ภาพแสดงช่วงเวลาที่รอยช้ำและบวมหลังฉีด Ellanse จะยุบลง
ผิวหนัง

ฉีด Ellanse แล้วช้ำและบวมกี่วันหาย? เจาะลึกการดูแลหลังทำ

อาการช้ำและบวมหลังฉีด Ellanse เป็นปฏิกิริยาที่พบได้ทั่วไปจากรอยเข็ม บทความนี้อธิบายช่วงเวลาที่อาการจะยุบลงและวิธีดูแลตัวเองอย่างเข้าใจง่าย

ติดตาม Hongdae Beautys Doctors YouTube
วียองจิน

วียองจิน

ผู้อำนวยการ

ตรวจสอบโดยแพทย์ นพ. วียองจิน
2นาที

เคยไหมคะ หลังฉีด Ellanse แล้วส่องกระจกเห็นรอยช้ำหรืออาการบวมเล็ก ๆ จนอดคิดไม่ได้ว่า "แบบนี้ปกติไหม" เพราะ Ellanse เป็นการรักษาที่ค่อย ๆ กระตุ้นคอลลาเจน ผลลัพธ์จึงค่อย ๆ ปรากฏ แต่ในช่วงไม่กี่วันแรกกลับเห็นรอยช้ำและอาการบวมก่อน ทำให้หลายคนรู้สึกใจร้อนและกังวลใจได้ง่าย

โดยสรุปสั้น ๆ อาการช้ำและบวมหลังฉีดส่วนใหญ่เป็นปฏิกิริยาที่พบได้ทั่วไป และมักค่อย ๆ ยุบลงเองภายในไม่กี่วันถึง 1-2 สัปดาห์ อย่างไรก็ตาม หากในช่วงพักฟื้นเราหลีกเลี่ยงการกระตุ้นผิวและไม่เร่งให้เลือดสูบฉีดแรงเกินไป ทั้งความเร็วในการยุบและการเข้าที่ของผลลัพธ์ก็จะมีแนวโน้มนิ่งและเป็นธรรมชาติมากขึ้น

บทความนี้ BeautyStone Clinic จะพาคุณไปเจาะลึกกลไกการกระตุ้นคอลลาเจนของ Ellanse และสาเหตุที่ทำให้เกิดช้ำและบวม ช่วงเวลาการฟื้นตัวแบบวันต่อวัน วิธีดูแลตัวเองให้ฟื้นเร็วขึ้น ข้อควรระวังและสัญญาณที่ควรกลับไปพบแพทย์ พร้อมแนะนำแนวทางการดูแลอย่างเข้าใจง่าย ไปดูกันเลย

Ellanse คืออะไร? ทำไมถึงเกิดช้ำและบวม

Ellanse (เอลลานเซ่) ไม่ได้เป็นฟิลเลอร์ที่เพียงเติมวอลลุ่มเท่านั้น แต่เป็นสารกลุ่มกระตุ้นคอลลาเจน (Collagen Stimulator) ที่มีส่วนประกอบหลักคือ Polycaprolactone (PCL) ซึ่งเป็นสารที่ค่อย ๆ กระตุ้นให้ผิวสร้างคอลลาเจนของตัวเองขึ้นมาตามเวลา จากข้อมูลที่ อธิบายว่า Polycaprolactone ให้ผลวอลลุ่มทันทีพร้อมกับกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนรอบ ๆ อนุภาคขนาดเล็ก จนเกิดการเปลี่ยนแปลงที่คงอยู่ได้นาน จะเห็นได้ว่าผลลัพธ์ของการรักษานี้ค่อย ๆ เข้าที่ในระยะเวลาหลายเดือน ไม่ใช่แค่ไม่กี่วัน

ในขณะที่ผลลัพธ์ค่อย ๆ ปรากฏ แต่รอยช้ำและอาการบวมกลับเกิดขึ้นก่อนบริเวณที่เข็มผ่าน ตั้งแต่หลังทำใหม่ ๆ จึงเกิดช่วงที่ "ผลยังไม่มา แต่เห็นแต่รอยช้ำ" ขึ้นชั่วคราว หากเข้าใจว่าช่วงนี้คือกระบวนการฟื้นตัวตามปกติ ความใจร้อนก็จะลดลงค่ะ

ภาพแสดงกลไกที่ Polycaprolactone ใน Ellanse กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนรอบอนุภาคขนาดเล็ก

ช้ำและบวมยุบลงในแต่ละช่วงเวลาอย่างไร?

การกะช่วงเวลาว่าอาการช้ำและบวมจะยุบเมื่อไหร่และมากน้อยแค่ไหน จะดูง่ายขึ้นเมื่อแบ่งเป็นช่วงวัน โดยทั่วไปมักเป็นไปตามแนวทางในตารางด้านล่างนี้ ทั้งนี้ผลลัพธ์อาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล ขึ้นอยู่กับสภาพผิวและการดูแลตัวเอง

อาการ24-48 ชั่วโมงวันที่ 3-51-2 สัปดาห์
บวมเห็นชัดที่สุดลดลงราวครึ่งหนึ่งยุบลงเกือบหมด
รอยช้ำสีเข้มชัดสีจางลงแทบหายไป
ความรู้สึกตึงกดทับพบได้บ่อยค่อย ๆ ลดลงแทบไม่มี
การแต่งหน้าเริ่มได้ตั้งแต่วันถัดไปทำได้ในหลายกรณีตามปกติ
การเห็นผลลัพธ์ยังเร็วเกินไปเริ่มเข้าที่ค่อย ๆ ชัดขึ้น

โดยทั่วไปอาการบวมมักเห็นชัดที่สุดในวันถัดจากวันทำ แล้วค่อย ๆ ยุบลงภายในไม่กี่วัน ส่วนรอยช้ำจะจางสีลงและหายไปภายใน 1-2 สัปดาห์ในหลายกรณี ในช่วงนี้แทนที่จะรีบตัดสินผลลัพธ์ การดูจากการเปลี่ยนแปลงหลังจากช้ำและบวมยุบลงแล้วจะแม่นยำกว่า

ภาพแสดงการยุบลงของรอยช้ำและบวมตั้งแต่ 24-48 ชั่วโมงถึง 1-2 สัปดาห์

วิธีดูแลตัวเองให้ฟื้นตัวเร็วขึ้น

ช่วงพักฟื้นไม่ได้ต้องการการดูแลที่ยุ่งยาก แต่ในช่วงไม่กี่วันแรกการใช้ชีวิตให้เรียบง่ายในทางที่ไม่ทำให้ช้ำและบวมมากขึ้นจะช่วยได้ โดยแนะนำแนวทางที่ทำตามได้ง่ายในชีวิตประจำวันดังนี้

  • การประคบเย็น — ในวันทำ ควรใช้ผ้ารองแล้วประคบเย็นเบา ๆ ในเวลาสั้น ๆ เพื่อช่วยลดอาการบวม
  • การจัดการการไหลเวียนเลือด — ควรเลื่อนการออกกำลังกายหนัก ซาวน่า และการอาบน้ำร้อนออกไปสักไม่กี่วัน เพื่อไม่ให้เลือดสูบฉีดแรงขึ้นอย่างรวดเร็ว
  • เครื่องดื่มแอลกอฮอล์และสารที่ทำให้เลือดเจือจาง — การลดลงในช่วงก่อนและหลังทำไม่กี่วันจะช่วยลดโอกาสเกิดรอยช้ำ
  • ท่านอน — ช่วงไม่กี่วันแรกควรหนุนหมอนให้สูงขึ้นเล็กน้อย เพื่อช่วยลดอาการบวมบริเวณใบหน้า

รอยช้ำและอาการบวมเป็นปฏิกิริยาที่พบได้ทั่วไป แต่เช่นเดียวกับข้อมูลที่ อธิบายว่าหลังฉีดฟิลเลอร์อาจเกิดรอยช้ำและบวมจากรอยเข็ม และยาต้านการแข็งตัวของเลือดหรือแอลกอฮอล์อาจทำให้อาการเหล่านี้เพิ่มขึ้นได้ การลดสารที่ทำให้เลือดเจือจางและแอลกอฮอล์ในช่วงก่อนและหลังทำไม่กี่วันจึงช่วยลดรอยช้ำได้ โดยรอยช้ำส่วนใหญ่มักจางลงเองภายใน 1-2 สัปดาห์

ภาพแสดงวิธีดูแลตัวเองด้วยการประคบเย็นและจัดการการไหลเวียนเลือดหลังทำ

ใครเหมาะและใครควรเลี่ยงการฉีด Ellanse

การรักษาโดยทั่วไปเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเติมวอลลุ่มและกระตุ้นคอลลาเจนแบบค่อยเป็นค่อยไป และเข้าใจว่าผลลัพธ์ต้องใช้เวลา อย่างไรก็ตาม มีบางกลุ่มที่ควรแจ้งแพทย์ก่อนและอาจต้องเลี่ยงหรือประเมินเป็นรายบุคคล เพื่อความปลอดภัยของตัวคุณเอง

  • ผู้ที่ตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร
  • ผู้ที่มีแนวโน้มเป็นแผลนูนคีลอยด์ (Keloid) หรือมีประวัติแพ้ส่วนประกอบของผลิตภัณฑ์
  • ผู้ที่มีการติดเชื้อหรือการอักเสบบริเวณที่จะฉีดในขณะนั้น
  • ผู้ที่กำลังใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือด — ควรแจ้งแพทย์เพื่อประเมินก่อนเสมอ

การพิจารณาว่าเหมาะกับการรักษานี้หรือไม่ ควรให้แพทย์ผู้เชี่ยวชาญเป็นผู้ประเมินเป็นรายบุคคล ควรทำโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญในคลินิกที่ได้มาตรฐาน และแจ้งประวัติสุขภาพอย่างครบถ้วนก่อนตัดสินใจ

ขั้นตอนการทำ ผลข้างเคียง และสัญญาณที่ควรพบแพทย์

การทำจะเริ่มจากการปรึกษาเพื่อกำหนดตำแหน่งและปริมาณที่จะฉีด จากนั้นจึงฉีด Ellanse ให้สม่ำเสมอตามบริเวณและปรับแต่งรูปทรง หลังทำอาการบวมเล็กน้อย รอยช้ำ และความรู้สึกตึงกดทับถือเป็นปฏิกิริยาที่พบได้ทั่วไป โดยส่วนใหญ่มักยุบลงภายในไม่กี่วันถึง 1-2 สัปดาห์ พร้อมกับที่คอลลาเจนค่อย ๆ เข้าที่

ในด้านผลข้างเคียง อาจมีรอยแดงหรือบวมเล็กน้อย ซึ่งมักหายได้เองภายในไม่กี่วันถึง 1 สัปดาห์ แต่หากมีอาการผิดปกติหรือสัญญาณต่อไปนี้ ควรรีบปรึกษาแพทย์ที่ทำการรักษาทันที

  • อาการปวดบริเวณที่ฉีดที่ค่อย ๆ รุนแรงขึ้น หรือสีผิวเปลี่ยนเป็นซีดขาวหรือคล้ำลง
  • ใบหน้าไม่สมมาตรอย่างเห็นได้ชัด หรือคลำเจอก้อนแข็ง
  • ไข้สูง ผิวแดงมาก หรือรู้สึกร้อน — เป็นสัญญาณที่น่าสงสัยว่าอาจติดเชื้อ
  • อาการบวมหรือช้ำที่ผ่านไป 2 สัปดาห์แล้วยังไม่ยุบ

บทความนี้เป็นการรวบรวมข้อมูลทั่วไป การพิจารณาว่าเหมาะกับการรักษาหรือไม่ และการดูแลระหว่างการฟื้นตัว ควรปรึกษาแพทย์ที่ตรวจรักษาโดยตรงเพื่อความปลอดภัย

สรุป

Ellanse เป็นการรักษาที่ค่อย ๆ กระตุ้นคอลลาเจน ผลลัพธ์จึงค่อย ๆ ปรากฏ ในขณะที่รอยช้ำและอาการบวมจะเกิดขึ้นก่อนตั้งแต่หลังทำใหม่ ๆ แต่ส่วนใหญ่เป็นกระบวนการฟื้นตัวที่พบได้ทั่วไป และมักยุบลงภายในไม่กี่วันถึง 1-2 สัปดาห์ การดูแลตัวเอง เช่น การประคบเย็น การจัดการการไหลเวียนเลือด และการลดแอลกอฮอล์ จะช่วยให้การฟื้นตัวเป็นไปอย่างนิ่งมากขึ้น

ทั้งนี้ผลลัพธ์อาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล และควรระวังสัญญาณ เช่น อาการปวดที่รุนแรงขึ้น สีผิวเปลี่ยนเป็นซีดขาว คลำเจอก้อนแข็ง หรืออาการที่ผ่านไป 2 สัปดาห์แล้วยังไม่ยุบ ไม่ควรปล่อยไว้หรือรักษาด้วยตัวเอง ควรปรึกษาแพทย์ก่อนเสมอ หากคุณกำลังกังวลเรื่องช้ำและบวมหลังฉีด Ellanse ที่ BeautyStone Clinic ย่านฮับจอง กรุงโซล สามารถแอด LINE มาปรึกษาคุณหมอได้เลยนะคะ

คำถามที่พบบ่อย

Q1. ฉีด Ellanse แล้วช้ำเยอะกว่าที่คิด ผิดปกติไหม?

ในช่วงไม่กี่วันแรกหลังทำ รอยช้ำอาจดูสีเข้มได้ แต่โดยทั่วไปมักจางสีลงและหายไปภายใน 1-2 สัปดาห์ค่ะ การประคบเย็นเบา ๆ ช่วยได้ในช่วงแรก และควรเลี่ยงการกดทับแรง ๆ อย่างไรก็ตาม หากอาการปวดค่อย ๆ รุนแรงขึ้น หรือสีผิวเปลี่ยนเป็นซีดขาวหรือคล้ำลง ควรรีบปรึกษาแพทย์ที่ทำการรักษาทันที

Q2. จะเริ่มเห็นผลลัพธ์เมื่อไหร่?

Ellanse เป็นการรักษาที่กระตุ้นคอลลาเจน การเปลี่ยนแปลงจึงค่อย ๆ ปรากฏค่ะ มักเริ่มเข้าที่หลังจากช้ำและบวมยุบลงในช่วง 1-2 สัปดาห์ และค่อย ๆ ชัดขึ้นในระยะเวลาหลายเดือน แทนที่จะตัดสินในช่วงที่เห็นแต่รอยช้ำ การดูจากช่วงที่ฟื้นตัวเสร็จแล้วจะแม่นยำกว่า

Q3. หลังทำ ออกกำลังกายหรือเข้าซาวน่าได้เมื่อไหร่?

การเดินเบา ๆ มักทำได้ตั้งแต่วันถัดไป แต่การออกกำลังกายหนัก ซาวน่า และการอาบน้ำร้อน แนะนำให้เลื่อนออกไปสักไม่กี่วันค่ะ เพราะเมื่อเลือดสูบฉีดแรงขึ้นอย่างรวดเร็ว รอยช้ำและอาการบวมอาจเห็นชัดขึ้นได้ โดยทั่วไปเมื่อผ่านไปราว 5-7 วัน มักกลับไปทำกิจกรรมตามปกติได้อย่างนิ่งขึ้น

Q4. บวมจนรูปหน้าดูไม่เป็นธรรมชาติ เมื่อเวลาผ่านไปจะดีขึ้นไหม?

หลังทำใหม่ ๆ อาการบวมอาจทำให้ดูอูมกว่าปกติหรือรู้สึกว่าซ้ายขวาไม่เท่ากันได้ค่ะ โดยทั่วไปอาการบวมจะค่อย ๆ ยุบลงภายในไม่กี่วันและดูเป็นธรรมชาติขึ้น อย่างไรก็ตาม หากผ่านไป 2 สัปดาห์แล้วยังไม่สมมาตรชัดเจน หรือคลำเจอก้อนแข็ง ควรปรึกษาแพทย์ที่ทำการรักษา

บทความแนะนำ

Potenza กับผิวมันรูขุมขนกว้างและรอยหลุมสิวในผู้ชายผิวหนัง

Potenza กับผิวมันรูขุมขนกว้างในผู้ชาย จำเป็นต้องทำจริงไหม?

ผิวของผู้ชายหนากว่าและต่อมไขมันทำงานมากกว่า ทำให้รูขุมขนกว้างและรอยหลุมสิวลึกกว่า เป็นเรื่องที่ครีมหรือโทนเนอร์แก้ได้ยาก บทความนี้ BeautyStone Clinic จะพาไปดูว่า Potenza Microneedle RF ทำงานกับผิวผู้ชายอย่างไร และคาดหวังผลได้แค่ไหนค่ะ

ผู้หญิงที่มีโรคประจำตัวกำลังพิจารณาการทำหัตถการความงามผิวหนัง

มีโรคประจำตัวหรือกินยาอยู่ ทำหัตถการความงามได้ไหม?

ถ้าคุณเป็นเบาหวาน ความดันสูง หรือกินยาละลายลิ่มเลือดอยู่ แล้วอยากทำหัตถการความงาม บทความนี้จะพาไปดูว่าต้องระวังอะไร และควรบอกคลินิกเรื่องอะไรบ้าง

ผู้หญิงกำลังปรึกษาแพทย์เรื่องสกินบูสเตอร์กับการสูบบุหรี่ก่อนทำผิวหนัง

สูบบุหรี่ทำ Rejuran เห็นผลช้าลงจริงไหม?

ถ้าคุณสูบบุหรี่แล้วกำลังคิดจะทำสกินบูสเตอร์อย่าง Rejuran คำถามที่ว่าคอลลาเจนจะฟื้นตัวช้าลงไหมเป็นเรื่องที่หลายคนกังวลใจ บทความนี้จะพาไปดูว่าบุหรี่ส่งผลต่อการสร้างคอลลาเจนยังไง และจะดูแลให้ผลลัพธ์ดีขึ้นได้อย่างไร

บทความล่าสุด

ฉีดฟิลเลอร์แล้วทำทันตกรรมได้เลยไหม ต้องเว้นระยะเท่าไหร่ BeautyStone Clinicรูปหน้าและวอลุ่ม

ฉีดฟิลเลอร์แล้วทำทันตกรรมได้เลยไหม? เว้นระยะเท่าไหร่ถึงปลอดภัย

หลายคนไม่รู้ว่าทำทันตกรรมหลังฉีดฟิลเลอร์มีความเสี่ยงจริง ทั้งเรื่องการติดเชื้อและการกดดันที่ฟิลเลอร์ บทความนี้ BeautyStone Clinic จะพาคุณไปเจาะลึกว่าควรเว้นระยะนานแค่ไหน และทำไมถึงต้องระวังค่ะ

มีเครื่องกระตุ้นหัวใจหรือโลหะในร่างกาย ทำ RF Lifting ได้ไหม BeautyStone Clinicลิฟติ้ง

มีเครื่องกระตุ้นหัวใจหรือโลหะในร่างกาย ทำ RF Lifting ได้ไหม?

เครื่องกระตุ้นหัวใจ รากฟันเทียม และโลหะในร่างกายมีผลต่อการทำ RF Lifting ต่างกัน บทความนี้ BeautyStone Clinic จะพาคุณไปเจาะลึกว่าสิ่งใดเป็นข้อห้ามจริง สิ่งใดทำได้ด้วยความระมัดระวัง และต้องแจ้งแพทย์เรื่องใดบ้างก่อนทำค่ะ

ผู้ชายผิวหนาหน้าตก Sofwave Ultrasound Lifting ที่คลินิก BeautyStoneผู้ชาย

ผู้ชายผิวหนาหน้าตก Sofwave ช่วยได้ไหม?

ผิวผู้ชายหนากว่าและต่อมไขมันทำงานมากกว่า ทำให้หน้าตกมีลักษณะต่างจากผู้หญิง บทความนี้ BeautyStone Clinic จะพาไปดูว่า Sofwave ซึ่งเป็น Ultrasound Lifting แบบใหม่ ทำงานกับผิวผู้ชายได้ดีไหม และควรคาดหวังอะไรได้บ้างค่ะ

ใบหน้ายุบหลังลดน้ำหนัก รักษาด้วย Collagen Booster ที่คลินิกผิวหนังรูปหน้าและวอลุ่ม

หน้าแฟบหลังลดน้ำหนักเร็ว แก้ได้ด้วย Collagen Booster จริงไหม?

ลดน้ำหนักเร็วแล้วหน้ายุบทั้งที่ไม่ได้แก่เลย เป็นเพราะไขมันใต้ผิวหนังหายเร็วกว่าที่โครงสร้างจะรับมือได้ บทความนี้ BeautyStone Clinic จะพาคุณไปเจาะลึกว่า Collagen Booster ช่วยฟื้นคืนวอลลุ่มบนใบหน้าได้อย่างไร และต่างจากฟิลเลอร์อย่างไรบ้างค่ะ

Potenza กับผิวมันรูขุมขนกว้างและรอยหลุมสิวในผู้ชายผิวหนัง

Potenza กับผิวมันรูขุมขนกว้างในผู้ชาย จำเป็นต้องทำจริงไหม?

ผิวของผู้ชายหนากว่าและต่อมไขมันทำงานมากกว่า ทำให้รูขุมขนกว้างและรอยหลุมสิวลึกกว่า เป็นเรื่องที่ครีมหรือโทนเนอร์แก้ได้ยาก บทความนี้ BeautyStone Clinic จะพาไปดูว่า Potenza Microneedle RF ทำงานกับผิวผู้ชายอย่างไร และคาดหวังผลได้แค่ไหนค่ะ

ผู้หญิงที่มีโรคประจำตัวกำลังพิจารณาการทำหัตถการความงามผิวหนัง

มีโรคประจำตัวหรือกินยาอยู่ ทำหัตถการความงามได้ไหม?

ถ้าคุณเป็นเบาหวาน ความดันสูง หรือกินยาละลายลิ่มเลือดอยู่ แล้วอยากทำหัตถการความงาม บทความนี้จะพาไปดูว่าต้องระวังอะไร และควรบอกคลินิกเรื่องอะไรบ้าง

ติดตามเราใน Instagram

@beautysdoctors