Oligio X กับ Titanium Lifting ต่างกันอย่างไร เจาะลึกพลังงานที่ใช้
แม้จะเรียกว่าลิฟติ้งเหมือนกัน แต่ Oligio X ใช้พลังงานคลื่นความถี่วิทยุ ส่วน Titanium Lifting ใช้พลังงานเลเซอร์ ซึ่งส่งผลต่อวิธีที่พลังงานเดินทางเข้าสู่ผิวและปัญหาที่เหมาะกับแต่ละหัตถการ

เคยไหมคะ ที่ได้ยินชื่อ Oligio X กับ Titanium Lifting แล้วสงสัยว่าทั้งสองอย่างนี้ต่างกันตรงไหน เพราะต่างก็มีคำว่า "ลิฟติ้ง" อยู่ด้วยกัน จึงทำให้หลายคนเข้าใจว่าเป็นหัตถการแบบเดียวกัน ทั้งที่จริงแล้วจุดเริ่มต้นของทั้งสองแตกต่างกันตั้งแต่พลังงานที่นำมาใช้
พูดให้เข้าใจง่าย Oligio X ใช้พลังงานคลื่นความถี่วิทยุ (Radiofrequency: RF) ซึ่งเป็นพลังงานไฟฟ้า ส่วน Titanium Lifting ใช้พลังงานเลเซอร์ซึ่งเป็นพลังงานแสง เมื่อต้นทางของพลังงานต่างกัน วิธีที่พลังงานเดินทางเข้าสู่ผิวและปัญหาที่เหมาะกับแต่ละหัตถการก็ย่อมต่างกันไปด้วย ดังนั้นแทนที่จะถามว่า "อันไหนดีกว่ากัน" การถามว่า "พลังงานแบบไหนเหมาะกับปัญหาผิวของเรา" จะช่วยให้เลือกได้ตรงจุดมากกว่า บทความนี้ BeautyStone Clinic จะพาคุณไปเจาะลึกความต่างของพลังงานทั้งสอง แนวทางการเลือก และสัญญาณที่ควรสังเกตในช่วงพักฟื้น เพื่อให้ตัดสินใจได้อย่างมั่นใจมากขึ้น
Oligio X คืออะไร ใช้พลังงานแบบไหน
Oligio X (Monopolar RF) คือหัตถการยกกระชับที่ส่งพลังงานคลื่นความถี่วิทยุลงไปยังผิวชั้นลึก โดยคลื่นความถี่วิทยุจะสร้างความร้อนขึ้นภายในผิว ความร้อนนี้จะกระตุ้นให้คอลลาเจนหดตัวในทันที และหลังจากนั้นก็จะค่อย ๆ กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่ขึ้นมาทดแทน จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมหัตถการกลุ่มนี้จึงมุ่งทั้งความกระชับที่รู้สึกได้หลังทำ และการเปลี่ยนแปลงที่ค่อย ๆ ปรากฏตามมา
มีงานอธิบายว่า คลื่นความถี่วิทยุแบบ Monopolar ส่งความร้อนไปยังชั้นหนังแท้เพื่อทำให้คอลลาเจนหดตัวและกระตุ้นการสร้างใหม่เมื่อเวลาผ่านไป ซึ่งช่วยให้เข้าใจได้ชัดขึ้นว่าเหตุใดหัตถการนี้จึงเห็นผลได้ทั้งในช่วงแรกและช่วงต่อมา
เนื่องจากคลื่นความถี่วิทยุใช้กระแสไฟฟ้าไม่ใช่แสง จึงมักได้รับผลกระทบจากสีผิวหรือเม็ดสีเมลานินน้อยกว่า ด้วยเหตุนี้ Oligio X จึงถูกวางตำแหน่งเป็นหัตถการที่เน้นดูแลความกระชับและความหย่อนคล้อยในชั้นลึกเป็นหลัก

Titanium Lifting คืออะไร ต่างจาก Oligio X ตรงไหน
Titanium Lifting เป็นหัตถการที่ใช้พลังงานเลเซอร์แทนคลื่นความถี่วิทยุ โดยจะส่งแสงเลเซอร์ที่ความยาวคลื่นเฉพาะลงไปยังชั้นหนังแท้เพื่อสร้างความร้อน แล้วอาศัยความร้อนนั้นในการกระตุ้นคอลลาเจน
จากคำอธิบายที่ว่า เลเซอร์ที่ความยาวคลื่น 1064 นาโนเมตรทำให้ชั้นหนังแท้อุ่นขึ้นและกระตุ้นคอลลาเจน จะเห็นได้ว่าแม้เป้าหมายจะใกล้เคียงกับ Oligio X แต่เส้นทางที่พลังงานเดินทางไปถึงเป้าหมายนั้นต่างกันอย่างสิ้นเชิง
เพราะเลเซอร์เป็นพลังงานแสง จึงมีคุณสมบัติที่ทำงานกับพื้นผิวและสีผิวได้ด้วย ทำให้มักถูกนำมาใช้ในแนวทางที่มุ่งดูแลเรื่องความเรียบเนียนของผิวควบคู่ไปกับความกระชับแบบนุ่มนวล พูดง่าย ๆ คือ ถ้า Oligio X ใช้กระแสไฟฟ้าจัดการชั้นลึก Titanium Lifting ก็คือการใช้แสงเพื่อทำให้ชั้นหนังแท้อุ่นขึ้นนั่นเอง

เปรียบเทียบพลังงานของทั้งสองหัตถการ
เพื่อให้เห็นภาพชัดขึ้น ตารางด้านล่างสรุปความต่างของทั้งสองหัตถการ โดยมองในมุมว่าพลังงานแบบไหนเหมาะกับปัญหาผิวใด มากกว่าการตัดสินว่าอันไหนดีกว่ากัน
| หัวข้อ | Oligio X | Titanium Lifting |
|---|---|---|
| ชนิดของพลังงาน | คลื่นความถี่วิทยุ (กระแสไฟฟ้า) | เลเซอร์ (แสง) |
| ชั้นผิวที่เข้าถึง | ชั้นหนังแท้ลึกและชั้นล่าง | ชั้นหนังแท้ |
| จุดเด่นที่มุ่งเน้น | ความกระชับและความหย่อนคล้อยชั้นลึก | ความเรียบเนียนและความกระชับแบบนุ่มนวล |
| ผลจากเม็ดสี | มักได้รับผลกระทบน้อย | ขึ้นอยู่กับคุณสมบัติของความยาวคลื่น |
พลังงานแบบไหนเหมาะกับปัญหาผิวของคุณ
เกณฑ์ในการเลือกคือ "สิ่งใดที่คุณอยากดูแลมากที่สุด" หากปัญหาหลักคือความหย่อนคล้อยและความกระชับที่ลดลงในชั้นลึก Oligio X ที่ใช้คลื่นความถี่วิทยุก็มักเหมาะกว่า แต่หากต้องการดูแลความเรียบเนียนของผิวควบคู่ไปกับความกระชับแบบนุ่มนวล Titanium Lifting ที่ใช้เลเซอร์ก็มักตอบโจทย์ได้ดีกว่า
ทั้งสองหัตถการไม่ได้มุ่งจบในครั้งเดียว แต่เป็นการทำเป็นรอบอย่างต่อเนื่องเพื่อค่อย ๆ สะสมการเปลี่ยนแปลง ความกระชับที่รู้สึกได้มักไม่ปรากฏทั้งหมดทันทีหลังทำ แต่จะค่อย ๆ เข้าที่เมื่อเวลาผ่านไปหลายสัปดาห์ จึงไม่ควรตัดสินจากครั้งเดียว ทั้งนี้ผลลัพธ์ที่ได้อาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล ขึ้นอยู่กับสภาพผิวและการดูแลตัวเอง จำนวนครั้งและระยะห่างที่เหมาะสมนั้น แพทย์จะเป็นผู้ประเมินเป็นรายบุคคล

ผลข้างเคียงและข้อควรระวังหลังทำหัตถการ
เนื่องจาก Oligio X และ Titanium Lifting ต่างก็ใช้พลังงานความร้อน ในช่วงไม่กี่วันแรกหลังทำจึงอาจพบปฏิกิริยาเล็กน้อยได้ ซึ่งส่วนใหญ่มักหายได้เองโดยไม่ต้องดูแลเป็นพิเศษ
- รอยแดงหรือความรู้สึกอุ่นเล็กน้อย โดยทั่วไปมักดีขึ้นภายในหนึ่งวัน
- อาการบวมเล็กน้อย ซึ่งพบได้บ่อยและมักลดลงภายในไม่กี่วัน
- ผิวแห้งตึง หลังทำผิวอาจรู้สึกตึงเล็กน้อย การบำรุงความชุ่มชื้นจึงมีส่วนช่วย
ในช่วงที่ผิวกำลังเข้าที่ ควรหลีกเลี่ยงการอบซาวน่า การแช่น้ำร้อนนาน แสงแดดจัด และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์สักสองสามวัน พร้อมทั้งดูแลเรื่องความชุ่มชื้นและการปกป้องผิวจากแสงแดด อย่างไรก็ตาม หากพบสัญญาณต่อไปนี้ ควรปรึกษาแพทย์ที่ทำหัตถการ
- รอยแดงหรือความร้อนที่ไม่ลดลงและกลับรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ
- มีตุ่มน้ำหรืออาการแสบร้อนที่ยาวนาน ซึ่งเป็นสัญญาณที่อาจบ่งบอกถึงการกระตุ้นด้วยความร้อนที่มากเกินไป
- อาการบวมและเจ็บที่ไม่ทุเลาลงแม้ผ่านไปหลายวัน
บทความนี้เป็นการรวบรวมข้อมูลทั่วไป การเลือกหัตถการที่เหมาะกับสภาพผิวของแต่ละคน ควรปรึกษาแพทย์ที่ตรวจดูผิวโดยตรงเพื่อความปลอดภัย
สรุป
Oligio X ใช้พลังงานคลื่นความถี่วิทยุซึ่งเป็นพลังงานไฟฟ้า ส่วน Titanium Lifting ใช้พลังงานเลเซอร์ซึ่งเป็นพลังงานแสง ทำให้วิธีที่พลังงานเดินทางเข้าสู่ผิวและปัญหาที่เหมาะสมนั้นต่างกัน หากเป็นความหย่อนคล้อยในชั้นลึกมักเหมาะกับคลื่นความถี่วิทยุ ส่วนความเรียบเนียนควบคู่ความกระชับแบบนุ่มนวลมักเหมาะกับเลเซอร์
ทั้งนี้ผลลัพธ์อาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล ควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อประเมินสภาพผิวก่อนตัดสินใจ หากคุณกำลังลังเลว่า Oligio X หรือ Titanium Lifting เหมาะกับคุณมากกว่ากัน ที่ BeautyStone Clinic ย่านฮับจอง กรุงโซล ปรึกษาฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย แอด LINE มาปรึกษาคุณหมอได้เลยนะคะ
คำถามที่พบบ่อย
Q1. Oligio X กับ Titanium Lifting ทำพร้อมกันได้ไหม
เนื่องจากใช้พลังงานคนละแบบ บางกรณีจึงมีการแบ่งช่วงเวลาเพื่อทำควบคู่กันตามเป้าหมาย อย่างไรก็ตาม จะจัดคู่อย่างไรนั้นต้องดูสภาพผิวและการฟื้นตัวประกอบ จึงควรปรึกษาแพทย์ที่ตรวจดูผิวโดยตรง หากเพิ่งเริ่มต้น การเลือกทำทีละอย่างเพื่อดูปฏิกิริยาก่อนจะช่วยให้อุ่นใจมากกว่าค่ะ
Q2. ระหว่างสองหัตถการ แบบไหนเจ็บมากกว่ากัน
ความรู้สึกเจ็บขึ้นอยู่กับชนิดและความแรงของพลังงาน รวมถึงความแตกต่างของแต่ละบุคคล จึงไม่อาจบอกได้ว่าฝ่ายใดเจ็บกว่าเสมอไป โดยทั่วไปทั้งสองหัตถการมักใช้ยาชาแบบทาเพื่อช่วยลดความรู้สึกก่อนทำ หากกังวลเรื่องความรู้สึกเสียว แนะนำให้ปรึกษาแพทย์เรื่องวิธีลดความเจ็บล่วงหน้าได้ค่ะ
Q3. เห็นผลทันทีหลังทำเลยไหม
แม้จะมีความกระชับที่รู้สึกได้หลังทำอยู่บ้าง แต่การเปลี่ยนแปลงจากการสร้างคอลลาเจนใหม่จะค่อย ๆ ปรากฏขึ้นเมื่อเวลาผ่านไป จึงควรดูผลลัพธ์ในระยะหลายสัปดาห์แทนการตัดสินจากครั้งเดียว ส่วนระยะห่างที่เหมาะสมนั้นขึ้นอยู่กับสภาพผิว สามารถปรึกษาแพทย์เพื่อวางแผนได้ค่ะ
Q4. ผิวที่มีเม็ดสีทำได้ไหม
คลื่นความถี่วิทยุที่ Oligio X ใช้เป็นกระแสไฟฟ้าไม่ใช่แสง จึงมักได้รับผลจากเม็ดสีน้อยกว่า ส่วน Titanium Lifting ที่ใช้เลเซอร์อาจทำงานต่างกันตามคุณสมบัติของความยาวคลื่น ดังนั้นเพื่อความปลอดภัย ควรปรึกษาแพทย์ที่ตรวจดูผิวโดยตรงว่าเหมาะกับผิวของคุณหรือไม่ค่ะ








