคอลลาเจน

คอลลาเจนจากจูวีลุคเริ่มขึ้นเมื่อไหร่?

ช่วงแรกหลังฉีด อาจรู้สึกว่าผิวอิ่มฟูขึ้นเล็กน้อยจากปริมาณสารที่ฉีดเข้าไป แต่ความอิ่มฟูแบบนี้เป็นผลชั่วคราวที่มักจะยุบลงภายในไม่กี่วัน ความเปลี่ยนแปลงที่แท้จริงจะเริ่มขึ้นเมื่อคอลลาเจนใหม่เริ่มถูกสร้าง ซึ่งโดยทั่วไปมักเริ่มสังเกตเห็นได้ตั้งแต่สัปดาห์ที่ 2-4 เป็นต้นไป

ช่วงเวลาสิ่งที่มักสังเกตเห็น
ทันทีหลังฉีดอิ่มฟูเล็กน้อยจากปริมาณสาร (ชั่วคราว)
สัปดาห์ที่ 2-4คอลลาเจนเริ่มถูกสร้าง เริ่มสังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลง
ประมาณเดือนที่ 2ความอิ่มฟูมักเห็นชัดเจน
หลังจากนั้นผลลัพธ์มักคงอยู่ต่อเนื่องในระยะหนึ่ง ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล

โดยทั่วไปช่วงที่เห็นความอิ่มฟูชัดเจนมักอยู่ที่ประมาณเดือนที่ 2 หลังฉีด ทั้งนี้ความเร็วในการสร้างคอลลาเจนอาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล ขึ้นอยู่กับบริเวณที่ฉีดและสภาพผิวของแต่ละคน จึงไม่ควรตัดสินผลลัพธ์จากรูปลักษณ์ในวันที่ฉีดเพียงอย่างเดียว แต่ควรรอดูความเปลี่ยนแปลงไปอีกสักระยะ

ผลลัพธ์ด้านความอิ่มฟูอยู่ได้นานแค่ไหน?

คอลลาเจนที่ถูกสร้างขึ้นจากจูวีลุคจะค่อย ๆ ลดลงไปตามเวลาเช่นเดียวกับคอลลาเจนตามธรรมชาติของผิว การดูแลตัวเองอย่างสม่ำเสมอจึงมีผลต่อระยะเวลาที่ผลลัพธ์จะคงอยู่ได้นานแค่ไหน

  • ฉีดซ้ำตามรอบที่เหมาะกับตัวเอง — เนื่องจากคอลลาเจนลดลงตามเวลา การสังเกตความเปลี่ยนแปลงของตัวเองแล้ววางแผนฉีดซ้ำจะช่วยให้ผลลัพธ์ต่อเนื่อง
  • ทาครีมกันแดดอย่างสม่ำเสมอ — แสงแดดเป็นหนึ่งในปัจจัยหลักที่ทำลายคอลลาเจน การป้องกันแสงแดดจึงสำคัญมาก
  • ดูแลผิวให้มีความชุ่มชื้นเพียงพอ — เมื่อเกราะปกป้องผิวแข็งแรง ผลลัพธ์ด้านความอิ่มฟูก็มักอยู่ได้นานขึ้น
  • งดสูบบุหรี่และลดการดื่มแอลกอฮอล์ — พฤติกรรมเหล่านี้ส่งผลต่อการสร้างคอลลาเจน การลดลงจึงเป็นผลดี
  • หลีกเลี่ยงน้ำหนักตัวที่เปลี่ยนแปลงรวดเร็ว — อาจส่งผลต่อความอิ่มฟูของผิว การรักษาน้ำหนักให้คงที่จึงช่วยได้

ผลลัพธ์ที่ได้อาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล ขึ้นอยู่กับสภาพผิวและการดูแลตัวเอง การดูแลผิวอย่างต่อเนื่องควบคู่ไปกับการฉีดตามรอบที่เหมาะสมจึงเป็นแนวทางที่ช่วยให้ผลลัพธ์อยู่ได้นานขึ้น

ภาพแสดงวิธีดูแลผิวให้ผลลัพธ์จูวีลุคอยู่ได้นาน

เหมาะกับใคร ไม่เหมาะกับใคร

จูวีลุคเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการฟื้นฟูความอิ่มฟูของผิวอย่างเป็นธรรมชาติ ไม่ต้องการความอิ่มฟูที่ชัดเจนฉับพลันแบบฟิลเลอร์ และต้องการกระตุ้นให้ผิวสร้างคอลลาเจนขึ้นมาเอง

ในขณะเดียวกัน ผู้ที่ตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร ผู้ที่มีการอักเสบหรือแผลบริเวณที่จะฉีด รวมถึงผู้ที่มีประวัติแพ้ส่วนประกอบของผลิตภัณฑ์ อาจไม่เหมาะกับการฉีดในช่วงนั้น ควรแจ้งประวัติสุขภาพให้แพทย์ผู้เชี่ยวชาญทราบก่อนตัดสินใจฉีดเสมอ

ผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นหลังฉีด

จูวีลุคถือเป็นโปรแกรมที่มีระยะพักฟื้นไม่มากนัก แต่ในช่วงไม่กี่วันแรกหลังฉีดอาจมีอาการเล็กน้อยเกิดขึ้นได้ ซึ่งส่วนใหญ่มักหายไปเองตามธรรมชาติ

  • รอยแดงหรือบวมบริเวณที่ฉีด — มักหายได้เองภายใน 1-3 วัน
  • รอยช้ำเล็กน้อย — อาจเกิดขึ้นในบางคน และมักจางลงภายใน 1-2 สัปดาห์
  • ก้อนเล็ก ๆ ใต้ผิว — ส่วนใหญ่มักยุบตัวไปเองตามเวลา แต่หากยังคงอยู่นานควรปรึกษาแพทย์
  • อาการเจ็บมากขึ้นเรื่อย ๆ หรือก้อนแข็งที่ไม่ยุบ — เป็นสัญญาณที่ต่างจากอาการปกติ ควรรีบปรึกษาแพทย์ทันที

เนื่องจากความอิ่มฟูต้องใช้เวลากว่าจะเห็นผลชัดเจน จึงไม่จำเป็นต้องกังวลมากเกินไปกับอาการเล็กน้อยในช่วงพักฟื้น อย่างไรก็ตาม เนื้อหาในบทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไปเท่านั้น ควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อประเมินความเหมาะสมและวิธีดูแลตัวเองเฉพาะบุคคลก่อนตัดสินใจเสมอ

ภาพแสดงผลข้างเคียงที่อาจพบได้หลังฉีดจูวีลุค

ราคาจูวีลุคโดยประมาณ

ราคาของจูวีลุคเริ่มต้นที่หลักพันถึงหลักหมื่นบาทต่อครั้ง ขึ้นอยู่กับปริมาณที่ฉีด บริเวณที่รักษา และการออกแบบโปรแกรมของแพทย์แต่ละท่าน *ราคาอาจมีการเปลี่ยนแปลง ควรสอบถามคลินิกโดยตรงเพื่อความชัดเจน

แม้ราคาจะเป็นปัจจัยสำคัญ แต่ควรพิจารณาควบคู่ไปกับความชำนาญของแพทย์และมาตรฐานของคลินิกด้วย เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่คุ้มค่าเมื่อเทียบกับระยะเวลาที่ต้องรอผลลัพธ์

สรุป

สรุปแล้ว จูวีลุคไม่ใช่โปรแกรมที่ให้ผลลัพธ์ทันทีตั้งแต่วันที่ฉีด แต่เป็นโปรแกรมที่กระตุ้นให้ผิวค่อย ๆ สร้างคอลลาเจนขึ้นมาเอง โดยทั่วไปมักเริ่มสังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลงตั้งแต่สัปดาห์ที่ 2-4 และเห็นผลชัดเจนในช่วงประมาณเดือนที่ 2 ทั้งนี้ผลลัพธ์อาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล ควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อประเมินก่อนตัดสินใจ

การดูแลผิวอย่างสม่ำเสมอ เช่น การทาครีมกันแดดและรักษาความชุ่มชื้น จะช่วยให้ผลลัพธ์ด้านความอิ่มฟูอยู่ได้นานขึ้น หากคุณกำลังกังวลเรื่องความอิ่มฟูที่ยังไม่มา หรืออยากรู้ว่าผลลัพธ์ของตัวเองจะอยู่ได้นานแค่ไหน ทักมาปรึกษาได้เลยนะคะ ทาง BeautyStone Clinic ย่านฮับจอง กรุงโซล เปิดให้ปรึกษาฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย ผ่านทาง LINE ค่ะ

คำถามที่พบบ่อย

Q1. ฉีดจูวีลุคแล้วอิ่มฟูทันทีไหม?

ช่วงแรกหลังฉีดอาจรู้สึกอิ่มฟูขึ้นเล็กน้อยจากปริมาณสารที่ฉีด แต่เป็นผลชั่วคราวที่มักยุบลงภายในไม่กี่วัน ความอิ่มฟูที่แท้จริงจะค่อย ๆ ปรากฏขึ้นเมื่อคอลลาเจนใหม่เริ่มถูกสร้าง โดยทั่วไปมักเริ่มสังเกตเห็นได้ตั้งแต่สัปดาห์ที่ 2-4 ค่ะ

Q2. ผลลัพธ์อยู่ได้นานแค่ไหน?

ระยะเวลาที่ผลลัพธ์อยู่ได้นั้นแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล ขึ้นอยู่กับบริเวณที่ฉีด สภาพผิว และการดูแลตัวเอง โดยทั่วไปผลลัพธ์มักคงอยู่ต่อเนื่องในระยะหนึ่ง แต่การทาครีมกันแดดและดูแลความชุ่มชื้นอย่างสม่ำเสมอจะช่วยให้ผลลัพธ์อยู่ได้นานขึ้น

Q3. ต่างจากฟิลเลอร์อย่างไร?

ฟิลเลอร์ใช้เนื้อสารเติมเต็มพื้นที่โดยตรง ในขณะที่จูวีลุคกระตุ้นให้ผิวสร้างคอลลาเจนขึ้นมาเอง ผลลัพธ์จึงไม่ได้เกิดขึ้นทันทีแต่ค่อย ๆ ปรากฏขึ้นในช่วงหลายสัปดาห์ และมักให้ความรู้สึกเป็นธรรมชาติมากกว่า

Q4. ควรฉีดกี่ครั้ง?

จำนวนครั้งขึ้นอยู่กับบริเวณที่ฉีดและผลลัพธ์ที่ต้องการ บางคนอาจเห็นความเปลี่ยนแปลงตั้งแต่ครั้งแรก แต่การฉีดหลายครั้งอาจช่วยให้การสร้างคอลลาเจนสมบูรณ์ขึ้น ควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อประเมินจำนวนครั้งที่เหมาะกับตัวเองค่ะ

บทความแนะนำ

ภาพหน้าปกเรื่องอาการบวมหลังทำหัตถการกับการดูแลด้วยอาหารผิวหนัง

อาการบวมหลังทำหัตถการ ลดได้ด้วยอาหารและโซเดียมไหม

อาการบวมที่เกิดขึ้นหลังทำหัตถการความงามอาจบรรเทาลงหรือยืดเยื้อได้ตามอาหารที่เรากิน บทความนี้ชวนดูเรื่องโซเดียม น้ำ และอาหารที่ช่วย จากมุมมองการดูแลตัวเองอย่างใจเย็น

ผู้หญิงกังวลว่าทำเลเซอร์โทนนิงแล้วผิวดูเข้มขึ้นหรือเป็นด่างผิวหนัง

เลเซอร์โทนนิงแล้วทำไมสีผิวถึงเข้มขึ้นหรือเป็นด่างชั่วคราว?

หลายคนทำเลเซอร์โทนนิงเพื่อให้ฝ้าหรือจุดด่างจางลง แต่กลับเห็นผิวเข้มขึ้นหรือเป็นด่างในช่วงแรก บทความนี้จะพาไปดูว่าทำไมถึงเป็นแบบนี้

ผู้หญิงกังวลเรื่องการเลือกหัวทิป Potenza ให้เหมาะกับผิวผิวหนัง

Potenza มีหัวทิปหลายแบบ แต่ละหัวต่างกันยังไง แล้วผิวเราเหมาะกับหัวไหน?

Potenza เป็นเครื่อง RF ไมโครนีดเดิลที่หัวทิปแต่ละแบบทำหน้าที่ต่างกัน บทความนี้จะพาไปดูว่าหัวแบบไหนเหมาะกับปัญหาผิวแบบไหน เพื่อให้เข้าใจก่อนตัดสินใจ

บทความล่าสุด

ภาพหน้าปกเรื่องอาการบวมหลังทำหัตถการกับการดูแลด้วยอาหารผิวหนัง

อาการบวมหลังทำหัตถการ ลดได้ด้วยอาหารและโซเดียมไหม

อาการบวมที่เกิดขึ้นหลังทำหัตถการความงามอาจบรรเทาลงหรือยืดเยื้อได้ตามอาหารที่เรากิน บทความนี้ชวนดูเรื่องโซเดียม น้ำ และอาหารที่ช่วย จากมุมมองการดูแลตัวเองอย่างใจเย็น

ภาพหน้าปกเรื่องดาวน์ไทม์ Potenza และการฟื้นตัววันต่อวันลิฟติ้ง

ดาวน์ไทม์ Potenza นานแค่ไหน ฟื้นตัววันต่อวันอย่างไร

หลังทำ Potenza รอยแดง สะเก็ดเล็ก ๆ และบวมจะค่อย ๆ ยุบลงตามวันอย่างไร บทความนี้เรียบเรียงไทม์ไลน์การฟื้นตัวและจุดดูแลในแต่ละช่วงให้เข้าใจแบบสบายใจ

ภาพหน้าปกเรื่องการทำ InMode FX ในหน้าร้อนและการดูแลผิวจากแดดลิฟติ้ง

InMode FX หน้าร้อนทำได้ไหม ดูแลผิวจากแดดหลังทำอย่างไร

หน้าร้อนทำ InMode FX ได้ไหม และหลังทำควรจัดการกับแดด เหงื่อ และการออกไปข้างนอกอย่างไรเพื่อเลี่ยงรอยคล้ำ บทความนี้ค่อย ๆ เรียบเรียงให้เข้าใจแบบสบายใจ

ภาพหน้าปกอธิบายว่าผลของ Oligio X อยู่ได้นานแค่ไหนและควรทำซ้ำเมื่อไหร่ลิฟติ้ง

Oligio X ผลอยู่ได้นานแค่ไหน ควรทำซ้ำเมื่อไหร่

หลังทำ Oligio X หลายคนสงสัยว่าความกระชับจะอยู่ได้นานแค่ไหน และควรกลับมาทำซ้ำเมื่อไหร่ดี บทความนี้จะช่วยแยกให้เห็นชัดจากมุมของการสร้างคอลลาเจนใหม่ค่ะ

ภาพหน้าปกอธิบายความต่างของความลึกที่ความร้อนจาก Onda และ Shurink ลงถึงลิฟติ้ง

Onda กับ Shurink ต่างกันอย่างไร ความร้อนลงลึกแค่ไหน

Onda และ Shurink เป็นทรีตเมนต์กระชับผิวเหมือนกัน แต่วิธีส่งผ่านความร้อนและความลึกที่ลงถึงต่างกันมาก บทความนี้จะช่วยแยกให้เห็นชัดว่าแต่ละเครื่องเหมาะกับใครค่ะ

ผู้หญิงกังวลว่าทำเลเซอร์โทนนิงแล้วผิวดูเข้มขึ้นหรือเป็นด่างผิวหนัง

เลเซอร์โทนนิงแล้วทำไมสีผิวถึงเข้มขึ้นหรือเป็นด่างชั่วคราว?

หลายคนทำเลเซอร์โทนนิงเพื่อให้ฝ้าหรือจุดด่างจางลง แต่กลับเห็นผิวเข้มขึ้นหรือเป็นด่างในช่วงแรก บทความนี้จะพาไปดูว่าทำไมถึงเป็นแบบนี้

ติดตามเราใน Instagram

@beautysdoctors