ฉีดฟิลเลอร์ไม่ได้ในกรณีไหน และเมื่อไหร่ควรเลื่อนออกไปก่อน
ก่อนถามว่าฉีดจุดไหนดี ลองเช็กก่อนว่าตัวเองอยู่ในกลุ่มที่ควรเลื่อนหรือควรเลือกวิธีอื่นหรือเปล่าค่ะ
สิ่งที่คุณจะได้จากบทความนี้
· ถ้าปัญหาคือผิวหย่อนคล้อย การเติมฟิลเลอร์ไม่ใช่คำตอบ ฟิลเลอร์เหมาะกับร่องที่ยุบลง
· ยาต้านการแข็งตัวของเลือด เช่น แอสไพริน ควรปรึกษาแพทย์ที่สั่งยาก่อนวันฉีดราวสองสัปดาห์
· ประวัติเริมที่ริมฝีปาก เบาหวานที่คุมได้ไม่ดี หรือภาวะการแข็งตัวของเลือด อาจไม่เหมาะในบางกรณี
· ผิวซีดขาวเร็วพร้อมปวดรุนแรง หรือมองเห็นภาพเบลอ ต้องแจ้งแพทย์ทันที
ก่อนเลือกว่าจะฉีดฟิลเลอร์จุดไหน มีคำถามที่ควรตอบก่อนหนึ่งข้อค่ะ คือตอนนี้เราอยู่ในกลุ่มที่ควรเลื่อนออกไปก่อนหรือเปล่า คำตอบมักไม่ได้อยู่ที่ใบหน้า แต่อยู่ที่ยาที่กินอยู่ โรคประจำตัว และลักษณะของปัญหาที่อยากแก้
ฟิลเลอร์ (Filler) คือสารที่แพทย์ฉีดเข้าใต้ผิวหนังเพื่อเติมเต็มร่องริ้วรอยหรือปรับรูปหน้าในจุดที่ต้องการ ส่วนใหญ่มีส่วนประกอบหลักเป็นกรดไฮยาลูโรนิก (Hyaluronic Acid: HA) ซึ่งร่างกายสลายได้เองตามธรรมชาติ จึงควบคุมผลลัพธ์ได้ค่อนข้างดี แต่ถึงจะเป็นหัตถการที่ใช้เวลาไม่นาน ก็ยังมีเงื่อนไขที่ควรตรวจก่อน บทความนี้จะไล่ตามลำดับที่ใช้ในห้องตรวจค่ะ ผลลัพธ์แตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล
ข้อแรก ฟิลเลอร์เหมาะกับร่องที่ยุบ ไม่ใช่ผิวที่หย่อน
กรณีที่พบบ่อยที่สุดของการฉีดแล้วไม่ถูกใจ ไม่ได้เกิดจากตัวฟิลเลอร์ แต่เกิดจากการจับคู่ปัญหาผิดตั้งแต่ต้นค่ะ ลองแยกสิ่งที่เห็นในกระจกออกเป็นสองแบบก่อน
- ร่องที่ยุบลงหรือปริมาตรที่หายไป เช่น ร่องแก้มที่ลึกขึ้นจนเห็นเป็นแนว นี่คือจุดที่การเติมเข้าไปตอบโจทย์
- ผิวที่หย่อนลงมาตามแรงโน้มถ่วง เช่น แนวกรามที่เริ่มไม่คม กรณีนี้การเติมไม่ได้ดึงอะไรกลับขึ้นไป
ถ้าปัญหาคือความหย่อนคล้อย การดึงกลับขึ้นไปด้วยวิธีลิฟติ้งจะตรงกับปัญหามากกว่า และผลที่ได้จะอยู่ได้เหมือนการเก็บสะสมไว้ ส่วนฟิลเลอร์ให้เก็บไว้ใช้กับตำแหน่งที่ยุบลงจริง ๆ ค่ะ การแยกสองอย่างนี้ให้ชัดตั้งแต่แรกช่วยลดทั้งค่าใช้จ่ายและความผิดหวัง
ในการปรึกษาครั้งแรก สิ่งที่ควรได้ยินจึงไม่ใช่แค่จำนวนซีซี แต่เป็นคำอธิบายว่าจุดที่กังวลนั้นเป็นร่องยุบหรือความหย่อน และถ้าเป็นทั้งสองอย่างปนกัน ควรเรียงลำดับอย่างไรค่ะ
ยาที่กินอยู่ อาจต้องปรึกษาแพทย์ก่อนราวสองสัปดาห์
หากคุณรับประทานยาในกลุ่มที่มีฤทธิ์ต้านการแข็งตัวของเลือด เช่น แอสไพริน ซึ่งอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดรอยช้ำ ควรปรึกษาแพทย์ที่สั่งยาเพื่อพิจารณาปรับยาก่อนวันฉีดประมาณ 2 สัปดาห์ค่ะ
จุดสำคัญคือคำว่าปรึกษาแพทย์ที่สั่งยา ไม่ใช่การหยุดยาเอง เพราะยากลุ่มนี้มักถูกสั่งด้วยเหตุผลทางสุขภาพที่สำคัญกว่าความสวยงาม การตัดสินใจจึงต้องมาจากแพทย์ที่ดูแลโรคนั้นอยู่
และนี่คือเหตุผลที่ควรวางแผนล่วงหน้าค่ะ ถ้าเพิ่งนึกได้ในวันนัด ทางเลือกก็เหลือแค่ฉีดทั้งที่มีความเสี่ยงช้ำมากขึ้น หรือเลื่อนออกไป การเผื่อเวลาไว้สองสัปดาห์ทำให้ยังมีทางเลือกอยู่ในมือ
โรคประจำตัวและประวัติที่ควรแจ้งก่อนตัดสินใจ
นอกจากยาแล้ว ยังมีประวัติบางอย่างที่ทำให้แผนเปลี่ยนได้ค่ะ ผู้ที่มีประวัติเริมที่ริมฝีปาก เบาหวานที่ควบคุมได้ไม่ดี หรือมีภาวะเกี่ยวกับการแข็งตัวของเลือด อาจไม่เหมาะกับการฉีดฟิลเลอร์ในบางกรณี
คำว่าบางกรณีมีความหมายตามตัวอักษรค่ะ ไม่ได้แปลว่าห้ามเสมอไป แต่แปลว่าต้องประเมินเป็นรายบุคคล บางครั้งคำตอบคือเลื่อนไปก่อนจนกว่าจะควบคุมโรคได้ดีขึ้น บางครั้งคือเปลี่ยนตำแหน่งที่ฉีด และบางครั้งคือเลือกวิธีอื่นที่ตรงกับปัญหามากกว่า
สิ่งที่สำคัญไม่แพ้กันคือใครเป็นผู้ทำหัตถการให้คุณ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญควรซักประวัติและตรวจดูบริเวณที่จะฉีดอย่างละเอียดก่อนเริ่มหัตถการทุกครั้ง การตรวจสอบคุณวุฒิของแพทย์และขั้นตอนการให้คำปรึกษาก่อนฉีด จึงเป็นเช็กลิสต์ข้อแรกที่ไม่ควรข้ามค่ะ
ถ้าการนัดครั้งนั้นไม่มีการซักประวัติเรื่องยาและโรคประจำตัวเลย นั่นเองก็เป็นสัญญาณหนึ่งที่ควรชะลอการตัดสินใจไว้ก่อนค่ะ
ผลข้างเคียงสองแบบ และสัญญาณที่ต้องแจ้งแพทย์ทันที
ผลข้างเคียงที่พบได้บ่อยที่สุดหลังฉีดฟิลเลอร์ คือ บวม ช้ำ มีเลือดออกเล็กน้อยบริเวณที่ฉีด และบางครั้งอาจคลำเจอเป็นก้อนเล็ก ๆ ใต้ผิว ซึ่งเกิดจากฟิลเลอร์รวมตัวกันเป็นจุด อาจมีรอยแดงหรือบวมเล็กน้อย ซึ่งมักหายได้เองภายใน 1-3 วัน หรือในบางกรณีอาจใช้เวลาถึงหลายสัปดาห์
ในทางกลับกัน ผลข้างเคียงที่พบได้น้อยแต่ต้องระวังเป็นพิเศษ ได้แก่ การติดเชื้อ ปฏิกิริยาแพ้ และการที่ฟิลเลอร์เคลื่อนไปยังตำแหน่งที่ไม่ต้องการ ที่ต้องระวังมากที่สุดคือกรณีที่ฟิลเลอร์เข้าไปอุดตันหลอดเลือด ซึ่งแม้จะพบได้น้อยมากแต่ถือเป็นสัญญาณที่ต้องได้รับการดูแลอย่างเร่งด่วน
- บริเวณที่ฉีดเปลี่ยนเป็นสีขาวซีดอย่างรวดเร็ว ร่วมกับอาการปวดรุนแรงต่อเนื่อง
- รู้สึกผิดปกติบริเวณดวงตา เช่น มองเห็นภาพเบลอหรือมัว
- อาการบวมหรือปวดรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ แทนที่จะค่อย ๆ ดีขึ้นตามเวลา
- มีไข้ รอยแดง หรืออาการบวมที่บ่งบอกถึงการติดเชื้อ
ส่วนการดูแลตัวเองหลังฉีด ส่วนใหญ่กลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติในวันเดียวกัน แต่แนะนำให้หลีกเลี่ยงการออกกำลังกายหนักประมาณ 1-2 วัน การประคบเย็นช่วยลดอาการบวมได้ในบางกรณี และควรหลีกเลี่ยงการกดนวดบริเวณที่ฉีดแรง ๆ ในช่วงแรก ความเร็วในการฟื้นตัวแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล ขึ้นอยู่กับจำนวนจุดที่ฉีด ชนิดของฟิลเลอร์ และสภาพร่างกายค่ะ
ที่ Beautystone ฮับจอง ตรวจอะไรก่อนตัดสินใจ
ที่ Beautystone Clinic ย่านฮับจอง กรุงโซล ลำดับการปรึกษาจะเริ่มจากการแยกปัญหาก่อนค่ะ ดร.วี ยองจิน จะดูว่าสิ่งที่กังวลเป็นร่องที่ยุบลงหรือความหย่อนที่เคลื่อนตำแหน่ง แล้วจึงวางทางเลือกที่ตรงกับแต่ละแบบให้เห็นพร้อมกัน ก่อนจะพูดถึงจำนวนซีซี
จากนั้นจึงเป็นการซักประวัติยาและโรคประจำตัว เพื่อดูว่าควรเดินหน้าในวันนั้น หรือควรเผื่อเวลาไว้ราวสองสัปดาห์เพื่อปรึกษาแพทย์ที่สั่งยาก่อน คำตอบว่าเลื่อนก็ถือเป็นคำตอบหนึ่งที่พูดออกมาตรง ๆ ได้ค่ะ
เป็นคลินิกเล็ก ๆ ที่เดินจากสถานีฮับจองได้ จึงมีเวลาคุยแบบตัวต่อตัวทั้งเรื่องทางเลือก ข้อควรระวัง และสัญญาณที่ต้องรีบติดต่อกลับ ผลลัพธ์แตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล ควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อประเมินก่อนตัดสินใจค่ะ
คำถามที่พบบ่อย
กินแอสไพรินอยู่ ต้องหยุดยาเองก่อนฉีดไหมคะ
ไม่ควรหยุดยาเองค่ะ ควรปรึกษาแพทย์ที่สั่งยาเพื่อพิจารณาปรับยาก่อนวันฉีดประมาณ 2 สัปดาห์ เพราะยากลุ่มต้านการแข็งตัวของเลือดถูกสั่งด้วยเหตุผลด้านสุขภาพ การตัดสินใจจึงควรมาจากแพทย์ที่ดูแลโรคนั้นอยู่ แล้วค่อยนัดวันฉีดตามคำแนะนำค่ะ
มีประวัติเริมที่ริมฝีปาก ฉีดฟิลเลอร์ไม่ได้เลยหรือคะ
ไม่ได้แปลว่าห้ามเสมอไปค่ะ แต่เป็นหนึ่งในประวัติที่อาจไม่เหมาะในบางกรณี จึงควรแจ้งแพทย์ก่อนเสมอเพื่อประเมินเป็นรายบุคคล เช่นเดียวกับเบาหวานที่ควบคุมได้ไม่ดี หรือภาวะเกี่ยวกับการแข็งตัวของเลือดค่ะ
หน้าเริ่มหย่อนคล้อย ฉีดฟิลเลอร์ช่วยได้ไหมคะ
ถ้าปัญหาหลักคือความหย่อน การเติมฟิลเลอร์ไม่ได้ดึงตำแหน่งที่เคลื่อนลงมากลับขึ้นไปค่ะ กรณีนั้นวิธีที่ดึงกลับขึ้นไปจะตรงกับปัญหามากกว่า ส่วนฟิลเลอร์เหมาะกับร่องที่ยุบลงหรือปริมาตรที่หายไป ควรให้แพทย์ประเมินว่าเป็นแบบใดหรือปนกันทั้งสองแบบก่อนค่ะ
คลำเจอก้อนเล็ก ๆ ใต้ผิวหลังฉีด ผิดปกติไหมคะ
การคลำเจอก้อนเล็ก ๆ ใต้ผิวเป็นสิ่งที่พบได้ เกิดจากฟิลเลอร์รวมตัวกันเป็นจุด มักดีขึ้นได้เองภายในไม่กี่วันถึงหลายสัปดาห์ แต่ถ้ามีอาการปวดรุนแรงขึ้น ผิวซีดขาวเร็ว มองเห็นภาพเบลอ หรือมีไข้ร่วมด้วย ควรแจ้งแพทย์ทันทีค่ะ










