ใส่คอนแทคเลนส์หลังทำหัตถการบริเวณตาได้เมื่อไหร่
ลิฟติ้ง

รีบใส่คอนแทคเลนส์หลังทำหัตถการรอบตา พลาดง่ายตรงไหน?

ตาดูปกติจากภายนอก ไม่ได้แปลว่าเนื้อเยื่อข้างในพร้อมแล้ว รวมความเข้าใจผิดที่ทำให้คนรีบใส่คอนแทคเลนส์เร็วไปหลังทำหัตถการรอบตา พร้อมวิธีเช็กสัญญาณตัวเองก่อนใส่เลนส์

ไม่แน่ใจว่าเหมาะกับตัวเองไหมดูจากรูปหรือบทความอย่างเดียวบอกได้ยาก ปรึกษาเป็นภาษาไทยได้ แผนการรักษาจะสรุปหลังพบแพทย์ที่คลินิก* มีเจ้าหน้าที่ภาษาไทย · ถามได้โดยตรงทาง LINEถามคุณหมอ

เพิ่งทำเลเซอร์หรือลิฟติ้งรอบดวงตาเสร็จ แล้วมองกระจกเห็นว่าตาก็ดูปกติดี เลยอยากรีบหยิบคอนแทคเลนส์กลับมาใส่ใช่ไหมคะ ความรู้สึกนี้เข้าใจได้เลย เพราะการต้องสลับไปใส่แว่นหรืองดเลนส์หลายวันมันไม่สะดวกจริง ๆ แต่สิ่งที่เรารู้สึกจากด้านนอก กับสภาพเนื้อเยื่อที่ยังฟื้นตัวอยู่ข้างใน บ่อยครั้งก็ไม่ได้ไปในทางเดียวกัน

คนจำนวนไม่น้อยพลาดตรงที่ใจร้อนเกินไป หรือเอาความรู้สึกผิวเผินมาเป็นตัววัด จนสุดท้ายกลับมาเจอตาแดง แสบ หรือเคืองทั้งที่ไม่จำเป็น บทความนี้ Beautystone Clinic เลยอยากชวนมาดูกันว่า ความเข้าใจผิดที่ทำให้คนรีบใส่เลนส์เร็วไปมีอะไรบ้าง และเราจะอ่านสัญญาณจากดวงตาตัวเองยังไง ก่อนจะตัดสินใจกลับไปใส่อีกครั้งนะคะ

ทำไมความรู้สึกว่า 'ตาหายดีแล้ว' ถึงหลอกเราได้?

คำตอบสั้น ๆ คือ ตรงเบ้าตาของเราผิวบอบบางเป็นพิเศษ และไวต่อสิ่งเร้ามากกว่าที่อื่นบนหน้า พอโดนพลังงานความร้อน แสงเลเซอร์ หรือสารบางชนิดจากการทำหัตถการ ร่างกายจะเดินหน้าซ่อมตัวเองแบบที่เรามองไม่เห็น ต่อให้ด้านนอกจะดูเนียนและรู้สึกเหมือนกลับมาปกติแล้วก็ตาม

ช่วงที่ชั้นผิวยังทำงานซ่อมแซมอยู่ ทั้งกระจกตา (cornea) กับเยื่อบุตา (conjunctiva) จะรับรู้การสัมผัสไวขึ้น เพราะเนื้อเยื่อที่ยังระบมนิด ๆ มักตอบสนองต่อแรงกดและการเสียดสีแรงกว่าเดิม พอวางเลนส์ทับลงไปบนดวงตาซ้ำ ๆ โอกาสที่จะเคืองก็เลยมากกว่าตอนที่ทุกอย่างเข้าที่แล้ว

วิธีกะง่าย ๆ คือ ให้ดูที่ระดับความลึกของหัตถการ ถ้าอะไรที่ลงไปทำงานกับผิวชั้นบนแบบตรง ๆ ก็ควรเผื่อเวลาพักให้มากขึ้น มากกว่าจะเอาแค่ว่าเช้านี้ตาบวมหรือยุบแล้วมาเป็นเกณฑ์ตัดสิน

ไทม์ไลน์การฟื้นตัว: ควรรอนานแค่ไหน?

เข้าใจผิดแบบไหนที่ทำให้ตาระคายเคืองบ่อยที่สุด?

จริง ๆ แล้ว อาการเคืองตาที่เจอกันบ่อยมักไม่ได้เกิดจากตัวหัตถการโดยตรง แต่มาจากรายละเอียดเล็ก ๆ ตอนดูแลตัวเองในไม่กี่วันแรก ลองเช็กดูว่าเราหลงทำข้อไหนอยู่บ้าง

  • ดูแค่ภายนอก พอเห็นว่ายุบบวมก็รีบใส่ ทั้งที่ข้างในยังไม่พร้อม
  • ใส่ยาวติดกันตั้งแต่วันแรก ๆ ทั้งที่ช่วงนี้ควรลดเหลือราว 6–8 ชั่วโมง แม้ปกติจะใส่ทั้งวันได้
  • หยิบเลนส์สี (Color Contact Lens) มาใส่ ทั้งที่เนื้อหนากว่า และอาจกั้นไม่ให้ออกซิเจนลงถึงกระจกตาได้ดีเท่าเดิม ระยะฟื้นตัวจึงควรงดไว้
  • ลืมล้างมือให้สะอาดก่อนจับเลนส์หรือแตะแถวดวงตา เท่ากับเปิดทางให้เชื้อโรคเข้ามา
  • ยังต้องหยอดหรือทายาที่คุณหมอสั่งอยู่ แล้วเอาเลนส์ใส่ทับ ทั้งที่ยาบางชนิดอาจไปทำปฏิกิริยากับเลนส์

ถ้าใส่แล้วรู้สึกแสบ เคือง หรือเห็นตาเริ่มแดง ให้ถอดออกก่อนเลย แล้วบอกแพทย์ที่ดูแลเรา ไม่ต้องฝืนทน อีกอย่างที่คนมักลืมคือ ช่วงผิวกำลังฟื้น ควรเว้นการว่ายน้ำหรือแช่สระเอาไว้ก่อน ถึงวันนั้นจะไม่ได้ใส่เลนส์ก็ตาม และถ้าอยากให้ดวงตาชุ่มชื้น ก็เลือกน้ำตาเทียมสูตรที่ใช้ร่วมกับเลนส์ได้ตามที่คุณหมอแนะนำ

สัญญาณที่บอกว่า ยังไม่ควรใส่คอนแทคเลนส์

หัตถการที่เราทำมา ต้องรอไม่เท่ากันยังไง?

แต่ละแบบทำงานคนละชั้น ใช้พลังงานคนละอย่าง สิ่งที่ตกถึงเนื้อเยื่อเลยไม่เท่ากัน ช่วงที่ต้องเว้นก่อนหยิบเลนส์มาใส่ก็เลยยาวสั้นต่างกัน ลองเทียบดูคร่าว ๆ จากตารางนี้ก่อน

แบบที่ทำลงลึกแค่ไหนแนวโน้มผลที่พื้นผิว
เลเซอร์รอบตา/ใต้ตา (Pico Laser, เลเซอร์รอยเข้ม)ทำงานกับผิวด้านบนตรง ๆผิวไวต่อแสงและการสัมผัสอยู่ระยะหนึ่ง เผื่อเวลาไว้มากหน่อย
ลิฟติ้งคลื่นพลังงาน (Sofwave, Oligio X)เน้นชั้นลึกใต้ผิวรอยที่พื้นผิวมักเบากว่ากลุ่มเลเซอร์
ฟิลเลอร์ (Filler) ใต้ตา/ขมับอยู่ใต้ผิวถ้าบวมหรือช้ำ จะสวมเลนส์แล้วไม่สบายไปพักหนึ่ง
สกินบูสเตอร์/เมโส (Skin Booster / Mesotherapy)กระตุ้นแบบตื้น ๆแม้เบา ก็ยังอยากให้ผิวได้ตั้งตัว

พอเห็นภาพว่าอะไรลงลึกแค่ไหนแล้ว ทีนี้มาดูเป็นช่วงวันกันบ้าง โดยตัวเลขข้างล่างเป็นแนวทางกว้าง ๆ ที่แพทย์ผู้เชี่ยวชาญมักยึด แต่ยังต้องประเมินเป็นราย ๆ ไป

ช่วงเวลาหลังทำสิ่งที่ควรทำ
ภายในวันแรก (24 ชม.)ยังไม่ควรแตะเลนส์ทุกแบบ เพราะยังอยู่ในระยะอักเสบเฉียบพลัน มีโอกาสบวมและไวต่อการสัมผัส
ราววันที่ 2–3ถ้าเป็นลิฟติ้งที่ไม่โดนผิวด้านบน และไม่บวมไม่ช้ำ บางท่านอาจให้เริ่มใส่ได้ตั้งแต่วันที่สอง โดยดูเป็นราย ๆ
ประมาณ 3–7 วันถ้าเป็นเลเซอร์ที่ลงผิวด้านบน หรือมีจ้ำช้ำจากฟิลเลอร์ ส่วนใหญ่ให้เว้นอย่างน้อย 5–7 วัน แล้วค่อยเช็กกับแพทย์
เกิน 7 วันขึ้นไปถ้าเป็นเลเซอร์แบบลอกผิว (Ablative Laser) หรือมีแผลเปิดเล็ก ๆ อาจต้องรอจนกว่าผิวจะกลับมาเป็นปกติจริง ๆ

ย้ำอีกทีว่าเวลาที่พอเหมาะขึ้นกับแต่ละคน ทั้งสภาพผิวและแบบของหัตถการที่ทำมา ตัวเลขพวกนี้เป็นแค่จุดตั้งต้นให้พอเห็นภาพ ไม่ใช่กฎที่ใช้ได้เป๊ะกับทุกคน

ข้อควรระวังสำหรับผู้ใส่คอนแทคเลนส์หลังทำหัตถการ

จะรู้ได้ยังไงว่าตาเรายังไม่พร้อม?

ต่อให้พ้นกรอบเวลาขั้นต่ำมาแล้ว ถ้ายังเจออาการพวกนี้อยู่ ก็ควรใจเย็นรออีกหน่อย ลองไล่เช็กสั้น ๆ ทุกครั้งก่อนหยิบเลนส์

  • ยังรู้สึกเคือง หรือเห็นว่ารอบดวงตายังไม่หายแดง
  • ขมับกับใต้ตายังไม่ยุบ หรือมีจ้ำเขียวให้เห็นอยู่
  • รอบตายังตึง ๆ แห้ง ๆ หรือแสบกว่าที่เคยเป็น
  • แพทย์ยังให้หยอดยาหรือทายาอยู่ ยังไม่หมดคอร์ส
  • ขี้ตาหรือน้ำตาออกมาในแบบที่ดูไม่ค่อยชอบมาพากล

ถ้ายังมีอย่างใดอย่างหนึ่ง แนะนำให้รอจนหายสนิทเสียก่อน แล้วค่อยกลับไปถามคุณหมอที่ทำให้อีกที เพราะถ้าฝืนใส่ทั้งที่ตายังไม่พร้อม อาการเคืองอาจลากยาวกว่าเดิมโดยใช่เหตุ

งานวิจัยชิ้นหนึ่งที่ลงใน PubMed Central ระบุว่า การฟื้นตัวของผิวและเยื่อบุรอบดวงตาหลังโดนพลังงานความร้อน แตกต่างกันมากในแต่ละคน และขึ้นกับหลายปัจจัยประกอบกัน เลยไม่มีจำนวนวันมาตรฐานที่ฟิตกับทุกคนได้ การหัดสังเกตดวงตาตัวเองจึงสำคัญพอ ๆ กับการนับวัน (อ้างอิง: PMC10122618)

ใครบ้างที่ควรวางแผนเรื่องเลนส์ตั้งแต่ก่อนทำ?

บางคนมีเงื่อนไขเฉพาะตัวที่ทำให้ต้องเว้นนานกว่าคนทั่วไป ถ้าเข้าข่ายกลุ่มนี้ ควรแจ้งคุณหมอไว้ล่วงหน้าตั้งแต่ก่อนทำหัตถการรอบตา จะได้วางแผนเรื่องเลนส์ควบคู่กันไปแต่แรก

  • เป็นคนตาแห้งเรื้อรัง (Dry Eye) หรือเคืองตาได้ง่ายอยู่แล้ว
  • ใช้เลนส์แบบแข็ง (RGP Lens) ที่ต้องพักตาให้นานกว่าเลนส์นิ่มปกติ
  • เคยติดเชื้อที่กระจกตามาก่อนหน้านี้
  • ตั้งครรภ์อยู่หรือกำลังให้นมลูก ช่วงที่ฮอร์โมนอาจทำให้รอบตาไวต่อการกระตุ้นขึ้น
  • รักษาโรคตาอยู่ อย่างต้อหิน หรือจอประสาทตาที่ผิดปกติ

หลายกรณีอาจต้องเว้นนานกว่าปกติ หรือควรคุยกับจักษุแพทย์ก่อนจะตัดสินใจทำ การเล่าข้อมูลให้คุณหมอฟังตั้งแต่ต้น จะช่วยจัดช่วงงดเลนส์ให้พอดีกับสภาพตาของเราเอง ไม่ต้องมาลุ้นหรือเดากันทีหลัง

สรุป: อ่านสัญญาณให้เป็น แล้วกลับไปใส่เลนส์อย่างสบายใจ

โดยรวมแล้ว การกลับมาใส่คอนแทคเลนส์หลังทำหัตถการรอบตาไม่ได้ยุ่งยาก ขอแค่อย่าด่วนตัดสินจากที่ตาเห็น และเผื่อเวลาให้ผิวได้ฟื้นตามชนิดของสิ่งที่ทำมา ส่วนใหญ่กรอบเวลาที่พอเหมาะจะอยู่ราว 24 ชั่วโมงไปจนถึง 7 วันหรือมากกว่านั้น

อย่างไรก็ตาม แต่ละคนตอบสนองไม่เหมือนกัน จึงควรให้แพทย์ผู้เชี่ยวชาญช่วยประเมินก่อนตัดสินใจทุกครั้ง

ถ้ากำลังจะทำหัตถการรอบดวงตา แล้วยังไม่ชัวร์ว่าจะกลับไปใส่เลนส์ได้ตอนไหน หรือกังวลว่าจะรีบไปจนตาเคือง ทัก LINE เข้ามาคุยกับคุณหมอที่ Beautystone Clinic ย่านฮับจอง กรุงโซล ได้เลยนะคะ ปรึกษาฟรี ไม่มีค่าใช้จ่ายค่ะ

คำถามที่พบบ่อย

ทำเลเซอร์รอบตาแล้ว ใส่คอนแทคเลนส์วันรุ่งขึ้นได้ไหม?

โดยทั่วไปช่วง 24 ชั่วโมงแรกควรเลี่ยงเลนส์ทุกชนิด เพราะผิวยังไวและอาจบวมเล็กน้อย ถ้าเป็นเลเซอร์ที่กระทบผิวชั้นนอก มักแนะนำให้รอนานกว่านั้น ควรถามแพทย์ที่ทำหัตถการก่อนค่ะ

ลิฟติ้งรอบตาอย่าง Oligio X หรือ Sofwave ต้องงดเลนส์นานไหม?

ลิฟติ้งด้วยคลื่นพลังงานความถี่สูงมักกระทบผิวชั้นนอกน้อยกว่าเลเซอร์ บางคนอาจกลับมาใส่ได้เร็วกว่าถ้าไม่มีบวมหรือช้ำ แต่ยังต้องให้แพทย์ประเมินเป็นรายบุคคลก่อนค่ะ

ใส่คอนแทคเลนส์แล้วตาแสบหลังทำหัตถการ ควรทำยังไง?

ควรถอดเลนส์ออกทันที งดใส่ต่อ และแจ้งแพทย์ที่ทำหัตถการ ไม่ควรฝืนใส่เพราะอาจทำให้ตาระคายเคืองมากขึ้นค่ะ

ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาแล้ว ใส่เลนส์ได้เลยไหม?

ถ้ามีบวมหรือรอยช้ำ การใส่เลนส์อาจไม่สบายและควรรอให้อาการดีขึ้นก่อน หลายกรณีแนะนำให้รอราว 5–7 วันและปรึกษาแพทย์ก่อนค่ะ

บทความแนะนำ

Ulthera ทั่วหน้ากี่ช็อต? ใบเสนอราคา 300 กับ 600 ช็อต ต้องดูช่องไหนลิฟติ้ง

Ulthera ทั่วหน้ากี่ช็อต? ใบเสนอราคา 300 กับ 600 ช็อต ต้องดูช่องไหน

ใบเสนอราคา Ulthera ที่เขียนแค่ 300 หรือ 600 ช็อตยังบอกไม่ครบ ดูวิธีเช็กว่า 1 ช็อตนับเป็นเส้นไหม แต่ละจุดได้กี่เส้น ใช้ความลึกไหน และช็อตที่เพิ่มมาไปลงตรงไหน

ทำ Ulthera แล้วไม่เห็นผล ทำซ้ำเพิ่มช็อตหรือเปลี่ยนวิธีดี?ลิฟติ้ง

ทำ Ulthera แล้วไม่เห็นผล ทำซ้ำเพิ่มช็อตหรือเปลี่ยนวิธีดี?

ทำ Ulthera ครบ 3 เดือนแล้วยังไม่เห็นผล ควรเพิ่มช็อต ย้ายตำแหน่ง หรือเปลี่ยนไปร้อยไหม ดูวิธีเช็กเองจากรูปถ่าย อาการที่ต้องรีบติดต่อ และสิ่งที่ควรถามคุณหมอ

InMode FX กับ Shurink ต่างกันยังไง? เลือกตัวเดียวหรือทำวันเดียวกันดีลิฟติ้ง

InMode FX กับ Shurink ต่างกันยังไง? เลือกตัวเดียวหรือทำวันเดียวกันดี

InMode FX กับ Shurink ทำงานคนละชั้นของผิว ดูว่าไขมันใต้คางหรือผิวหย่อนแบบไหนควรเริ่มจากเครื่องไหน ทำทั้งสองอย่างได้ไหม และวางแผนระหว่างทริปเกาหลียังไง

บทความล่าสุด

Ulthera ทั่วหน้ากี่ช็อต? ใบเสนอราคา 300 กับ 600 ช็อต ต้องดูช่องไหนลิฟติ้ง

Ulthera ทั่วหน้ากี่ช็อต? ใบเสนอราคา 300 กับ 600 ช็อต ต้องดูช่องไหน

ใบเสนอราคา Ulthera ที่เขียนแค่ 300 หรือ 600 ช็อตยังบอกไม่ครบ ดูวิธีเช็กว่า 1 ช็อตนับเป็นเส้นไหม แต่ละจุดได้กี่เส้น ใช้ความลึกไหน และช็อตที่เพิ่มมาไปลงตรงไหน

ทำ Ulthera แล้วไม่เห็นผล ทำซ้ำเพิ่มช็อตหรือเปลี่ยนวิธีดี?ลิฟติ้ง

ทำ Ulthera แล้วไม่เห็นผล ทำซ้ำเพิ่มช็อตหรือเปลี่ยนวิธีดี?

ทำ Ulthera ครบ 3 เดือนแล้วยังไม่เห็นผล ควรเพิ่มช็อต ย้ายตำแหน่ง หรือเปลี่ยนไปร้อยไหม ดูวิธีเช็กเองจากรูปถ่าย อาการที่ต้องรีบติดต่อ และสิ่งที่ควรถามคุณหมอ

ฉีดโบท็อกยกมุมปาก ต้องฉีดตรงไหน รอยยิ้มถึงไม่แปลก?รูปหน้าและวอลุ่ม

ฉีดโบท็อกยกมุมปาก ต้องฉีดตรงไหน รอยยิ้มถึงไม่แปลก?

จุดฉีดโบท็อกยกมุมปากอยู่ตรงไหน ทำไมฉีดช่วงล่างได้ผลดีกว่าแต่ต้องระวังมากขึ้น มุมปากตกแบบไหนต้องดูฟิลเลอร์ร่วม และควรถามอะไรคุณหมอก่อนฉีดระหว่างทริปเกาหลี

InMode FX กับ Shurink ต่างกันยังไง? เลือกตัวเดียวหรือทำวันเดียวกันดีลิฟติ้ง

InMode FX กับ Shurink ต่างกันยังไง? เลือกตัวเดียวหรือทำวันเดียวกันดี

InMode FX กับ Shurink ทำงานคนละชั้นของผิว ดูว่าไขมันใต้คางหรือผิวหย่อนแบบไหนควรเริ่มจากเครื่องไหน ทำทั้งสองอย่างได้ไหม และวางแผนระหว่างทริปเกาหลียังไง

Saxenda Wegovy Mounjaro ต่างกันยังไง ฉีดทุกวันกับสัปดาห์ละครั้ง?ผิวหนัง

Saxenda Wegovy Mounjaro ต่างกันยังไง ฉีดทุกวันกับสัปดาห์ละครั้ง?

Saxenda, Wegovy และ Mounjaro ต่างกันที่ความถี่ในการฉีด ฮอร์โมนที่ยาทำงานด้วย และเวลาที่ใช้เพิ่มยาจนถึงขนาดเป้าหมาย มาดูว่างานวิจัยที่เทียบทีละคู่บอกอะไร และถ้าเริ่มยาระหว่างทริปเกาหลีควรวางแผนยังไง

รอยย่นระหว่างคิ้ว หน้านิ่งก็ยังเห็นร่อง ต้องเติมฟิลเลอร์ไหม?รูปหน้าและวอลุ่ม

รอยย่นระหว่างคิ้ว หน้านิ่งก็ยังเห็นร่อง ต้องเติมฟิลเลอร์ไหม?

รอยย่นระหว่างคิ้วที่ค้างตอนหน้านิ่งอาจยังมีส่วนของกล้ามเนื้อปนอยู่ มาเทียบ 3 สีหน้าหน้ากระจก ดูว่าโบท็อกซ์ช่วยส่วนไหน และทำไมการเติมฟิลเลอร์ระหว่างคิ้วต้องชั่งความเสี่ยงแยกกัน

ติดตามเราใน Instagram

@beautysdoctors