ภาพแสดงความถี่การผลัดเซลล์ผิวที่บ้านตามสภาพผิว
ผิวหนัง

ผลัดเซลล์ผิวที่บ้าน ทำสัปดาห์ละกี่ครั้ง? เจาะลึกตามสภาพผิว

การผลัดเซลล์ผิวไม่ได้ยิ่งทำบ่อยยิ่งดี แต่ความถี่ที่เหมาะสมขึ้นอยู่กับสภาพผิวของแต่ละคน บทความนี้จะพาไปดูเกณฑ์ตามสภาพผิวและสัญญาณเมื่อทำมากเกินไปค่ะ

ติดตาม Hongdae Beautys Doctors YouTube
วียองจิน

วียองจิน

ผู้อำนวยการ

ตรวจสอบโดยแพทย์ นพ. วียองจิน
2นาที

เคยไหมที่ยืนเลือกผลิตภัณฑ์ผลัดเซลล์ผิวแล้วสงสัยว่า "ควรทำสัปดาห์ละกี่ครั้งกันแน่" หรือ "ผิวแบบเราเหมาะกับผลิตภัณฑ์ขัดผิว หรือ AHA มากกว่ากัน" ตัวผลิตภัณฑ์นั้นหาซื้อได้ไม่ยาก แต่สิ่งที่ทำให้หลายคนสับสนจริง ๆ คือการกำหนดความถี่และความแรงให้เหมาะกับสภาพผิวของตัวเอง ซึ่งเป็นเรื่องที่บั่นทอนความมั่นใจได้ไม่น้อยเมื่อผิวเริ่มระคายเคือง

พูดสั้น ๆ คือ การผลัดเซลล์ผิวไม่ได้ยิ่งทำบ่อยยิ่งดี แต่ความถี่ที่เหมาะสมจะแตกต่างกันไปตามสภาพผิวพอสมควร ผิวมันที่มีน้ำมันมากมักทำได้ค่อนข้างบ่อย ในขณะที่ผิวแห้งหรือผิวแพ้ง่ายควรลดความถี่ลงเพื่อรักษาเกราะป้องกันผิวเอาไว้ บทความนี้ BeautyStone Clinic จะพาคุณไปเจาะลึกตั้งแต่กลไกการผลัดเซลล์ผิว เกณฑ์ความถี่ตามสภาพผิว วิธีเลือกส่วนผสม ไปจนถึงสัญญาณเมื่อทำมากเกินไป พร้อมแนะนำแนวทางการดูแลค่ะ

ผลัดเซลล์ผิวช่วยขจัดเซลล์ผิวเก่าได้อย่างไร

ชั้นนอกสุดของผิวเรียกว่าชั้นขี้ไคล (Stratum Corneum) เป็นชั้นที่เซลล์ผิวซึ่งตายแล้วเรียงตัวซ้อนกันคล้ายอิฐก่อกำแพง ทำหน้าที่กักเก็บน้ำและปกป้องผิวจากสิ่งกระตุ้นภายนอก โดยปกติเซลล์ผิวเก่าจะหลุดลอกออกไปเองตามธรรมชาติ แต่เมื่ออายุมากขึ้นหรือผิวแห้ง กระบวนการนี้จะช้าลง ทำให้เซลล์ผิวเก่าสะสมจนผิวดูหมองคล้ำและรู้สึกสากกระด้าง

AHA (Alpha Hydroxy Acid) เป็นส่วนผสมยอดนิยมที่ช่วยขจัดเซลล์ผิวเก่าเหล่านี้ จากคำอธิบายกลไกที่ระบุว่า AHA ช่วยคลายพันธะระหว่างเซลล์ผิวเก่า ทำให้เซลล์ที่หมดอายุหลุดลอกออกไปได้ตามธรรมชาติ จะเห็นได้ว่าเหตุใดการผลัดเซลล์ผิวในความถี่ที่พอเหมาะจึงช่วยปรับผิวให้เรียบเนียนขึ้น อย่างไรก็ตาม ชั้นขี้ไคลก็คือเกราะป้องกันผิวเช่นกัน หากขจัดออกมากเกินไป น้ำในผิวจะระเหยออกได้ง่ายและอาจกลายเป็นผิวที่บอบบางแพ้ง่ายขึ้น

ภาพแสดงกลไกการหลุดลอกของเซลล์ผิวเก่าจากชั้นขี้ไคล

สภาพผิวแต่ละแบบควรทำสัปดาห์ละกี่ครั้ง

ความถี่ในการผลัดเซลล์ผิวมีจุดเริ่มต้นต่างกันตามสภาพผิว ผิวมันที่มีน้ำมันมากมักต้องดูแลรูขุมขนบ่อยครั้ง จึงทำได้ค่อนข้างถี่ ส่วนผิวแห้งที่ขาดน้ำหรือผิวแพ้ง่ายที่บอบบาง การลดความถี่ลงเพื่อรักษาเกราะป้องกันผิวจะปลอดภัยกว่า เมื่อสรุปเกณฑ์คร่าว ๆ ตามสภาพผิวจะได้ตารางดังนี้

สภาพผิวความถี่ที่แนะนำส่วนผสมที่เหมาะข้อควรระวัง
ผิวมันสัปดาห์ละ 2–3 ครั้งเน้น BHAทำมากไปผิวยิ่งผลิตน้ำมัน
ผิวผสมสัปดาห์ละ 1–2 ครั้งT-Zone ใช้ BHA แก้ม AHAปรับความแรงตามแต่ละบริเวณ
ผิวแห้งสัปดาห์ละ 1 ครั้งAHA ความเข้มข้นต่ำเพิ่มความชุ่มชื้นควบคู่
ผิวแพ้ง่ายไม่เกินสัปดาห์ละ 1 ครั้งเอนไซม์อ่อนโยน ระคายเคืองต่ำหากระคายเคืองให้หยุดทันที

ตัวเลขในตารางเป็นเพียงจุดเริ่มต้นโดยเฉลี่ยเท่านั้น แม้จะเป็นผิวมันเหมือนกัน หากผิวบางหรือเกิดปัญหาผิวได้ง่ายก็ควรลดความถี่ลง เพราะผลลัพธ์อาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล ขึ้นอยู่กับสภาพผิวและการดูแลตัวเอง แนะนำให้เริ่มจากความถี่ต่ำสุดก่อน แล้วค่อย ๆ เพิ่มทีละขั้นโดยดูจากปฏิกิริยาของผิว วิธีนี้ปลอดภัยที่สุดสำหรับผิวของคุณ

ภาพแสดงความถี่การผลัดเซลล์ผิวที่แนะนำในแต่ละสภาพผิว

AHA BHA และผลิตภัณฑ์ขัดผิว เหมาะกับผิวแบบไหน

วิธีผลัดเซลล์ผิวแบ่งออกได้เป็นแบบกายภาพ (ผลิตภัณฑ์ขัดผิว) และแบบเคมี (ส่วนผสมกรดอ่อน) ผลิตภัณฑ์ขัดผิวที่ใช้เม็ดขัดถูให้ความเรียบเนียนได้ทันที แต่ก็ระคายเคืองมากกว่า ปัจจุบันจึงมักแนะนำวิธีที่ใช้ส่วนผสมค่อย ๆ ละลายเซลล์ผิวเก่าอย่างอ่อนโยนแทน โดยแต่ละทางเลือกเหมาะกับผิวต่างกันดังนี้

  • AHA — เป็นกรดที่ละลายในน้ำ จึงเหมาะกับเซลล์ผิวเก่าและความหมองคล้ำบริเวณผิวชั้นบน ใช้ได้ทั้งผิวแห้งและผิวผสม
  • BHA — ละลายในไขมันจึงเข้าถึงน้ำมันในรูขุมขนได้ลึกกว่า เหมาะกับผิวมันที่มีน้ำมันมากหรือสิวอุดตันเม็ดเล็ก
  • เอนไซม์และสูตรอ่อนโยน — ค่อนข้างนุ่มนวล จึงเป็นตัวเลือกที่ผิวแพ้ง่ายทดลองได้โดยไม่เป็นภาระกับผิว
  • ผลิตภัณฑ์ขัดผิว — เม็ดขัดเสียดสีค่อนข้างแรง ควรใช้เป็นครั้งคราวและเบามือ

เช่นเดียวกับบทวิจารณ์ที่ระบุว่าการผลัดผิวด้วย AHA อย่างกรดไกลโคลิกในความเข้มข้นและความถี่ที่เหมาะสมช่วยเรื่องเซลล์ผิวและพื้นผิวได้ หัวใจสำคัญไม่ได้อยู่ที่การใช้ผลิตภัณฑ์แรง ๆ บ่อย ๆ แต่อยู่ที่การใช้อย่างสม่ำเสมอในระดับที่ผิวรับไหว การเริ่มจากความเข้มข้นต่ำแล้วค่อยเพิ่มเมื่อไม่ระคายเคืองจะปลอดภัยกว่า และปฏิกิริยาต่อส่วนผสมเดียวกันก็แตกต่างกันไปในแต่ละคน

ภาพแสดงว่า AHA BHA และผลิตภัณฑ์ขัดผิวเหมาะกับผิวแบบใด

ทำไมต้อง BeautyStone ย่านฮับจอง

BeautyStone ย่านฮับจอง กรุงโซล ให้ความสำคัญกับการดูแลที่ทำด้วยตัวเองอย่างการผลัดเซลล์ผิวที่บ้าน โดยเริ่มจากการตรวจสอบสภาพและประเภทผิวของคุณก่อนเสมอ เราไม่ได้ยึดว่าเป็นผิวมันต้องทำถี่ หรือผิวแห้งต้องทำน้อยเสมอไป แต่จะประเมินจากความถี่ของปัญหาผิวและสภาพเกราะป้องกันผิว เพื่อช่วยกำหนดความถี่ที่เหมาะสมไปด้วยกัน ในฐานะคลินิกเล็ก ๆ ที่เดินจากสถานีฮับจองถึงได้ คุณสามารถนำผลิตภัณฑ์และความถี่ที่ใช้อยู่ที่บ้านมาปรึกษาได้อย่างสบายใจ ทั้งนี้ค่าใช้จ่ายแตกต่างกันไปตามแต่ละคลินิก ทางเราจึงแนะนำเป็นรายบุคคลค่ะ

สัญญาณและผลข้างเคียงเมื่อผลัดเซลล์ผิวมากเกินไป

หากผลัดเซลล์ผิวมากเกินไป แทนที่ผิวจะดีขึ้น เกราะป้องกันผิวกลับพังลงจนผิวบอบบางแพ้ง่าย หากเห็นสัญญาณต่อไปนี้ ควรลดความถี่หรือหยุดพักสักระยะ

  • แสบร้อนหรือรู้สึกเสียว — หากรู้สึกระคายเคืองมากกว่าปกติขณะทาผลิตภัณฑ์ ถือเป็นสัญญาณว่าทำมากเกินไป
  • ผิวตึงและลอกเป็นขุยซ้ำ ๆ — ยิ่งขจัดออกผิวยิ่งแห้ง แล้วก็เกิดขุยขึ้นมาใหม่เป็นวงจร
  • รอยแดงหรือสิวเม็ดเล็ก — เป็นภาวะที่เกราะป้องกันผิวอ่อนแอลงและตอบสนองต่อสิ่งกระตุ้นได้ง่าย
  • ผิวหยาบกร้านและหมองคล้ำ — ตั้งใจจะให้เรียบเนียนแต่กลับดูสากกระด้างกว่าเดิม

ในกรณีนี้ ควรหยุดผลัดเซลล์ผิว 1–2 สัปดาห์ แล้วหันมาเน้นการเพิ่มความชุ่มชื้นและการป้องกันแสงแดด เกราะป้องกันผิวจะค่อย ๆ ฟื้นตัว เมื่อฟื้นตัวแล้วควรกลับมาเริ่มใหม่ด้วยความถี่ที่ต่ำกว่าเดิม ขอเพียงจำไว้ว่าการผลัดเซลล์ผิวไม่ใช่การดูแลที่ยิ่งทำยิ่งดี แต่เป็นการดูแลที่รักษาเส้นที่ผิวของคุณรับไหว ก็จะไม่หักโหมจนเกินไป หากมีอาการผิดปกติที่ไม่ดีขึ้น ควรรีบปรึกษาแพทย์

สรุป

การผลัดเซลล์ผิวช่วยขจัดเซลล์ผิวเก่าและปรับผิวให้เรียบเนียนขึ้น แต่หากทำมากเกินไปก็อาจทำร้ายเกราะป้องกันผิวได้ โดยเกณฑ์คร่าว ๆ คือ ผิวมันสัปดาห์ละ 2–3 ครั้ง ส่วนผิวแห้งและผิวแพ้ง่ายราวสัปดาห์ละ 1 ครั้ง แนะนำให้เริ่มจากความถี่ต่ำสุดแล้วปรับตามปฏิกิริยาของผิว ส่วน AHA BHA และผลิตภัณฑ์ขัดผิวก็เหมาะกับผิวต่างกัน การเลือกส่วนผสมให้ตรงกับสภาพผิวจึงเป็นเรื่องสำคัญ

ทั้งนี้ ผลลัพธ์อาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล และปฏิกิริยาต่อผลิตภัณฑ์เดียวกันก็ไม่เหมือนกัน หากมีสัญญาณอย่างแสบร้อนหรือรอยแดง ควรปรับความถี่ลงโดยไม่ฝืนทำต่อ ควรทำความเข้าใจสภาพผิวของตัวเอง และเมื่อไม่แน่ใจก็ควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อประเมินก่อนตัดสินใจ ที่ BeautyStone Clinic ย่านฮับจอง กรุงโซล เปิดให้ปรึกษาผ่าน LINE หากคุณกำลังกังวลว่า "ไม่แน่ใจว่าความถี่แบบไหนเหมาะกับผิวเรา" แอด LINE มาปรึกษาคุณหมอได้เลยนะคะ

คำถามที่พบบ่อย

Q1. ผลัดเซลล์ผิวทุกวันได้ไหม

การทำทุกวันถือว่ามากเกินไปสำหรับสภาพผิวส่วนใหญ่ เพราะชั้นขี้ไคลเป็นเกราะป้องกันผิว หากขจัดออกทุกวันน้ำในผิวจะระเหยและผิวจะบอบบางแพ้ง่ายขึ้น ผิวมันควรทำราวสัปดาห์ละ 2–3 ครั้ง ส่วนผิวแห้งและผิวแพ้ง่ายราวสัปดาห์ละ 1 ครั้ง แนะนำให้กำหนดความถี่โดยดูจากปฏิกิริยาของผิวค่ะ

Q2. ใช้ AHA และ BHA พร้อมกันได้ไหม

ใช้ควบคู่กันได้ แต่หากใช้ทั้งสองอย่างในวันเดียวกันการระคายเคืองอาจซ้อนทับกัน ช่วงแรกจึงควรใช้ทีละอย่างเพื่อดูปฏิกิริยาของผิวก่อน หากเป็นผิวผสมที่แต่ละบริเวณมีปัญหาต่างกัน สามารถแบ่งใช้ BHA ที่ T-Zone และ AHA ที่แก้มได้ หากรู้สึกระคายเคืองควรลดความถี่ลงค่ะ

Q3. หลังผลัดเซลล์ผิวต้องดูแลอะไรเป็นพิเศษ

หลังผลัดเซลล์ผิว ผิวจะบอบบางชั่วคราว จึงควรเพิ่มความชุ่มชื้นและป้องกันแสงแดดอย่างพิถีพิถัน เมื่อเซลล์ผิวเก่าถูกจัดการแล้ว น้ำและส่วนผสมบำรุงจะซึมเข้าผิวได้ดีขึ้น จึงควรบำรุงความชุ่มชื้นมากกว่าปกติสักขั้น และในวันที่ใช้ส่วนผสมกรดควรทากันแดดให้มากขึ้นในตอนกลางวันค่ะ

Q4. ผิวแพ้ง่ายจำเป็นต้องผลัดเซลล์ผิวไหม

ไม่จำเป็นเสมอไป เพราะผิวแพ้ง่ายมีเกราะป้องกันผิวที่อ่อนแอกว่า การผลัดเซลล์ผิวจึงอาจเป็นภาระได้ หลายครั้งการใช้สูตรเอนไซม์อ่อนโยนเป็นครั้งคราวก็เพียงพอแล้ว หากรู้สึกระคายเคืองควรหยุดทันที และควรปรึกษาแพทย์เพื่อกำหนดความถี่ที่เหมาะสมจะอุ่นใจกว่าค่ะ

บทความแนะนำ

ผู้หญิงที่มีโรคประจำตัวกำลังพิจารณาการทำหัตถการความงามผิวหนัง

มีโรคประจำตัวหรือกินยาอยู่ ทำหัตถการความงามได้ไหม?

ถ้าคุณเป็นเบาหวาน ความดันสูง หรือกินยาละลายลิ่มเลือดอยู่ แล้วอยากทำหัตถการความงาม บทความนี้จะพาไปดูว่าต้องระวังอะไร และควรบอกคลินิกเรื่องอะไรบ้าง

ผู้หญิงกำลังปรึกษาแพทย์เรื่องสกินบูสเตอร์กับการสูบบุหรี่ก่อนทำผิวหนัง

สูบบุหรี่ทำ Rejuran เห็นผลช้าลงจริงไหม?

ถ้าคุณสูบบุหรี่แล้วกำลังคิดจะทำสกินบูสเตอร์อย่าง Rejuran คำถามที่ว่าคอลลาเจนจะฟื้นตัวช้าลงไหมเป็นเรื่องที่หลายคนกังวลใจ บทความนี้จะพาไปดูว่าบุหรี่ส่งผลต่อการสร้างคอลลาเจนยังไง และจะดูแลให้ผลลัพธ์ดีขึ้นได้อย่างไร

ภาพปกอธิบาย Juvelook Volume สำหรับหน้าตอบหลังลดน้ำหนักผิวหนัง

ลดน้ำหนักแล้วหน้าตอบ เติมด้วย Juvelook Volume ได้ไหม

พอลดน้ำหนักสำเร็จ แต่แก้มและกลางใบหน้ากลับตอบจนดูโทรมกว่าเดิม Juvelook Volume ช่วยพยุงด้วยแนวคิดแบบไหน มาทำความเข้าใจกันแบบง่าย ๆ ค่ะ

บทความล่าสุด

ผู้หญิงที่มีโรคประจำตัวกำลังพิจารณาการทำหัตถการความงามผิวหนัง

มีโรคประจำตัวหรือกินยาอยู่ ทำหัตถการความงามได้ไหม?

ถ้าคุณเป็นเบาหวาน ความดันสูง หรือกินยาละลายลิ่มเลือดอยู่ แล้วอยากทำหัตถการความงาม บทความนี้จะพาไปดูว่าต้องระวังอะไร และควรบอกคลินิกเรื่องอะไรบ้าง

ผู้หญิงรู้สึกว่าผิวหย่อนคล้อยเร็วผิดปกติในช่วงที่เครียดสะสมลิฟติ้ง

ผิวหย่อนเพราะความเครียดเรื้อรัง RF Lifting ช่วยได้จริงไหม?

ช่วงที่เครียดหนัก ๆ แล้วรู้สึกว่าผิวหย่อนคล้อยเร็วผิดปกติ จริง ๆ แล้วสองอย่างนี้เกี่ยวข้องกันได้ บทความนี้จะพาไปดูว่าความเครียดเรื้อรังทำให้ผิวเสียความกระชับยังไง และ RF Lifting เข้ามาช่วยตรงไหน

ผู้หญิงกำลังปรึกษาแพทย์เรื่องสกินบูสเตอร์กับการสูบบุหรี่ก่อนทำผิวหนัง

สูบบุหรี่ทำ Rejuran เห็นผลช้าลงจริงไหม?

ถ้าคุณสูบบุหรี่แล้วกำลังคิดจะทำสกินบูสเตอร์อย่าง Rejuran คำถามที่ว่าคอลลาเจนจะฟื้นตัวช้าลงไหมเป็นเรื่องที่หลายคนกังวลใจ บทความนี้จะพาไปดูว่าบุหรี่ส่งผลต่อการสร้างคอลลาเจนยังไง และจะดูแลให้ผลลัพธ์ดีขึ้นได้อย่างไร

ภาพปกอธิบาย Juvelook Volume สำหรับหน้าตอบหลังลดน้ำหนักผิวหนัง

ลดน้ำหนักแล้วหน้าตอบ เติมด้วย Juvelook Volume ได้ไหม

พอลดน้ำหนักสำเร็จ แต่แก้มและกลางใบหน้ากลับตอบจนดูโทรมกว่าเดิม Juvelook Volume ช่วยพยุงด้วยแนวคิดแบบไหน มาทำความเข้าใจกันแบบง่าย ๆ ค่ะ

คุณแม่หลังคลอดกำลังพิจารณาช่วงเวลาที่เหมาะกับการทำ Ultherapyลิฟติ้ง

หลังคลอดหน้าหย่อน ทำ Ultherapy ตอนให้นมได้ไหม?

หลังคลอดแล้วรู้สึกว่ากรอบหน้าไม่คมเหมือนเดิม ผิวดูไม่แน่นเท่าก่อน บทความนี้จะพาไปดูว่าช่วงให้นมทำ Ultherapy ได้ไหม และควรเริ่มเมื่อไหร่ถึงจะเหมาะ

ภาพหน้าปกเรื่องอาการบวมหลังทำหัตถการกับการดูแลด้วยอาหารผิวหนัง

อาการบวมหลังทำหัตถการ ลดได้ด้วยอาหารและโซเดียมไหม

อาการบวมที่เกิดขึ้นหลังทำหัตถการความงามอาจบรรเทาลงหรือยืดเยื้อได้ตามอาหารที่เรากิน บทความนี้ชวนดูเรื่องโซเดียม น้ำ และอาหารที่ช่วย จากมุมมองการดูแลตัวเองอย่างใจเย็น

ติดตามเราใน Instagram

@beautysdoctors