ใส่คอนแทคเลนส์หลังทำหัตถการบริเวณตาได้เมื่อไหร่?
หลังทำหัตถการบริเวณตาไม่ว่าจะเป็นเลเซอร์หรือลิฟติ้ง คำถามที่หลายคนสงสัยคือ 'กลับไปใส่คอนแทคเลนส์ได้เมื่อไหร่' บทความนี้จะพาไปดูแนวทางตามช่วงเวลาและข้อควรระวังที่ควรรู้ก่อนใส่เลนส์อีกครั้งค่ะ

ทำไมต้องรอก่อนใส่คอนแทคเลนส์?
เคยไหมที่ทำหัตถการบริเวณใต้ตาหรือรอบดวงตาเสร็จแล้ว อยากรีบกลับมาใส่คอนแทคเลนส์เหมือนเดิม? ความรู้สึกนั้นเป็นเรื่องปกติมาก แต่ผิวรอบดวงตาเป็นบริเวณที่บางและไวกว่าส่วนอื่นของใบหน้า เมื่อผ่านการกระตุ้นด้วยความร้อน คลื่นพลังงาน หรือสารต่าง ๆ เนื้อเยื่อบริเวณนั้นจะเข้าสู่ช่วงฟื้นตัวที่ต้องการการดูแลเป็นพิเศษ
การใส่คอนแทคเลนส์ในช่วงนี้อาจส่งผลต่อกระจกตา (cornea) และเยื่อบุตา (conjunctiva) ได้ง่ายกว่าปกติ เพราะผิวรอบดวงตาที่ยังอยู่ในช่วงอักเสบเล็กน้อยนั้น มักตอบสนองต่อสิ่งกระตุ้นภายนอกได้แรงกว่าเดิม บทความนี้ BeautyStone Clinic จะพาคุณไปทำความเข้าใจแนวทางการดูแลหลังทำหัตถการบริเวณตา พร้อมแนะนำช่วงเวลาที่เหมาะสมก่อนกลับมาใส่คอนแทคเลนส์อีกครั้งนะคะ
หัตถการบริเวณตามีกี่ประเภท ผลต่อดวงตาต่างกันอย่างไร?
หัตถการบริเวณรอบดวงตาในปัจจุบันมีหลายรูปแบบ แต่ละประเภทใช้พลังงานและกลไกต่างกัน จึงส่งผลต่อเนื้อเยื่อในระดับที่แตกต่างกันด้วย
- เลเซอร์ใต้ตาและรอบตา เช่น เลเซอร์กระตุ้นคอลลาเจน Pico Laser หรือเลเซอร์ลดรอยเข้ม จะส่งผลต่อชั้นผิวโดยตรง อาจทำให้ผิวบริเวณนั้นไวต่อแสงและสัมผัสชั่วคราว
- ลิฟติ้งรอบดวงตา เช่น Sofwave หรือ Oligio X ซึ่งใช้คลื่นพลังงานความถี่สูง จะกระตุ้นชั้นลึกกว่าเลเซอร์ผิวเผิน แต่ผลข้างเคียงที่พื้นผิวมักน้อยกว่า
- ฟิลเลอร์ (Filler) รอบดวงตา เช่น บริเวณใต้ตาหรือขมับ การบวมและรอยช้ำหลังฉีดอาจทำให้การใส่คอนแทคเลนส์ไม่สบายได้ชั่วคราว
- สกินบูสเตอร์หรือเมโส (Skin Booster / Mesotherapy) บริเวณรอบตา แม้เป็นการกระตุ้นเบาแต่ก็ยังต้องให้เวลาผิวฟื้นตัวก่อน
พูดง่าย ๆ คือ ยิ่งหัตถการส่งผลต่อชั้นผิวโดยตรงมากเท่าไหร่ ยิ่งควรรอนานขึ้นก่อนใส่คอนแทคเลนส์
ไทม์ไลน์การฟื้นตัว: ควรรอนานแค่ไหน?
แนวทางทั่วไปที่แพทย์ผู้เชี่ยวชาญมักแนะนำมีดังนี้ แต่ขึ้นอยู่กับประเภทของหัตถการและสภาพผิวของแต่ละบุคคลด้วย
24 ชั่วโมงแรก — ควรหลีกเลี่ยงการใส่คอนแทคเลนส์ทุกประเภท ในช่วงนี้ผิวรอบดวงตายังอยู่ในระยะอักเสบเฉียบพลัน อาจมีอาการบวมเล็กน้อยและไวต่อสัมผัส การสัมผัสบริเวณรอบตาซ้ำ ๆ ระหว่างใส่เลนส์อาจทำให้อาการระคายเคืองมากขึ้น
วันที่ 2–3 — หากทำหัตถการที่ไม่กระทบกับผิวชั้นนอกโดยตรง เช่น ลิฟติ้งด้วยคลื่นพลังงานความถี่สูง และไม่มีอาการบวมหรือรอยช้ำ แพทย์บางท่านอาจอนุญาตให้ใส่เลนส์ได้ตั้งแต่วันที่ 2 แต่ต้องประเมินเป็นรายบุคคล
3–7 วัน — สำหรับเลเซอร์ที่ส่งผลต่อชั้นผิวโดยตรง หรือกรณีที่มีรอยช้ำหลังฉีดฟิลเลอร์ โดยทั่วไปแนะนำให้รออย่างน้อย 5–7 วัน และควรปรึกษาแพทย์ที่ทำหัตถการก่อนกลับมาใส่เลนส์
มากกว่า 7 วัน — กรณีที่ทำเลเซอร์บริเวณผิวชั้นนอกที่มีการลอกของผิว (Ablative Laser) หรือมีแผลเปิดเล็กน้อย แพทย์อาจแนะนำให้รอนานกว่านี้จนกว่าผิวจะฟื้นตัวสมบูรณ์
ผลลัพธ์อาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล ขึ้นอยู่กับสภาพผิวและประเภทของหัตถการที่ได้รับ
สัญญาณที่บอกว่า ยังไม่ควรใส่คอนแทคเลนส์
นอกจากช่วงเวลาที่แนะนำแล้ว ยังมีสัญญาณบางอย่างที่บอกว่าควรรออีกสักหน่อย แม้จะผ่านช่วงเวลาขั้นต่ำไปแล้วก็ตาม
- ตาแดงหรือระคายเคืองรอบดวงตายังอยู่
- บริเวณใต้ตาหรือขมับยังบวมหรือมีรอยช้ำชัดเจน
- ผิวรอบตายังรู้สึกแสบหรือแห้งตึงมากกว่าปกติ
- ยังต้องใช้ยาหยอดตาหรือยาทาที่แพทย์สั่ง ซึ่งอาจมีปฏิกิริยากับเลนส์
- มีสิ่งคัดหลั่งจากตาผิดปกติ
หากยังมีอาการเหล่านี้อยู่ ควรรอให้อาการหายสนิทก่อน แล้วค่อยปรึกษาแพทย์ที่ทำหัตถการอีกครั้ง ผลการวิจัยที่เผยแพร่ใน PubMed Central ชี้ให้เห็นว่าการฟื้นตัวของผิวและเยื่อบุรอบดวงตาหลังได้รับพลังงานความร้อนมีความแปรปรวนสูงในแต่ละบุคคล ขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายประการ อ้างอิง: PMC10122618
ข้อควรระวังสำหรับผู้ใส่คอนแทคเลนส์หลังทำหัตถการ
เมื่อแพทย์อนุญาตให้กลับมาใส่คอนแทคเลนส์ได้แล้ว ยังมีข้อควรระวังเพิ่มเติมที่ควรปฏิบัติในช่วงสัปดาห์แรก
- ล้างมือให้สะอาดทุกครั้งก่อนสัมผัสเลนส์และบริเวณรอบตา เพื่อลดความเสี่ยงจากการติดเชื้อ
- หลีกเลี่ยงการใส่เลนส์นานเกิน 6–8 ชั่วโมงในช่วงแรก แม้ว่าปกติจะใส่ได้นานกว่านี้
- ถ้ารู้สึกระคายเคือง แสบ หรือตาแดงหลังใส่เลนส์ ให้ถอดออกทันที และแจ้งแพทย์ที่ทำหัตถการ
- หลีกเลี่ยงการใส่คอนแทคเลนส์สี (Color Contact Lens) ในช่วงฟื้นตัว เพราะมักมีวัสดุที่หนากว่าและอาจลดการผ่านของออกซิเจนสู่กระจกตา
- ใช้น้ำตาเทียมที่ปลอดภัยสำหรับผู้ใส่คอนแทคเลนส์ตามที่แพทย์แนะนำ เพื่อรักษาความชุ่มชื้น
- งดว่ายน้ำหรือเข้าสระว่ายน้ำในช่วงที่ผิวยังฟื้นตัวอยู่ แม้ไม่ได้ใส่เลนส์ก็ตาม
แพทย์จะเป็นผู้ประเมินเป็นรายบุคคลว่าเมื่อไหร่จึงปลอดภัยที่จะกลับมาใส่คอนแทคเลนส์ได้ตามปกติ
ใครที่ต้องระวังเป็นพิเศษ?
ผู้ที่ควรแจ้งแพทย์ล่วงหน้าก่อนทำหัตถการบริเวณตาและวางแผนเรื่องคอนแทคเลนส์ร่วมกัน ได้แก่
- มีประวัติตาแห้งเรื้อรัง (Dry Eye) หรือระคายเคืองตาง่าย
- ใส่คอนแทคเลนส์แบบแข็ง (RGP Lens) ซึ่งต้องการช่วงพักตาที่นานกว่า
- เคยมีประวัติการติดเชื้อที่กระจกตา
- กำลังตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร ซึ่งฮอร์โมนอาจทำให้ผิวรอบตาไวต่อการกระตุ้นมากขึ้น
- มีโรคตาที่อยู่ระหว่างการรักษา เช่น ต้อหิน หรือจอประสาทตาผิดปกติ
กรณีเหล่านี้อาจต้องรอนานกว่าปกติหรือต้องประสานงานกับจักษุแพทย์ก่อนตัดสินใจทำหัตถการ
สรุป: วางแผนให้ดี กลับมาใส่เลนส์ได้อย่างปลอดภัย
การรอใส่คอนแทคเลนส์หลังทำหัตถการบริเวณตาไม่ใช่เรื่องที่ยุ่งยาก แค่เข้าใจว่าร่างกายต้องการเวลาฟื้นตัว และให้เวลานั้นอย่างเหมาะสม บทความนี้ชี้ให้เห็นว่าระยะเวลาที่เหมาะสมมักอยู่ระหว่าง 24 ชั่วโมงถึง 7 วันขึ้นไป ขึ้นอยู่กับประเภทของหัตถการและสภาพผิวของแต่ละคน
ทั้งนี้ผลลัพธ์อาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล ควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อประเมินก่อนตัดสินใจ
หากคุณกำลังวางแผนทำหัตถการบริเวณตาและมีข้อสงสัยเรื่องการใส่คอนแทคเลนส์หลังทำ แอด LINE มาปรึกษาคุณหมอที่ BeautyStone Clinic ย่านฮับจอง กรุงโซลได้เลยนะคะ ปรึกษาฟรี ไม่มีค่าใช้จ่ายค่ะ









