ภาพแสดงความต่างของ InMode และ Shrink ในการดูแลเหนียงและกรอบหน้า
ลิฟติ้ง

InMode กับ Shrink ต่างกันอย่างไร? เจาะลึกเหนียงและกรอบหน้า

InMode ทำงานด้วยคลื่นวิทยุ ส่วน Shrink ใช้พลังอัลตราซาวด์ แม้ช่วยยกกระชับเหนียงและกรอบหน้าเหมือนกัน แต่ลงลึกคนละชั้น บทความนี้อธิบายความต่าง เพื่อช่วยเลือกให้ตรงกับปัญหาของแต่ละคน

วียองจิน

วียองจิน

ผู้อำนวยการ

ตรวจสอบโดยแพทย์ นพ. วียองจิน · 22 มิถุนายน 2026
7นาที
ช่อง YouTube ของ BEAUTYSDOCTORS ที่แพทย์อธิบายเรื่องความงามเกาหลีโดยตรง

วางแผนมาโซล

กำลังวางแผนมาโซลอยู่ใช่ไหม?

แชตผ่าน LINE

เคยไหมคะ ส่องกระจกแล้วรู้สึกว่ากรอบหน้าเริ่มไม่ชัดเหมือนเดิม หรือเหนียงใต้คางเริ่มเป็นชั้นจนกวนใจ ความรู้สึกแบบนี้เป็นปัญหาที่หลายคนกังวลใจและมักบั่นทอนความมั่นใจในภาพถ่ายหรือเวลาพบปะผู้คน เมื่อเริ่มมองหาการยกกระชับแบบไม่ต้องผ่าตัด หลายคนมักเจอชื่อ InMode และ Shrink (ชูริงค์) วางเรียงกันอยู่บ่อยครั้ง จนเกิดคำถามว่าสองอย่างนี้คือหัตถการเดียวกัน หรือเป็นคนละวิธีกันแน่

โดยพื้นฐานแล้ว ทั้งสองใช้ความร้อนไปกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนเหมือนกัน แต่จุดที่ต่างคือชนิดของพลังงานที่ใช้สร้างความร้อน และชั้นผิวที่พลังงานลงไปถึง เพราะเหตุนี้ ปัญหาแบบเหนียงที่มีไขมันปน กับปัญหากรอบหน้าหย่อนคล้อยที่เป็นเรื่องความกระชับ จึงเหมาะกับคนละวิธีกัน บทความนี้ BeautyStone Clinic จะพาคุณไปเจาะลึกความต่างของ InMode และ Shrink ในการดูแลเหนียงและกรอบหน้า พร้อมแนะนำแนวทางการเลือกให้เหมาะกับแต่ละคนค่ะ

InMode กับ Shrink คืออะไร ต่างกันที่ชนิดของพลังงาน

ก่อนอื่นมาทำความเข้าใจจุดร่วมและจุดต่างของทั้งสองกันก่อน ทั้ง InMode และ Shrink ต่างสร้างความร้อนในชั้นผิวเพื่อกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน เมื่อเส้นใยคอลลาเจนได้รับความร้อนจะหดตัวทันที จากนั้นในช่วงหลายสัปดาห์ต่อมา คอลลาเจนใหม่จะค่อย ๆ ถูกสร้างขึ้นมาเติมเต็ม ทำให้กรอบหน้าดูกระชับขึ้น ความต่างอยู่ที่ว่าสร้างความร้อนนั้นด้วยพลังงานชนิดใด และลงไปถึงชั้นไหน

InMode ใช้พลังงานคลื่นวิทยุ (Radiofrequency: RF) ส่งความร้อนลงสู่ชั้นผิวหนังแท้และชั้นไขมันที่อยู่ถัดลงไป จึงเน้นดูแลไขมันใต้คางไปพร้อมกับความกระชับ ส่วน Shrink คือชื่อเกาหลีของเครื่อง Ultraformer (อัลตร้าฟอร์เมอร์) ที่ใช้คลื่นอัลตราซาวด์แบบ HIFU (ไฮฟู) รวมพลังงานไปที่จุดเดียว สร้างจุดความร้อนเล็ก ๆ ลงในชั้นผิวหนังแท้ระดับลึก จึงเจาะจงไปที่ชั้นใดชั้นหนึ่งอย่างเข้มข้นกว่า เมื่อชนิดของพลังงานต่างกัน ชั้นที่ลงไปถึงและความรู้สึกตอนทำก็ต่างกันตามไปด้วย

ภาพแสดงกลไกการส่งความร้อนของคลื่นวิทยุและอัลตราซาวด์ที่ลงลึกต่างชั้นกัน

คลื่นวิทยุกับอัลตราซาวด์ ต่างกันอย่างไร ดูจากตารางเปรียบเทียบ

เพื่อให้เห็นภาพชัดขึ้นว่าเมื่อชนิดของพลังงานต่างกัน ชั้นที่ลงถึงและความรู้สึกจะต่างกันแค่ไหน ลองมาวางทั้งสองเรียงกันเป็นข้อ ๆ โดยอ้างอิงจากงานวิจัยที่ระบุว่าคลื่นวิทยุส่งความร้อนเข้าสู่ชั้นผิวหนังแท้ ช่วยเพิ่มคอลลาเจนชนิดที่ 1 และ 3 และทำให้ผิวกระชับขึ้น ซึ่งช่วยอธิบายว่าทำไมความกระชับจึงค่อย ๆ ปรากฏหลังทำค่ะ

หัวข้อInModeShrink
ชนิดของพลังงานคลื่นวิทยุ (RF)อัลตราซาวด์ (HIFU)
ชั้นที่ลงถึงหลักผิวหนังแท้ถึงชั้นไขมันชั้นผิวหนังแท้ระดับลึก
เหมาะกับปัญหาเหนียงและไขมันใต้คางความกระชับและกรอบหน้า
ความรู้สึกตอนทำอุ่น ๆ ค่อย ๆ ร้อนร้อนจี๊ดเป็นจุด ๆ
เวลาต่อครั้งราว 20–30 นาทีต่อบริเวณราว 20–30 นาทีต่อบริเวณ

จากตารางจะเห็นว่า แม้จะเป็นปัญหากรอบหน้าเหมือนกัน แต่ตำแหน่งที่แต่ละวิธีลงมือทำนั้นต่างกัน InMode มีจุดเด่นเรื่องเหนียงที่มีไขมันปน ส่วน Shrink เด่นเรื่องความกระชับของกรอบหน้าที่หย่อนคล้อย เพราะเหตุนี้ แทนที่จะมองว่าทั้งสองเป็นคู่แข่งกัน หลายกรณีจึงเลือกใช้แยกกันตามปัญหา หรือใช้ร่วมกันก็มีค่ะ

ภาพแสดงการเลือกวิธีตามปัญหาเหนียงที่มีไขมันและกรอบหน้าที่หย่อนคล้อย

เหนียงกับกรอบหน้าหย่อนคล้อย เลือกวิธีไหนให้เหมาะ

สิ่งที่ควรดูก่อนชื่อของเครื่อง คือปัญหาของคุณเป็นเรื่องไขมันหรือเรื่องความกระชับ หากกังวลเรื่องไขมันที่จับเป็นก้อนใต้คาง วิธีที่ส่งความร้อนลงถึงชั้นลึกกว่าอย่าง InMode มักตอบโจทย์ แต่ถ้ากังวลเรื่องเส้นกรอบหน้าที่เริ่มเบลอเพราะความหย่อนคล้อย วิธีที่เน้นความกระชับอย่าง Shrink ก็จะช่วยได้มากกว่า

สำหรับคนที่ผิวบางและแพ้ง่าย ความรู้สึกตอนทำก็มีผลต่อการเลือกเช่นกัน บางคนชอบความรู้สึกอุ่น ๆ ที่นุ่มนวลกว่า ในขณะที่บางคนต้องการแรงกระตุ้นที่ชัดเจนในครั้งเดียว อย่างไรก็ตาม แม้จะเป็นเครื่องเดียวกัน แต่ระดับพลังงานและความลึกก็ต้องปรับให้ต่างกันในแต่ละคน การตัดสินใจขั้นสุดท้ายจึงควรทำร่วมกับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญที่ได้เห็นกรอบหน้าของคุณจริง ๆ เพื่อความปลอดภัย

ภาพแสดงการค่อย ๆ กระชับของกรอบหน้าตามสัปดาห์หลังทำหัตถการ

ผลข้างเคียงและกลุ่มที่ควรระวังก่อนตัดสินใจ

แม้จะเป็นหัตถการที่ไม่ต้องผ่าตัด แต่การยกกระชับด้วยความร้อนก็มีผลข้างเคียงที่ควรรับทราบ โดยทั่วไปอาจมีรอยแดงหรือบวมเล็กน้อยบริเวณที่ทำ ซึ่งมักหายได้เองภายในไม่กี่ชั่วโมงถึงหนึ่งวัน หากมีอาการผิดปกติหรือยืดเยื้อเกินไป ควรรีบปรึกษาแพทย์ทันที การเลือกทำในคลินิกที่ได้มาตรฐานโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ จะช่วยลดความเสี่ยงและปรับระดับความร้อนให้เหมาะกับสภาพผิวและความหนาของชั้นไขมันของแต่ละคน

นอกจากนี้ยังมีบางกลุ่มที่ควรแจ้งแพทย์และประเมินเป็นพิเศษก่อนทำ เพื่อความปลอดภัยค่ะ

  • ผู้ที่ตั้งครรภ์หรืออยู่ระหว่างให้นมบุตร
  • ผู้ที่มีเครื่องกระตุ้นไฟฟ้าหัวใจหรืออุปกรณ์ฝังโลหะบริเวณใบหน้าและลำคอ
  • ผู้ที่มีประวัติแผลเป็นคีลอยด์หรือผิวแพ้ง่าย
  • ผู้ที่มีการอักเสบหรือแผลเปิดบริเวณที่จะทำ

ขั้นตอนการทำและการฟื้นตัวเป็นอย่างไร

ทั้งสองเครื่องเริ่มจากการทาครีมยาชาก่อน แล้วตัวหัตถการใช้เวลาราว 20–30 นาทีต่อบริเวณ ระหว่างทำจะรู้สึกถึงความร้อนที่ขึ้น ๆ ลง ๆ และหลังทำใหม่ ๆ อาจมีรอยแดงเล็กน้อยหรือความอุ่นหลงเหลืออยู่ ส่วนใหญ่มักยุบลงภายในไม่กี่ชั่วโมงถึงหนึ่งวัน และกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้ในวันเดียวกัน

ผลลัพธ์จะค่อย ๆ ชัดเจนขึ้นตามเวลามากกว่าจะเห็นทันทีหลังทำ เพราะคอลลาเจนต้องใช้เวลาสร้างขึ้นมาใหม่ กรอบหน้าจึงค่อย ๆ เข้าที่ในช่วงหลายสัปดาห์ จึงแนะนำให้เว้นระยะราว 8–12 สัปดาห์เพื่อดูการเปลี่ยนแปลง แทนที่จะตัดสินหลังทำเพียงครั้งเดียว ทั้งนี้ผลลัพธ์และระยะเวลาที่คงอยู่อาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล ขึ้นอยู่กับสภาพผิวและการดูแลตัวเอง ช่วงเวลาของการทำครั้งถัดไปจึงควรประเมินร่วมกับแพทย์ ส่วนค่าใช้จ่ายแตกต่างกันไปตามแต่ละคลินิก จึงควรสอบถามเพิ่มเติมก่อนตัดสินใจ

สรุป InMode กับ Shrink เลือกอย่างไรให้เหมาะกับเหนียงและกรอบหน้า

InMode และ Shrink ต่างก็เป็นการยกกระชับที่ใช้ความร้อนกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนเหมือนกัน แต่ต่างกันที่ชนิดของพลังงานและชั้นที่ลงไปถึง ทำให้ปัญหาที่เหมาะกับแต่ละวิธีแยกออกจากกัน หากกังวลเรื่องเหนียงที่มีไขมันปนใต้คาง InMode อาจเหมาะกว่า แต่ถ้าต้องการเก็บความกระชับของกรอบหน้าที่หย่อนคล้อย Shrink ก็อาจตอบโจทย์มากกว่า ทั้งนี้ไม่ได้แปลว่าอย่างใดอย่างหนึ่งดีกว่า แต่ขึ้นอยู่กับว่าความกังวลหลักของคุณอยู่ตรงไหน และการใช้แยกกันหรือใช้ร่วมกันก็เป็นทางเลือกที่พิจารณาได้

ทั้งนี้ผลลัพธ์อาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล และการยกกระชับด้วยความร้อนก็มีความเสี่ยงอย่างรอยแดงหรือบวมได้ จึงควรทำความเข้าใจความหนาของผิวและการกระจายของไขมันของตัวเอง และปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อประเมินก่อนตัดสินใจ หากคุณกำลังกังวลเรื่องเหนียงหรือกรอบหน้าที่เริ่มไม่ชัด และลังเลว่าควรเลือก InMode หรือ Shrink ที่ BeautyStone Clinic ย่านฮับจอง กรุงโซล ยินดีให้คำปรึกษา แอด LINE มาปรึกษาคุณหมอได้เลยนะคะ ปรึกษาฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย

คำถามที่พบบ่อย

Q1. InMode กับ Shrink ต้องเลือกทำอย่างใดอย่างหนึ่งไหม?

ไม่จำเป็นต้องเลือกทำอย่างใดอย่างหนึ่งเสมอไปค่ะ เพราะทั้งสองลงลึกคนละชั้น จึงสามารถแยกดูแลเหนียงและความกระชับของกรอบหน้า หรือเว้นระยะแล้วใช้ร่วมกันก็ได้ อย่างไรก็ตาม แทนที่จะฝืนทำทั้งสองในวันเดียว การเลือกจากปัญหาที่สำคัญที่สุดก่อนแล้วดูการตอบสนองจะปลอดภัยกว่า ส่วนจะเข้ากันแบบไหนควรให้แพทย์ดูกรอบหน้าและช่วยวางแผนค่ะ

Q2. ไขมันบริเวณเหนียงจะลดลงด้วยไหม?

ทั้งสองเครื่องไม่ใช่หัตถการที่กำจัดไขมันโดยตรงค่ะ แต่วิธีที่ส่งความร้อนลงถึงชั้นลึกกว่าอย่าง InMode อาจช่วยให้เส้นใต้คางดูเก็บเข้าที่ขึ้นจากการกระชับผิว หากมีปริมาณไขมันมากจริง ๆ อาจต้องใช้แนวทางอื่นที่เหมาะกว่า จึงแนะนำให้ประเมินร่วมกันในการปรึกษาแพทย์ก่อนตัดสินใจ

Q3. ทำแล้วเจ็บมากไหม?

เนื่องจากทาครีมยาชาก่อนทำ ส่วนใหญ่จึงไม่ถึงกับทนไม่ไหวค่ะ InMode มักให้ความรู้สึกอุ่น ๆ ค่อย ๆ ร้อน ส่วน Shrink มักรู้สึกร้อนจี๊ดเป็นจุด ๆ ทั้งนี้ความรู้สึกเจ็บขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล หากแจ้งแพทย์ก่อนทำ ก็สามารถปรับระดับพลังงานและความเร็วให้เบาลงได้

Q4. หลังทำมีอะไรที่ต้องระวังเป็นพิเศษไหม?

วันที่ทำควรเลี่ยงกิจกรรมที่เพิ่มความร้อนและการไหลเวียนเลือดมาก ๆ เช่น ซาวน่า อบไอน้ำ หรือออกกำลังกายหนัก และควรดูแลเรื่องการปกป้องผิวจากแดดให้ละเอียดกว่าปกติ รอยแดงหรือความอุ่นมักยุบลงภายในหนึ่งวัน แต่หากผ่านไปหลายวันแล้วยังมีอาการบวมหรือเจ็บต่อเนื่อง ควรปรึกษาแพทย์ที่ทำหัตถการค่ะ

บทความแนะนำ

ภาพหน้าปกเรื่องร่องแก้มลึกขึ้นเพราะผิวหย่อนหรือวอลลุ่มที่ลดลงลิฟติ้ง

ร่องแก้มลึกขึ้นเพราะหย่อนหรือวอลลุ่มหาย ดูอย่างไรก่อนเลือก Sofwave

เงาที่กลางใบหน้ามักเกิดจากผิวหย่อนและวอลลุ่มที่ลดลงซ้อนกัน ลองแยกสองอย่างนี้ก่อน แล้วค่อยตัดสินใจว่า Sofwave ตอบโจทย์ของเราหรือไม่

ผู้หญิงส่องกระจกและรู้สึกว่าคิ้วดูหนักลงกว่าเดิมลิฟติ้ง

ทำ Shurink Universe ที่หน้าผากกับไรผม ต้องตั้งค่าต่างจากแก้มไหม

หน้าผากกับไรผมเป็นบริเวณที่ชั้นไขมันบางและมีกระดูกอยู่ใกล้ผิว การตั้งค่าจึงต้องแยกจากแก้มและใต้คาง บทความนี้รวมเหตุผลเรื่องความลึก ตัวเลขการยกคิ้วจากงานวิจัย และข้อควรระวังก่อนตัดสินใจ

บทความล่าสุด

ภาพปกเรื่องขมับยุบควรเลือกฟิลเลอร์หรือ Sculptraรูปหน้าและวอลุ่ม

ขมับยุบ ควรเลือกฟิลเลอร์หรือ Sculptra ดี

ทั้งสองอย่างไม่ได้แข่งกัน แต่เป็นทางเลือกที่นิสัยต่างกัน พอรู้ว่าขมับของเรายุบแบบไหนและรอไหวแค่ไหน คำตอบก็จะชัดขึ้นเองค่ะ

ภาพหน้าปกเรื่องร่องแก้มลึกขึ้นเพราะผิวหย่อนหรือวอลลุ่มที่ลดลงลิฟติ้ง

ร่องแก้มลึกขึ้นเพราะหย่อนหรือวอลลุ่มหาย ดูอย่างไรก่อนเลือก Sofwave

เงาที่กลางใบหน้ามักเกิดจากผิวหย่อนและวอลลุ่มที่ลดลงซ้อนกัน ลองแยกสองอย่างนี้ก่อน แล้วค่อยตัดสินใจว่า Sofwave ตอบโจทย์ของเราหรือไม่

ขนที่ขึ้นมาใหม่หลังหยุดทำเลเซอร์กำจัดขน — ต้องเริ่มต้นใหม่จริงไหมกำจัดขน

หยุดกำจัดขนแล้วขนขึ้นมาใหม่ ครั้งที่ทำไปแล้วหายไปเลยไหม?

หยุดทำเลเซอร์กำจัดขนไปหลายเดือนแล้วเห็นขนขึ้นมาอีก ใจหนึ่งก็กังวลว่าทุกอย่างที่ทำไปหายเปล่า จริง ๆ แล้วขนที่ถูกทำลายรากไปแล้วไม่ได้กลับมา แต่รอบขนที่เคยอยู่ในระยะพักตัวอาจโผล่ขึ้นมาใหม่ได้

ภาพตัดขวางผิวหน้าแสดงเส้นทางไวรัสเริม HSV-1 จากผิวหน้าลงสู่ปมประสาทผิวหนัง

มีประวัติเป็นเริมที่ปาก ทำหัตถการบนใบหน้าได้ไหม?

เริมที่ปาก (Herpes Simplex Virus Type 1 หรือ HSV-1) ไม่ได้ห้ามทำหัตถการบนใบหน้าตลอดชีวิต แต่มีบางช่วงเวลาและบางประเภทหัตถการที่ความเสี่ยงสูงกว่าปกติ ถ้ารู้หลักการประเมิน ก็สามารถตัดสินใจได้อย่างปลอดภัยค่ะ

เปรียบเทียบ Juvelook Volume และฟิลเลอร์ HA สำหรับแก้คางสั้นรูปหน้าและวอลุ่ม

Juvelook Volume กับฟิลเลอร์ ต่างกันยังไง ถ้าอยากแก้คางสั้น?

Juvelook Volume กระตุ้นคอลลาเจนให้ค่อย ๆ เติมเต็มจากข้างใน ส่วนฟิลเลอร์ HA ปั้นรูปคางได้ทันที ทั้งสองเส้นทางมีข้อดีและข้อจำกัดต่างกัน ขึ้นอยู่กับสภาพผิวและเป้าหมายของแต่ละคนค่ะ

Secret RF รอบดวงตา ความปลอดภัยและขอบเขตการทำผิวหนัง

Secret RF รอบดวงตา ทำได้แค่ไหน? ข้อควรรู้ก่อนตัดสินใจ

ผิวรอบดวงตาบางกว่าบริเวณอื่นบนใบหน้า และมีโครงสร้างกระดูกเบ้าตาอยู่ใกล้มาก Secret RF จึงไม่ใช่ว่าใช้ไม่ได้เลย แต่ต้องกำหนดความลึกของเข็มและขอบเขตการทำใหม่ทั้งหมด

ติดตามเราใน Instagram

@beautysdoctors