ใส่คอนแทคเลนส์หลังทำหัตถการบริเวณตาได้เมื่อไหร่
ลิฟติ้ง

รีบใส่คอนแทคเลนส์หลังทำหัตถการรอบตา พลาดง่ายตรงไหน?

ตาดูปกติจากภายนอก ไม่ได้แปลว่าเนื้อเยื่อข้างในพร้อมแล้ว รวมความเข้าใจผิดที่ทำให้คนรีบใส่คอนแทคเลนส์เร็วไปหลังทำหัตถการรอบตา พร้อมวิธีเช็กสัญญาณตัวเองก่อนใส่เลนส์

วียองจิน

วียองจิน

ผู้อำนวยการ

ตรวจสอบโดยแพทย์ นพ. วียองจิน · 12 สิงหาคม 2026
7นาที
ไม่แน่ใจว่าเหมาะกับตัวเองไหมดูจากรูปหรือบทความอย่างเดียวบอกได้ยาก ปรึกษาเป็นภาษาไทยได้ แผนการรักษาจะสรุปหลังพบแพทย์ที่คลินิก* มีเจ้าหน้าที่ภาษาไทย · ถามได้โดยตรงทาง LINEถามคุณหมอ

เพิ่งทำเลเซอร์หรือลิฟติ้งรอบดวงตาเสร็จ แล้วมองกระจกเห็นว่าตาก็ดูปกติดี เลยอยากรีบหยิบคอนแทคเลนส์กลับมาใส่ใช่ไหมคะ ความรู้สึกนี้เข้าใจได้เลย เพราะการต้องสลับไปใส่แว่นหรืองดเลนส์หลายวันมันไม่สะดวกจริง ๆ แต่สิ่งที่เรารู้สึกจากด้านนอก กับสภาพเนื้อเยื่อที่ยังฟื้นตัวอยู่ข้างใน บ่อยครั้งก็ไม่ได้ไปในทางเดียวกัน

คนจำนวนไม่น้อยพลาดตรงที่ใจร้อนเกินไป หรือเอาความรู้สึกผิวเผินมาเป็นตัววัด จนสุดท้ายกลับมาเจอตาแดง แสบ หรือเคืองทั้งที่ไม่จำเป็น บทความนี้ Beautystone Clinic เลยอยากชวนมาดูกันว่า ความเข้าใจผิดที่ทำให้คนรีบใส่เลนส์เร็วไปมีอะไรบ้าง และเราจะอ่านสัญญาณจากดวงตาตัวเองยังไง ก่อนจะตัดสินใจกลับไปใส่อีกครั้งนะคะ

ทำไมความรู้สึกว่า 'ตาหายดีแล้ว' ถึงหลอกเราได้?

คำตอบสั้น ๆ คือ ตรงเบ้าตาของเราผิวบอบบางเป็นพิเศษ และไวต่อสิ่งเร้ามากกว่าที่อื่นบนหน้า พอโดนพลังงานความร้อน แสงเลเซอร์ หรือสารบางชนิดจากการทำหัตถการ ร่างกายจะเดินหน้าซ่อมตัวเองแบบที่เรามองไม่เห็น ต่อให้ด้านนอกจะดูเนียนและรู้สึกเหมือนกลับมาปกติแล้วก็ตาม

ช่วงที่ชั้นผิวยังทำงานซ่อมแซมอยู่ ทั้งกระจกตา (cornea) กับเยื่อบุตา (conjunctiva) จะรับรู้การสัมผัสไวขึ้น เพราะเนื้อเยื่อที่ยังระบมนิด ๆ มักตอบสนองต่อแรงกดและการเสียดสีแรงกว่าเดิม พอวางเลนส์ทับลงไปบนดวงตาซ้ำ ๆ โอกาสที่จะเคืองก็เลยมากกว่าตอนที่ทุกอย่างเข้าที่แล้ว

วิธีกะง่าย ๆ คือ ให้ดูที่ระดับความลึกของหัตถการ ถ้าอะไรที่ลงไปทำงานกับผิวชั้นบนแบบตรง ๆ ก็ควรเผื่อเวลาพักให้มากขึ้น มากกว่าจะเอาแค่ว่าเช้านี้ตาบวมหรือยุบแล้วมาเป็นเกณฑ์ตัดสิน

ไทม์ไลน์การฟื้นตัว: ควรรอนานแค่ไหน?

เข้าใจผิดแบบไหนที่ทำให้ตาระคายเคืองบ่อยที่สุด?

จริง ๆ แล้ว อาการเคืองตาที่เจอกันบ่อยมักไม่ได้เกิดจากตัวหัตถการโดยตรง แต่มาจากรายละเอียดเล็ก ๆ ตอนดูแลตัวเองในไม่กี่วันแรก ลองเช็กดูว่าเราหลงทำข้อไหนอยู่บ้าง

  • ดูแค่ภายนอก พอเห็นว่ายุบบวมก็รีบใส่ ทั้งที่ข้างในยังไม่พร้อม
  • ใส่ยาวติดกันตั้งแต่วันแรก ๆ ทั้งที่ช่วงนี้ควรลดเหลือราว 6–8 ชั่วโมง แม้ปกติจะใส่ทั้งวันได้
  • หยิบเลนส์สี (Color Contact Lens) มาใส่ ทั้งที่เนื้อหนากว่า และอาจกั้นไม่ให้ออกซิเจนลงถึงกระจกตาได้ดีเท่าเดิม ระยะฟื้นตัวจึงควรงดไว้
  • ลืมล้างมือให้สะอาดก่อนจับเลนส์หรือแตะแถวดวงตา เท่ากับเปิดทางให้เชื้อโรคเข้ามา
  • ยังต้องหยอดหรือทายาที่คุณหมอสั่งอยู่ แล้วเอาเลนส์ใส่ทับ ทั้งที่ยาบางชนิดอาจไปทำปฏิกิริยากับเลนส์

ถ้าใส่แล้วรู้สึกแสบ เคือง หรือเห็นตาเริ่มแดง ให้ถอดออกก่อนเลย แล้วบอกแพทย์ที่ดูแลเรา ไม่ต้องฝืนทน อีกอย่างที่คนมักลืมคือ ช่วงผิวกำลังฟื้น ควรเว้นการว่ายน้ำหรือแช่สระเอาไว้ก่อน ถึงวันนั้นจะไม่ได้ใส่เลนส์ก็ตาม และถ้าอยากให้ดวงตาชุ่มชื้น ก็เลือกน้ำตาเทียมสูตรที่ใช้ร่วมกับเลนส์ได้ตามที่คุณหมอแนะนำ

สัญญาณที่บอกว่า ยังไม่ควรใส่คอนแทคเลนส์

หัตถการที่เราทำมา ต้องรอไม่เท่ากันยังไง?

แต่ละแบบทำงานคนละชั้น ใช้พลังงานคนละอย่าง สิ่งที่ตกถึงเนื้อเยื่อเลยไม่เท่ากัน ช่วงที่ต้องเว้นก่อนหยิบเลนส์มาใส่ก็เลยยาวสั้นต่างกัน ลองเทียบดูคร่าว ๆ จากตารางนี้ก่อน

แบบที่ทำลงลึกแค่ไหนแนวโน้มผลที่พื้นผิว
เลเซอร์รอบตา/ใต้ตา (Pico Laser, เลเซอร์รอยเข้ม)ทำงานกับผิวด้านบนตรง ๆผิวไวต่อแสงและการสัมผัสอยู่ระยะหนึ่ง เผื่อเวลาไว้มากหน่อย
ลิฟติ้งคลื่นพลังงาน (Sofwave, Oligio X)เน้นชั้นลึกใต้ผิวรอยที่พื้นผิวมักเบากว่ากลุ่มเลเซอร์
ฟิลเลอร์ (Filler) ใต้ตา/ขมับอยู่ใต้ผิวถ้าบวมหรือช้ำ จะสวมเลนส์แล้วไม่สบายไปพักหนึ่ง
สกินบูสเตอร์/เมโส (Skin Booster / Mesotherapy)กระตุ้นแบบตื้น ๆแม้เบา ก็ยังอยากให้ผิวได้ตั้งตัว

พอเห็นภาพว่าอะไรลงลึกแค่ไหนแล้ว ทีนี้มาดูเป็นช่วงวันกันบ้าง โดยตัวเลขข้างล่างเป็นแนวทางกว้าง ๆ ที่แพทย์ผู้เชี่ยวชาญมักยึด แต่ยังต้องประเมินเป็นราย ๆ ไป

ช่วงเวลาหลังทำสิ่งที่ควรทำ
ภายในวันแรก (24 ชม.)ยังไม่ควรแตะเลนส์ทุกแบบ เพราะยังอยู่ในระยะอักเสบเฉียบพลัน มีโอกาสบวมและไวต่อการสัมผัส
ราววันที่ 2–3ถ้าเป็นลิฟติ้งที่ไม่โดนผิวด้านบน และไม่บวมไม่ช้ำ บางท่านอาจให้เริ่มใส่ได้ตั้งแต่วันที่สอง โดยดูเป็นราย ๆ
ประมาณ 3–7 วันถ้าเป็นเลเซอร์ที่ลงผิวด้านบน หรือมีจ้ำช้ำจากฟิลเลอร์ ส่วนใหญ่ให้เว้นอย่างน้อย 5–7 วัน แล้วค่อยเช็กกับแพทย์
เกิน 7 วันขึ้นไปถ้าเป็นเลเซอร์แบบลอกผิว (Ablative Laser) หรือมีแผลเปิดเล็ก ๆ อาจต้องรอจนกว่าผิวจะกลับมาเป็นปกติจริง ๆ

ย้ำอีกทีว่าเวลาที่พอเหมาะขึ้นกับแต่ละคน ทั้งสภาพผิวและแบบของหัตถการที่ทำมา ตัวเลขพวกนี้เป็นแค่จุดตั้งต้นให้พอเห็นภาพ ไม่ใช่กฎที่ใช้ได้เป๊ะกับทุกคน

ข้อควรระวังสำหรับผู้ใส่คอนแทคเลนส์หลังทำหัตถการ

จะรู้ได้ยังไงว่าตาเรายังไม่พร้อม?

ต่อให้พ้นกรอบเวลาขั้นต่ำมาแล้ว ถ้ายังเจออาการพวกนี้อยู่ ก็ควรใจเย็นรออีกหน่อย ลองไล่เช็กสั้น ๆ ทุกครั้งก่อนหยิบเลนส์

  • ยังรู้สึกเคือง หรือเห็นว่ารอบดวงตายังไม่หายแดง
  • ขมับกับใต้ตายังไม่ยุบ หรือมีจ้ำเขียวให้เห็นอยู่
  • รอบตายังตึง ๆ แห้ง ๆ หรือแสบกว่าที่เคยเป็น
  • แพทย์ยังให้หยอดยาหรือทายาอยู่ ยังไม่หมดคอร์ส
  • ขี้ตาหรือน้ำตาออกมาในแบบที่ดูไม่ค่อยชอบมาพากล

ถ้ายังมีอย่างใดอย่างหนึ่ง แนะนำให้รอจนหายสนิทเสียก่อน แล้วค่อยกลับไปถามคุณหมอที่ทำให้อีกที เพราะถ้าฝืนใส่ทั้งที่ตายังไม่พร้อม อาการเคืองอาจลากยาวกว่าเดิมโดยใช่เหตุ

งานวิจัยชิ้นหนึ่งที่ลงใน PubMed Central ระบุว่า การฟื้นตัวของผิวและเยื่อบุรอบดวงตาหลังโดนพลังงานความร้อน แตกต่างกันมากในแต่ละคน และขึ้นกับหลายปัจจัยประกอบกัน เลยไม่มีจำนวนวันมาตรฐานที่ฟิตกับทุกคนได้ การหัดสังเกตดวงตาตัวเองจึงสำคัญพอ ๆ กับการนับวัน (อ้างอิง: PMC10122618)

ใครบ้างที่ควรวางแผนเรื่องเลนส์ตั้งแต่ก่อนทำ?

บางคนมีเงื่อนไขเฉพาะตัวที่ทำให้ต้องเว้นนานกว่าคนทั่วไป ถ้าเข้าข่ายกลุ่มนี้ ควรแจ้งคุณหมอไว้ล่วงหน้าตั้งแต่ก่อนทำหัตถการรอบตา จะได้วางแผนเรื่องเลนส์ควบคู่กันไปแต่แรก

  • เป็นคนตาแห้งเรื้อรัง (Dry Eye) หรือเคืองตาได้ง่ายอยู่แล้ว
  • ใช้เลนส์แบบแข็ง (RGP Lens) ที่ต้องพักตาให้นานกว่าเลนส์นิ่มปกติ
  • เคยติดเชื้อที่กระจกตามาก่อนหน้านี้
  • ตั้งครรภ์อยู่หรือกำลังให้นมลูก ช่วงที่ฮอร์โมนอาจทำให้รอบตาไวต่อการกระตุ้นขึ้น
  • รักษาโรคตาอยู่ อย่างต้อหิน หรือจอประสาทตาที่ผิดปกติ

หลายกรณีอาจต้องเว้นนานกว่าปกติ หรือควรคุยกับจักษุแพทย์ก่อนจะตัดสินใจทำ การเล่าข้อมูลให้คุณหมอฟังตั้งแต่ต้น จะช่วยจัดช่วงงดเลนส์ให้พอดีกับสภาพตาของเราเอง ไม่ต้องมาลุ้นหรือเดากันทีหลัง

สรุป: อ่านสัญญาณให้เป็น แล้วกลับไปใส่เลนส์อย่างสบายใจ

โดยรวมแล้ว การกลับมาใส่คอนแทคเลนส์หลังทำหัตถการรอบตาไม่ได้ยุ่งยาก ขอแค่อย่าด่วนตัดสินจากที่ตาเห็น และเผื่อเวลาให้ผิวได้ฟื้นตามชนิดของสิ่งที่ทำมา ส่วนใหญ่กรอบเวลาที่พอเหมาะจะอยู่ราว 24 ชั่วโมงไปจนถึง 7 วันหรือมากกว่านั้น

อย่างไรก็ตาม แต่ละคนตอบสนองไม่เหมือนกัน จึงควรให้แพทย์ผู้เชี่ยวชาญช่วยประเมินก่อนตัดสินใจทุกครั้ง

ถ้ากำลังจะทำหัตถการรอบดวงตา แล้วยังไม่ชัวร์ว่าจะกลับไปใส่เลนส์ได้ตอนไหน หรือกังวลว่าจะรีบไปจนตาเคือง ทัก LINE เข้ามาคุยกับคุณหมอที่ Beautystone Clinic ย่านฮับจอง กรุงโซล ได้เลยนะคะ ปรึกษาฟรี ไม่มีค่าใช้จ่ายค่ะ

คำถามที่พบบ่อย

ทำเลเซอร์รอบตาแล้ว ใส่คอนแทคเลนส์วันรุ่งขึ้นได้ไหม?

โดยทั่วไปช่วง 24 ชั่วโมงแรกควรเลี่ยงเลนส์ทุกชนิด เพราะผิวยังไวและอาจบวมเล็กน้อย ถ้าเป็นเลเซอร์ที่กระทบผิวชั้นนอก มักแนะนำให้รอนานกว่านั้น ควรถามแพทย์ที่ทำหัตถการก่อนค่ะ

ลิฟติ้งรอบตาอย่าง Oligio X หรือ Sofwave ต้องงดเลนส์นานไหม?

ลิฟติ้งด้วยคลื่นพลังงานความถี่สูงมักกระทบผิวชั้นนอกน้อยกว่าเลเซอร์ บางคนอาจกลับมาใส่ได้เร็วกว่าถ้าไม่มีบวมหรือช้ำ แต่ยังต้องให้แพทย์ประเมินเป็นรายบุคคลก่อนค่ะ

ใส่คอนแทคเลนส์แล้วตาแสบหลังทำหัตถการ ควรทำยังไง?

ควรถอดเลนส์ออกทันที งดใส่ต่อ และแจ้งแพทย์ที่ทำหัตถการ ไม่ควรฝืนใส่เพราะอาจทำให้ตาระคายเคืองมากขึ้นค่ะ

ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาแล้ว ใส่เลนส์ได้เลยไหม?

ถ้ามีบวมหรือรอยช้ำ การใส่เลนส์อาจไม่สบายและควรรอให้อาการดีขึ้นก่อน หลายกรณีแนะนำให้รอราว 5–7 วันและปรึกษาแพทย์ก่อนค่ะ

บทความแนะนำ

ร้อยไหมหน้าผากอันตรายไหม รู้ความเสี่ยงและสัญญาณที่บอกว่าควรเลือกวิธีอื่นลิฟติ้ง

ร้อยไหมหน้าผากอันตรายไหม? รู้ความเสี่ยงและสัญญาณควรเลือกวิธีอื่น

ก่อนตัดสินใจร้อยไหมหน้าผาก ควรรู้ก่อนว่ามีความเสี่ยงอะไรบ้าง และหน้าผากแบบไหนที่ร้อยไหมช่วยได้จริง บทความนี้ Beautystone Clinic จะพาคุณเข้าใจสัญญาณเตือนและทางเลือกที่เหมาะกับสภาพหน้าผากของคุณค่ะ

ภาพการ์ดคู่มือเตรียมตัวก่อนนัด Thermage และการปรึกษาคุณหมอเรื่อง Level พลังงานลิฟติ้ง

ลด Level Thermage เพราะกลัวเจ็บ ผลจะหายไปไหม? เตรียมปรึกษาคุณหมอ

กังวลเรื่องความรู้สึกแสบร้อนจาก Thermage? บทความนี้ช่วยให้คุณเตรียมตัวก่อนนัด รู้จักตัวเลือกยาชา และถามคุณหมอให้ได้แผน Level ที่เหมาะสมจริง

หลัง Onda สองข้างยุบไม่เท่ากัน — ควรทำอะไรต่อไปดี?ลิฟติ้ง

หลัง Onda สองข้างยุบไม่เท่ากัน — ควรทำอะไรต่อไปดี?

คลื่นไมโครเวฟ Onda กระจายความร้อนในชั้นไขมันไม่เท่ากันในแต่ละบริเวณ ทำให้ความเร็วในการยุบตัวของสองข้างอาจไม่เดินพร้อมกัน บทความนี้บอกว่าควรทำอะไรในแต่ละช่วงหลัง Onda และสัญญาณที่ควรพบแพทย์ค่ะ

บทความล่าสุด

การซื้อแพ็กเกจลบรอยสักหลายครั้งผิวหนัง

ซื้อแพ็กเกจลบรอยสักหลายครั้ง ต้องถามอะไรก่อนจ่ายเงิน?

ซื้อแพ็กเกจลบรอยสัก 10 ครั้ง แล้วรอยหายตั้งแต่ครั้งที่ 7 ครั้งที่เหลือจะเป็นยังไง? บทความนี้ช่วยให้คุณรู้เงื่อนไขที่ต้องถามก่อนจ่ายเงิน เพื่อไม่ต้องเสียใจภายหลังค่ะ

การถามราคาลบรอยสักจากหลายคลินิกผิวหนัง

ราคาลบรอยสัก ทำไมแต่ละที่บอกต่างกัน? อ่านใบเสนอราคาให้เป็น

ถามราคาลบรอยสักไปสามที่ได้ตัวเลขสามชุดที่ต่างกันมาก? ไม่ใช่เรื่องแปลก เพราะแต่ละคลินิกมีวิธีคิดราคาที่ต่างกัน บทความนี้ช่วยให้คุณอ่านใบเสนอราคาเป็นและรู้ว่าต้องเตรียมอะไรไปถามค่ะ

รอยสักนิ้วมือ ข้อมือ ข้อเท้า การลบด้วยเลเซอร์ผิวหนัง

วางแผนลบรอยสักนิ้ว ข้อมือ ข้อเท้า ต้องรู้อะไรก่อนเริ่ม?

รอยสักนิ้ว ข้อมือ ข้อเท้าอาจดูเล็ก แต่ต้องวางแผนต่างออกไปจากบริเวณอื่น บทความนี้จะช่วยให้คุณตั้งเป้าหมายที่เป็นจริง เตรียมตัวได้ถูกต้อง และดูแลตัวเองระหว่างรักษาอย่างมีประสิทธิภาพค่ะ

วิธีประเมินงบและวางแผนค่าใช้จ่ายสกินบูสเตอร์ทั้งโปรแกรมผิวหนัง

สกินบูสเตอร์คุ้มไหม? วิธีประเมินงบและวางแผนค่าใช้จ่ายทั้งโปรแกรม

หลายคนเห็นราคาสกินบูสเตอร์ต่อครั้งแล้วคิดว่าพอรับได้ แต่พอนับโปรแกรมทั้งหมดแล้วตัวเลขสูงกว่าที่คาด บทความนี้ Beautystone Clinic จะช่วยให้คุณคำนวณงบรวม อ่านใบเสนอราคาให้ออก และประเมินว่าสกินบูสเตอร์คุ้มกับสภาพผิวของคุณจริง ๆ ไหมค่ะ

ร้อยไหมหน้าผากอันตรายไหม รู้ความเสี่ยงและสัญญาณที่บอกว่าควรเลือกวิธีอื่นลิฟติ้ง

ร้อยไหมหน้าผากอันตรายไหม? รู้ความเสี่ยงและสัญญาณควรเลือกวิธีอื่น

ก่อนตัดสินใจร้อยไหมหน้าผาก ควรรู้ก่อนว่ามีความเสี่ยงอะไรบ้าง และหน้าผากแบบไหนที่ร้อยไหมช่วยได้จริง บทความนี้ Beautystone Clinic จะพาคุณเข้าใจสัญญาณเตือนและทางเลือกที่เหมาะกับสภาพหน้าผากของคุณค่ะ

Titanium Lifting ถึงเวลานัดครั้งถัดไปหรือยัง อ่านสัญญาณผิวก่อนคอลลาเจนเสื่อมผิวหนัง

Titanium Lifting ถึงเวลานัดครั้งถัดไปหรือยัง? อ่านสัญญาณผิว

คอลลาเจนจาก Titanium Lifting ไม่ได้เสื่อมพร้อมกัน แต่ผิวจะส่งสัญญาณก่อนล่วงหน้าเสมอ บทความนี้สอนวิธีอ่านสัญญาณเหล่านั้น เพื่อให้คุณนัดครั้งถัดไปได้ในเวลาที่เหมาะสมที่สุดค่ะ

ติดตามเราใน Instagram

@beautysdoctors