ภาพแสดงความต่างของ InMode และ Shrink ในการดูแลเหนียงและกรอบหน้า
ลิฟติ้ง

InMode กับ Shrink ต่างกันอย่างไร? เจาะลึกเหนียงและกรอบหน้า

InMode ทำงานด้วยคลื่นวิทยุ ส่วน Shrink ใช้พลังอัลตราซาวด์ แม้ช่วยยกกระชับเหนียงและกรอบหน้าเหมือนกัน แต่ลงลึกคนละชั้น บทความนี้อธิบายความต่าง เพื่อช่วยเลือกให้ตรงกับปัญหาของแต่ละคน

ไม่แน่ใจว่าเหมาะกับตัวเองไหมดูจากรูปหรือบทความอย่างเดียวบอกได้ยาก ปรึกษาเป็นภาษาไทยได้ แผนการรักษาจะสรุปหลังพบแพทย์ที่คลินิก* มีเจ้าหน้าที่ภาษาไทย · ถามได้โดยตรงทาง LINEถามคุณหมอ

เคยไหมคะ ส่องกระจกแล้วรู้สึกว่ากรอบหน้าเริ่มไม่ชัดเหมือนเดิม หรือเหนียงใต้คางเริ่มเป็นชั้นจนกวนใจ ความรู้สึกแบบนี้เป็นปัญหาที่หลายคนกังวลใจและมักบั่นทอนความมั่นใจในภาพถ่ายหรือเวลาพบปะผู้คน เมื่อเริ่มมองหาการยกกระชับแบบไม่ต้องผ่าตัด หลายคนมักเจอชื่อ InMode และ Shrink (ชูริงค์) วางเรียงกันอยู่บ่อยครั้ง จนเกิดคำถามว่าสองอย่างนี้คือหัตถการเดียวกัน หรือเป็นคนละวิธีกันแน่

โดยพื้นฐานแล้ว ทั้งสองใช้ความร้อนไปกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนเหมือนกัน แต่จุดที่ต่างคือชนิดของพลังงานที่ใช้สร้างความร้อน และชั้นผิวที่พลังงานลงไปถึง เพราะเหตุนี้ ปัญหาแบบเหนียงที่มีไขมันปน กับปัญหากรอบหน้าหย่อนคล้อยที่เป็นเรื่องความกระชับ จึงเหมาะกับคนละวิธีกัน บทความนี้ Beautystone Clinic จะพาคุณไปเจาะลึกความต่างของ InMode และ Shrink ในการดูแลเหนียงและกรอบหน้า พร้อมแนะนำแนวทางการเลือกให้เหมาะกับแต่ละคนค่ะ

InMode กับ Shrink คืออะไร ต่างกันที่ชนิดของพลังงาน

ก่อนอื่นมาทำความเข้าใจจุดร่วมและจุดต่างของทั้งสองกันก่อน ทั้ง InMode และ Shrink ต่างสร้างความร้อนในชั้นผิวเพื่อกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน เมื่อเส้นใยคอลลาเจนได้รับความร้อนจะหดตัวทันที จากนั้นในช่วงหลายสัปดาห์ต่อมา คอลลาเจนใหม่จะค่อย ๆ ถูกสร้างขึ้นมาเติมเต็ม ทำให้กรอบหน้าดูกระชับขึ้น ความต่างอยู่ที่ว่าสร้างความร้อนนั้นด้วยพลังงานชนิดใด และลงไปถึงชั้นไหน

InMode ใช้พลังงานคลื่นวิทยุ (Radiofrequency: RF) ส่งความร้อนลงสู่ชั้นผิวหนังแท้และชั้นไขมันที่อยู่ถัดลงไป จึงเน้นดูแลไขมันใต้คางไปพร้อมกับความกระชับ ส่วน Shrink คือชื่อเกาหลีของเครื่อง Ultraformer (อัลตร้าฟอร์เมอร์) ที่ใช้คลื่นอัลตราซาวด์แบบ HIFU (ไฮฟู) รวมพลังงานไปที่จุดเดียว สร้างจุดความร้อนเล็ก ๆ ลงในชั้นผิวหนังแท้ระดับลึก จึงเจาะจงไปที่ชั้นใดชั้นหนึ่งอย่างเข้มข้นกว่า เมื่อชนิดของพลังงานต่างกัน ชั้นที่ลงไปถึงและความรู้สึกตอนทำก็ต่างกันตามไปด้วย

ภาพแสดงกลไกการส่งความร้อนของคลื่นวิทยุและอัลตราซาวด์ที่ลงลึกต่างชั้นกัน

คลื่นวิทยุกับอัลตราซาวด์ ต่างกันอย่างไร ดูจากตารางเปรียบเทียบ

เพื่อให้เห็นภาพชัดขึ้นว่าเมื่อชนิดของพลังงานต่างกัน ชั้นที่ลงถึงและความรู้สึกจะต่างกันแค่ไหน ลองมาวางทั้งสองเรียงกันเป็นข้อ ๆ โดยอ้างอิงจากงานวิจัยที่ระบุว่าคลื่นวิทยุส่งความร้อนเข้าสู่ชั้นผิวหนังแท้ ช่วยเพิ่มคอลลาเจนชนิดที่ 1 และ 3 และทำให้ผิวกระชับขึ้น ซึ่งช่วยอธิบายว่าทำไมความกระชับจึงค่อย ๆ ปรากฏหลังทำค่ะ

หัวข้อInModeShrink
ชนิดของพลังงานคลื่นวิทยุ (RF)อัลตราซาวด์ (HIFU)
ชั้นที่ลงถึงหลักผิวหนังแท้ถึงชั้นไขมันชั้นผิวหนังแท้ระดับลึก
เหมาะกับปัญหาเหนียงและไขมันใต้คางความกระชับและกรอบหน้า
ความรู้สึกตอนทำอุ่น ๆ ค่อย ๆ ร้อนร้อนจี๊ดเป็นจุด ๆ
เวลาต่อครั้งราว 20–30 นาทีต่อบริเวณราว 20–30 นาทีต่อบริเวณ

จากตารางจะเห็นว่า แม้จะเป็นปัญหากรอบหน้าเหมือนกัน แต่ตำแหน่งที่แต่ละวิธีลงมือทำนั้นต่างกัน InMode มีจุดเด่นเรื่องเหนียงที่มีไขมันปน ส่วน Shrink เด่นเรื่องความกระชับของกรอบหน้าที่หย่อนคล้อย เพราะเหตุนี้ แทนที่จะมองว่าทั้งสองเป็นคู่แข่งกัน หลายกรณีจึงเลือกใช้แยกกันตามปัญหา หรือใช้ร่วมกันก็มีค่ะ

ภาพแสดงการเลือกวิธีตามปัญหาเหนียงที่มีไขมันและกรอบหน้าที่หย่อนคล้อย

เหนียงกับกรอบหน้าหย่อนคล้อย เลือกวิธีไหนให้เหมาะ

สิ่งที่ควรดูก่อนชื่อของเครื่อง คือปัญหาของคุณเป็นเรื่องไขมันหรือเรื่องความกระชับ หากกังวลเรื่องไขมันที่จับเป็นก้อนใต้คาง วิธีที่ส่งความร้อนลงถึงชั้นลึกกว่าอย่าง InMode มักตอบโจทย์ แต่ถ้ากังวลเรื่องเส้นกรอบหน้าที่เริ่มเบลอเพราะความหย่อนคล้อย วิธีที่เน้นความกระชับอย่าง Shrink ก็จะช่วยได้มากกว่า

สำหรับคนที่ผิวบางและแพ้ง่าย ความรู้สึกตอนทำก็มีผลต่อการเลือกเช่นกัน บางคนชอบความรู้สึกอุ่น ๆ ที่นุ่มนวลกว่า ในขณะที่บางคนต้องการแรงกระตุ้นที่ชัดเจนในครั้งเดียว อย่างไรก็ตาม แม้จะเป็นเครื่องเดียวกัน แต่ระดับพลังงานและความลึกก็ต้องปรับให้ต่างกันในแต่ละคน การตัดสินใจขั้นสุดท้ายจึงควรทำร่วมกับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญที่ได้เห็นกรอบหน้าของคุณจริง ๆ เพื่อความปลอดภัย

ภาพแสดงการค่อย ๆ กระชับของกรอบหน้าตามสัปดาห์หลังทำหัตถการ

ผลข้างเคียงและกลุ่มที่ควรระวังก่อนตัดสินใจ

แม้จะเป็นหัตถการที่ไม่ต้องผ่าตัด แต่การยกกระชับด้วยความร้อนก็มีผลข้างเคียงที่ควรรับทราบ โดยทั่วไปอาจมีรอยแดงหรือบวมเล็กน้อยบริเวณที่ทำ ซึ่งมักหายได้เองภายในไม่กี่ชั่วโมงถึงหนึ่งวัน หากมีอาการผิดปกติหรือยืดเยื้อเกินไป ควรรีบปรึกษาแพทย์ทันที การเลือกทำในคลินิกที่ได้มาตรฐานโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ จะช่วยลดความเสี่ยงและปรับระดับความร้อนให้เหมาะกับสภาพผิวและความหนาของชั้นไขมันของแต่ละคน

นอกจากนี้ยังมีบางกลุ่มที่ควรแจ้งแพทย์และประเมินเป็นพิเศษก่อนทำ เพื่อความปลอดภัยค่ะ

  • ผู้ที่ตั้งครรภ์หรืออยู่ระหว่างให้นมบุตร
  • ผู้ที่มีเครื่องกระตุ้นไฟฟ้าหัวใจหรืออุปกรณ์ฝังโลหะบริเวณใบหน้าและลำคอ
  • ผู้ที่มีประวัติแผลเป็นคีลอยด์หรือผิวแพ้ง่าย
  • ผู้ที่มีการอักเสบหรือแผลเปิดบริเวณที่จะทำ

ขั้นตอนการทำและการฟื้นตัวเป็นอย่างไร

ทั้งสองเครื่องเริ่มจากการทาครีมยาชาก่อน แล้วตัวหัตถการใช้เวลาราว 20–30 นาทีต่อบริเวณ ระหว่างทำจะรู้สึกถึงความร้อนที่ขึ้น ๆ ลง ๆ และหลังทำใหม่ ๆ อาจมีรอยแดงเล็กน้อยหรือความอุ่นหลงเหลืออยู่ ส่วนใหญ่มักยุบลงภายในไม่กี่ชั่วโมงถึงหนึ่งวัน และกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้ในวันเดียวกัน

ผลลัพธ์จะค่อย ๆ ชัดเจนขึ้นตามเวลามากกว่าจะเห็นทันทีหลังทำ เพราะคอลลาเจนต้องใช้เวลาสร้างขึ้นมาใหม่ กรอบหน้าจึงค่อย ๆ เข้าที่ในช่วงหลายสัปดาห์ จึงแนะนำให้เว้นระยะราว 8–12 สัปดาห์เพื่อดูการเปลี่ยนแปลง แทนที่จะตัดสินหลังทำเพียงครั้งเดียว ทั้งนี้ผลลัพธ์และระยะเวลาที่คงอยู่อาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล ขึ้นอยู่กับสภาพผิวและการดูแลตัวเอง ช่วงเวลาของการทำครั้งถัดไปจึงควรประเมินร่วมกับแพทย์ ส่วนค่าใช้จ่ายแตกต่างกันไปตามแต่ละคลินิก จึงควรสอบถามเพิ่มเติมก่อนตัดสินใจ

สรุป InMode กับ Shrink เลือกอย่างไรให้เหมาะกับเหนียงและกรอบหน้า

InMode และ Shrink ต่างก็เป็นการยกกระชับที่ใช้ความร้อนกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนเหมือนกัน แต่ต่างกันที่ชนิดของพลังงานและชั้นที่ลงไปถึง ทำให้ปัญหาที่เหมาะกับแต่ละวิธีแยกออกจากกัน หากกังวลเรื่องเหนียงที่มีไขมันปนใต้คาง InMode อาจเหมาะกว่า แต่ถ้าต้องการเก็บความกระชับของกรอบหน้าที่หย่อนคล้อย Shrink ก็อาจตอบโจทย์มากกว่า ทั้งนี้ไม่ได้แปลว่าอย่างใดอย่างหนึ่งดีกว่า แต่ขึ้นอยู่กับว่าความกังวลหลักของคุณอยู่ตรงไหน และการใช้แยกกันหรือใช้ร่วมกันก็เป็นทางเลือกที่พิจารณาได้

ทั้งนี้ผลลัพธ์อาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล และการยกกระชับด้วยความร้อนก็มีความเสี่ยงอย่างรอยแดงหรือบวมได้ จึงควรทำความเข้าใจความหนาของผิวและการกระจายของไขมันของตัวเอง และปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อประเมินก่อนตัดสินใจ หากคุณกำลังกังวลเรื่องเหนียงหรือกรอบหน้าที่เริ่มไม่ชัด และลังเลว่าควรเลือก InMode หรือ Shrink ที่ Beautystone Clinic ย่านฮับจอง กรุงโซล ยินดีให้คำปรึกษา แอด LINE มาปรึกษาคุณหมอได้เลยนะคะ ปรึกษาฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย

คำถามที่พบบ่อย

Q1. InMode กับ Shrink ต้องเลือกทำอย่างใดอย่างหนึ่งไหม?

ไม่จำเป็นต้องเลือกทำอย่างใดอย่างหนึ่งเสมอไปค่ะ เพราะทั้งสองลงลึกคนละชั้น จึงสามารถแยกดูแลเหนียงและความกระชับของกรอบหน้า หรือเว้นระยะแล้วใช้ร่วมกันก็ได้ อย่างไรก็ตาม แทนที่จะฝืนทำทั้งสองในวันเดียว การเลือกจากปัญหาที่สำคัญที่สุดก่อนแล้วดูการตอบสนองจะปลอดภัยกว่า ส่วนจะเข้ากันแบบไหนควรให้แพทย์ดูกรอบหน้าและช่วยวางแผนค่ะ

Q2. ไขมันบริเวณเหนียงจะลดลงด้วยไหม?

ทั้งสองเครื่องไม่ใช่หัตถการที่กำจัดไขมันโดยตรงค่ะ แต่วิธีที่ส่งความร้อนลงถึงชั้นลึกกว่าอย่าง InMode อาจช่วยให้เส้นใต้คางดูเก็บเข้าที่ขึ้นจากการกระชับผิว หากมีปริมาณไขมันมากจริง ๆ อาจต้องใช้แนวทางอื่นที่เหมาะกว่า จึงแนะนำให้ประเมินร่วมกันในการปรึกษาแพทย์ก่อนตัดสินใจ

Q3. ทำแล้วเจ็บมากไหม?

เนื่องจากทาครีมยาชาก่อนทำ ส่วนใหญ่จึงไม่ถึงกับทนไม่ไหวค่ะ InMode มักให้ความรู้สึกอุ่น ๆ ค่อย ๆ ร้อน ส่วน Shrink มักรู้สึกร้อนจี๊ดเป็นจุด ๆ ทั้งนี้ความรู้สึกเจ็บขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล หากแจ้งแพทย์ก่อนทำ ก็สามารถปรับระดับพลังงานและความเร็วให้เบาลงได้

Q4. หลังทำมีอะไรที่ต้องระวังเป็นพิเศษไหม?

วันที่ทำควรเลี่ยงกิจกรรมที่เพิ่มความร้อนและการไหลเวียนเลือดมาก ๆ เช่น ซาวน่า อบไอน้ำ หรือออกกำลังกายหนัก และควรดูแลเรื่องการปกป้องผิวจากแดดให้ละเอียดกว่าปกติ รอยแดงหรือความอุ่นมักยุบลงภายในหนึ่งวัน แต่หากผ่านไปหลายวันแล้วยังมีอาการบวมหรือเจ็บต่อเนื่อง ควรปรึกษาแพทย์ที่ทำหัตถการค่ะ

บทความแนะนำ

หลังทำ Ulthera 3 เดือน เช็กผลจากรูปยังไง เทียบจุดไหนบ้าง?ลิฟติ้ง

หลังทำ Ulthera 3 เดือน เช็กผลจากรูปยังไง เทียบจุดไหนบ้าง?

รูปก่อนทำกับรูปวันที่ 90 ที่ถ่ายในเงื่อนไขเดียวกัน ช่วยให้เห็นว่าหลังทำ Ulthera แต่ละส่วนของหน้าเปลี่ยนไปแค่ไหน และจุดไหนยังหย่อนเหลือสำหรับวางแผนครั้งถัดไป

Shurink เห็นผลเมื่อไหร่? หลังทำ HIFU กี่สัปดาห์ถึงควรตัดสินผลลิฟติ้ง

Shurink เห็นผลเมื่อไหร่? หลังทำ HIFU กี่สัปดาห์ถึงควรตัดสินผล

หลังทำ Shurink 2-4 สัปดาห์ยังดูเหมือนเดิม ก็ยังไม่ใช่ว่าไม่ได้ผล ดูเกณฑ์ตัดสินผลที่สัปดาห์ที่ 12 และวิธีถ่ายรูปเทียบให้ตรงกันค่ะ

หลังทำ Ulthera สัปดาห์แรก จดอาการอะไร และถ่ายรูปวันไหนดี?ลิฟติ้ง

หลังทำ Ulthera สัปดาห์แรก จดอาการอะไร และถ่ายรูปวันไหนดี?

สามบรรทัดทุกเช้ากับรูปสามชุด ก่อนทำ วันที่ 2 และวันที่ 7 ช่วยแยกอาการที่กำลังดีขึ้นออกจากอาการที่ควรแจ้งคลินิกหลังทำ Ulthera

บทความล่าสุด

หลังทำ Ulthera 3 เดือน เช็กผลจากรูปยังไง เทียบจุดไหนบ้าง?ลิฟติ้ง

หลังทำ Ulthera 3 เดือน เช็กผลจากรูปยังไง เทียบจุดไหนบ้าง?

รูปก่อนทำกับรูปวันที่ 90 ที่ถ่ายในเงื่อนไขเดียวกัน ช่วยให้เห็นว่าหลังทำ Ulthera แต่ละส่วนของหน้าเปลี่ยนไปแค่ไหน และจุดไหนยังหย่อนเหลือสำหรับวางแผนครั้งถัดไป

รูขุมขนอักเสบหลังเลเซอร์ขน กี่วันหาย? ตุ่มหนองแบบไหนต้องหาหมอกำจัดขน

รูขุมขนอักเสบหลังเลเซอร์ขน กี่วันหาย? ตุ่มหนองแบบไหนต้องหาหมอ

แดงนูนรอบรูขุมขนหลังเลเซอร์ขนมักยุบใน 1–3 วัน ดูวิธีแยกตุ่มปกติกับรูขุมขนอักเสบ การดูแลช่วงแรก และสัญญาณที่ควรรีบหาหมอค่ะ

Shurink เห็นผลเมื่อไหร่? หลังทำ HIFU กี่สัปดาห์ถึงควรตัดสินผลลิฟติ้ง

Shurink เห็นผลเมื่อไหร่? หลังทำ HIFU กี่สัปดาห์ถึงควรตัดสินผล

หลังทำ Shurink 2-4 สัปดาห์ยังดูเหมือนเดิม ก็ยังไม่ใช่ว่าไม่ได้ผล ดูเกณฑ์ตัดสินผลที่สัปดาห์ที่ 12 และวิธีถ่ายรูปเทียบให้ตรงกันค่ะ

หลังทำ Ulthera สัปดาห์แรก จดอาการอะไร และถ่ายรูปวันไหนดี?ลิฟติ้ง

หลังทำ Ulthera สัปดาห์แรก จดอาการอะไร และถ่ายรูปวันไหนดี?

สามบรรทัดทุกเช้ากับรูปสามชุด ก่อนทำ วันที่ 2 และวันที่ 7 ช่วยแยกอาการที่กำลังดีขึ้นออกจากอาการที่ควรแจ้งคลินิกหลังทำ Ulthera

CellREDM ราคา: ฉีดใต้ตากับทั้งหน้า ต้องเทียบปริมาณยังไง?ผิวหนัง

CellREDM ราคา: ฉีดใต้ตากับทั้งหน้า ต้องเทียบปริมาณยังไง?

ราคา CellREDM ต่อ 1 ครั้งเทียบตรง ๆ ไม่ได้ ใต้ตากับทั้งหน้าใช้ปริมาณต่างกัน ดูวิธีจับ mL ผงกี่ mg และจำนวนครั้งให้ตรงกันก่อนดูยอดรวมค่ะ

ติดตามเราใน Instagram

@beautysdoctors